มาดูสถานการณ์ของทีมที่กำลังหนีตายอย่าง "บอร์นมัธ" กันหน่อย มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรกันบ้างหลังเสริมทัพนักเตะใหม่ๆ ไปในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา
แกรี่ โอนีล เข้ามาคุมทัพ "เดอะ เชอร์รี่ส์" ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา และก็สร้างผลงานได้ดีด้วยพาทีม 10 คะแนนจาก 6 นัด แบ่งเป็นชนะ 2 เสมอ 4 และไม่แพ้ใครเลย ก่อนจะมาเจอช่วงมรสุมที่ชีวิตขาลงหนักๆ ในช่วงปลายปีที่ผ่านมาจากการแพ้ 6 นัดรวด และไม่ชนะใครตลอด 9 นัดจนถึงช่วงเดือนกุมภาพันธ์
ถึงผลการแข่งขันจะไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่ แต่ช่วงหลังๆ ก็ดูมีทิศทางที่ดีขึ้นโดยเฉพาะในเรื่องของทรงบอล นักเตะใหม่ๆ ที่เสริมทัพเข้ามาเพิ่มก็ถือว่ามีส่วนกับทีมไม่น้อย ไปดูกันหน่อยดีกว่าว่าแต่ละคนนั้นผลงานเป็นอย่างไรบ้าง
เริ่มกันที่ ดานโก้ อูอัตตาร่า แนวรุกทีมชาติบูร์กิน่า ฟาโซ นี่น่าจะเป็นตัวผู้เล่นใหม่ที่แฟนๆ ตั้งความคาดหวังเอาไว้มากที่สุดโดยเฉพาะในเรื่องการผลิตสกอร์ เพราะโปรไฟล์ดี ผลงานเข้าตามากๆ กับการลงเล่นให้ ลอริยองต์ ช่วงครึ่งแรกของซีซั่นนี้ที่ซัดไป 6 ประตูทำ 6 แอสซิสต์ นับเป็นคีย์แมนสำคัญที่ช่วยให้ทีมยกระดับขึ้นแบบเห็นได้ชัด
เขาได้โอกาสประเดิมสนามเกมแรกในสีเสื้อ บอร์นมัธ วันที่เจอกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ โดยลงสนามเป็นตัวจริง และก็ค่อนข้างโดดเด่นในเรื่องของผลงาน มีส่วนกับเกม ความเร็วของเขาสามารถสร้างปัญหาให้กับแนวรับฝั่งขวาของศัตรูได้ไม่น้อย และที่สำคัญก็คือการทำได้ 1 แอสซิสต์เป็นประตูให้ทีมขึ้นนำ 1-0
จากนั้นในเกมกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เขาก็ทำได้อีก 1 แอสซิสต์ให้ มาร์กอส เซเนซี่ เป็นคนทำประตูขึ้นนำ 1-0 ก่อนจะจบลงด้วยการแบ่งแต้มกันไป เท่ากับว่าตอนนี้ 5 เกมของ ดานโก้ อูอัตตาร่า ทำไปแล้ว 2 แอสซิสต์ มีโอกาสยิงทั้งหมด 11 ครั้ง ตรงกรอบ 2 ครั้ง ถึงจะยังผลิตสกอร์ไม่ได้ แต่สถิติการสร้างสรรค์โอกาสที่ 8 ครั้งก็ถือเป็นตัวเลขที่น่าสนใจ
ต่อมาในรายของ อองตวน เซเมนโย่ ที่ย้ายมาจาก บริสตอล ซิตี้ ด้วยค่าตัว 10 ล้านยูโร เขาถูกซื้อตัวมาเพื่อมาแข่งขันแย่งชิงตำแหน่งกองหน้ากับ โดมินิค โซลันกี้ และ คีฟเฟอร์ มัวร์ ที่ยิงรวมกันปีนี้ไปแค่ 7 ประตูเท่านั้น เขาได้โอกาสลงเล่นไปแล้ว 3 นัด เป็นตัวจริง 1 นัดนั่นก็คือเกมที่บุกไปแพ้ ไบร์ทตัน 0-1 และก็ยังไม่มีได้มีผลงานที่เข้าตานัก เพราะเพิ่งจะมีโอกาสง้างเท้ายิงไปแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
อองตวน เซเมนโย่ ยังคงต้องใช้เวลาปรับตัวอีกสักพักเพื่อจูนระบบให้เข้ากับเพื่อนร่วมทีมและแท็คติกของ แกรี่ โอนีล เขาอาจจะไม่ได้ถูกมองว่าเป็นกองหน้าตัวจริง แต่อย่างน้อยก็หวังเป็นตัวเปลี่ยนเกมได้ด้วยเรื่องของความคล่องตัวและผลงานกับ บริสตอล ซิตี้ ที่ซัดไป 7 ประตูช่วงครึ่งแรกของซีซั่น
ขณะที่ ดาร์เรน แรนดอล์ฟ ผู้รักษาประตูชาวไอริชวัย 35 ปีที่ได้ตัวมาแบบฟรีๆ นั้นก็ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นตัวหลักอยู่แล้วจึงไม่แปลกที่ตอนนี้จะยังไม่ได้โอกาสเดบิวต์กับต้นสังกัดใหม่ เพราะกัปตันทีม เนโต้ ที่เพิ่งย้ายมาตอนซัมเมอร์นั้นเป็นนายทวารที่ผลงานดีที่สุดในตอนนี้ โดยได้โอกาสเฝ้าเสาไป 14 นัด เสีย 17 ประตูและเก็บได้ 3 คลีนชีท
เช่นเดียวกับ อิลย่า ซาบาร์นยี่ กองหลังตัวใหม่ก็ยังไม่ได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองหลังย้ายมาจากทีมชั้นนำอย่าง ดินาโม เคียฟ ด้วยค่าตัว 24 ล้านปอนด์ แต่ก็ถือเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ที่น่าสนใจเพราะเคยอยู่กับทีมดัง มีประสบการณ์ในเวทียุโรป และค่าตัวก็ไม่ใช่ถูกๆ ด้วย เดี๋ยวต้องมาดูว่าพี่แกจะมีของที่ดีพอไหมในการแย่งชิงตำแหน่งเซอร์เตอร์แบ็กจาก มาร์กอส เซเนซี่ และ คริส เมฟาม
สำหรับสถานการณ์ของ บอร์นมัธ ตอนนี้แน่นอนว่าพวกเขากำลังดิ้นรนอย่างหนักเพื่อที่จะยืนหยัดอยู่บนเวที พรีเมียร์ลีก ต่อไปให้ได้กับช่วง 14 เกมที่เหลืออยู่ โดยตอนนี้้อยู่ในโซนแดง อันดับ 19 แข่ง 24 นัด มี 21 คะแนน และมีลูกได้เสียลบเยอะที่สุดที่ -26 ประตู
แต่ทุกๆ สิ่งยังเปิดกว้างและทุกๆ สิ่งต่างก็มีความเป็นไปได้ทั้งหมด บางที 3 ทีมท้ายตารางตอนนี้อาจไม่ใช่ทีมที่ต้องตกชั้นเสมอไป เพราะถ้ามองตามความเป็นจริง ณ ตอนนี้มันมีมากถึง 8 ทีมที่มีสิทธิ์ตกชั้นได้หมด และถ้าดูผลงานตลอดช่วง 5 เกมหลังสุดที่ บอร์นมัธ เก็บได้ 5 คะแนนก็ยังถือว่าทำได้ดีกว่าหลายๆ ทีมไม่ว่าจะเป็น เซาธ์แฮมป์ตัน, ลีดส์ ยูไนเต็ด, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ รวมไปถึง คริสตัล พาเลซ ดังนั้นทุกๆ สิ่งยังเปิดกว้าง เชื่อว่าจากนี้ทุกนัด ทุกแต้ม ทาง บอร์นมัธ จะเน้นเหมิอนการเล่นนัดชิงบอลถ้วยแน่นอน
HaMu Dos Santos















