ปฎิเสธไม่ได้ว่าทุกเม็ดเงินที่ลงทุนไปเป้าหมายใหญ่ที่เหล่าบอร์ดบริหาร และเจ้าของสโมสรต้องการคือการพา เปแอสเช เถลิงบัลลังก์บอลถ้วยใหญ่ของยุโรปมาครองเป็นสมัยแรกให้ได้ ทว่ากับภาพรวมที่ออกมาต้องยอมรับว่าน่าผิดหวัง
เฉกเช่นกับครั้งล่าสุด จะโทษโชคชะตา หรืออะไรก็ตามแต่ ทว่าสุดท้ายไม่ว่าคู่แข่งตรงหน้าจะเป็นใคร คุณต้องผ่านไปให้ได้
ความผิดหวังครั้งนี้น่าจะส่งแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย เพราะมันอาจไม่ใช่แค่เรื่องของตกรอบ แต่มันรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะตามมาในช่วงหลังจากนี้
ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราในวันนี้จะพาไปเจาะประเด็นอนาคตของ เปแอสเช ในช่วงหลังจากนี้ว่า (อาจ) จะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง และทิศทางของสโมสรจะเปลี่ยนแนวทางไปมากขนาดไหน
เป้าหมายที่ผิดหวัง (อีกครั้ง)
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าเป้าหมายใหญ่สุดของ เปแอสเช ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่กลุ่มทุนกาตาร์เข้ามาเทคโอเวอร์ คือการพาทีมบินสูง กลายเป็นสโมสรแถวหน้าของฟุตบอลยุโรป และต้องมีความสำเร็จแบบรูปธรรม นั่นก็คือโทรฟี่แชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีก
ย้อนกลับไปทีมควักกระเป๋าลงทุนซื้อนักเตะไปในระดับมหาศาลเซ็ตแรกของนักเตะก็พวก ติอาโก้ ซิลวา, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช, เอดินสัน คาวานี่, ดาวิด ลุยซ์ หรือ อังเคล ดิ มาเรีย ก่อนแต่งเติมครั้งใหญ่ระเบิดคลังจำนวน 222 ล้านยูโร ดึงตัว เนย์มาร์ มาจาก บาร์เซโลน่า
ซึ่งด้วยเม็ดเงินที่ลงทุนไปเป็นประกาศศักดากลายๆ ว่าจะเป็นยักษ์อีกตัวที่เข้ามาร่วมโม่เดินหน้าลุ้นแชมป์มากกว่าเดิม ซึ่งซัมเมอร์หลังจากนั้นอีก 1 ปี ทีมก็ไปสอย คีเลียน เอ็มบัปเป้ มาอีกราย เท่ากับนักเตะสองรายนี้ทีมลงทุนไปมากกว่า 400 ล้านยูโร
ในเมื่อ 2 ประสานยังไม่อาจเสกความสำเร็จมาได้ ก็จัดการเติมสเป็คสอย ลิโอเนล เมสซี่ มาอีกราย ผสมโรงกับเหล่าฟรีเอเยนต์ชื่อดังทั้ง เซร์คิโอ รามอส หรือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ทำให้ เปแอสเช มีความเหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น วัดจากคุณภาพนักเตะต้องบอกว่าแกร่งทั่วแผ่น รับดี เกมรุกเฉียบขาด ทว่าท้ายที่สุดก็ยังคงวนเวียนกวาดความสำเร็จในประเทศเพียงเท่านั้น
สรุปแล้วในเวที แชมเปี้ยนส์ลีก นับตั้งแต่ Qatar Sports Investments เข้ามาบริหารงาน ไปไกลถึงคือรอบชิงชนะเลิศเมื่อซีซั่น 2019-20 ส่วนนอกเหนือจากนั้นส่วนใหญ่ไปไม่เคยไกลกว่ารอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เลย
แน่นอนมันคือความผิดหวังที่เริ่มเกาะกินมากขึ้นเรื่อยๆ และไม่รู้ว่าอนาคตหลังจากนี้ต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไหร่ถึงจะปลดล็อคโทรฟี่แห่งความหวังนี้ได้เสียที
เปลี่ยนกุนซือ ?
นับตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา เปแอสเช มีการปรับเปลี่ยนในตัวตำแหน่งกุนซืออยู่หลายครั้ง และในจำนวนนั้นก็มีนายใหญ่ชื่อดัง ประสบการณ์สูงอย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ รวมอยู่ด้วย ทว่าก็อยู่กันไม่นานก็แยกทางกันไป
จากนั้นก็หมุนเวียนหลายๆ คนมานั่งเก้าอี้ตัวนี้แทนไม่ว่าจะเป็น โลร็องต์ บล็องก์, อูไน เอเมรี่ หรือ โธมัส ทูเคิ่ล คนที่พาทีมไปได้ไกลที่สุดในรายการ แชมเปี้ยนส์ลีก ทว่าก็ต้องแยกทางกันไปหลังมีปัญหาภายในบางอย่าง
ซึ่งหลังจากนั้นก็ปรับมาใช้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือเนื้อหอมในเวลานั้นที่ทำผลงานกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ได้อย่างยอดเยี่ยม ทว่าในมุมกลับกันผลงานของ “พอช” กลับไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่นัก แถมเสียแชมป์เมื่อฤดูกาล 2020-21 ให้กับ ลีลล์ อีกด้วย เปอร์เซ็นต์เก็บชัยชนะของเขาอยู่แค่เพียง 65.48% เท่านั้น
จนกระทั่งเปลี่ยนมาใช้บริการของ คริสตอฟ กัลติเยร์ นายใหญ่โปรโฟล์ดีที่เพิ่งพา ลีลล์ ปาดหน้าคว้าแชมป์ลีกไปครองเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน ทว่าปัญหาของกุนซือวัย 56 ปี คือเรื่องของประสบการณ์ในเวทีระดับสูง ที่ผ่านมาวนเวียนกับการคุมทีมในฝรั่งเศส และเมื่อต้องมาเจอกับฟุตบอลที่เขี้ยว และสตาร์ในทีมหลายๆ คน มันเลยอาจเป็นงานใหญ่ ที่ยากไปหน่อยของเขา
แม้จะนำหน้าเป็นจ่าฝูงลีก เอิง แต่หลายๆ เกมยังคงมีคำถามมากมาย รวมไปถึงผลงานในสนามที่ภาพรวมมันไม่ค่อยโสภาเท่าไหร่นัก บางทีการคว้าแชมป์ลีก เอิง ก็อาจไม่เพียงพอรั้งให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป
ซึ่งในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือพวกชื่อดังๆ ที่ยังพอว่างงานก็อย่าง ซีเนดีน ซีดาน, หลุยส์ เอ็นริเก้, เตเต้ หรือจะหันกลับไปร่วมงานกับ โธมัส ทูเคิ่ล ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
ทว่าท้ายที่สุดก็คงอยู่ที่เหล่าบอร์ดบริหารแล้วว่าพอใจกับผลงานที่ออกมามากขนาดไหน แต่แน่นอนถ้าได้โค้ชที่ประสบการณ์สูง ผ่านเวทีระดับสูงมาโชกโชนมันย่อมเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จมากขึ้นไปอีก
นักเตะในทีม
เปแอสเช เป็นหนึ่งในสโมสรที่รวบรวมนักเตะชื่อดังฝีเท้าดีเอาไว้แบบล้นทีม ไล่ตั้งแต่แนวรับยันแดนบน แต่ละคนล้วนมีดีกรีกันทั้งนั้น ทว่าปัญหาคือเมื่อมารวมทีมกันมาตรฐาน และความสม่ำเสมอกลายเป็นจุดใหญ่ที่ยังคงแก้ไม่หาย
ถามว่าโอกาสเปลี่ยนเรื่องขุมกำลังช่วงซัมเมอร์นี้มีไหม ? แน่นอนว่ามีโอกาสไม่น้อย เพราะนักเตะในทีมบางคนก็มีข่าวย้ายออกมาอยู่เรื่อยๆ เนย์มาร์ กองหน้าจากบราซิล ถูกจับไปเชื่อมโยงกับ เชลซี ว่า “เสี่ยท็อด” แห่ง เชลซี สนใจอยากได้ตัวไปโชว์ฟอร์ทในถิ่น สแตมฟอร์ด บริจด์ หรือ ลิโอเนล เมสซี่ ที่สัญญาใกล้หมด และยังไม่มีอะไรคืบหน้าว่าจะไปต่อ หรือแยกทาง
ส่วนในรายอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาทั้งเกมรับอย่าง เซร์คิโอ รามอส ก็เป็นอีกรายที่สัญญากำลังจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์ และด้วยอายุที่มากขึ้น ร่างกายที่ไม่ได้ฟิตปั๋งเหมือนเดิม บางทีอาจได้แยกทางกันอีกราย
นอกจากนั้นก็พวกตำแหน่งอื่นๆ ที่ต้องมีการเสริมแกร่งเข้ามา ไม่ว่าจะแผงมิดฟิลด์ หรือเกมรับที่ซีซั่นนี้เป็นจุดอ่อนของทีม เสียประตูกันค่อนข้างง่าย
ที่พอมีข่าวในช่วงที่ผ่านมาก็อย่าง สเวน บ็อตแมน แนวจาก นิวคาสเซิ่ล ที่ทีมกำลังให้ความสนใจ รวมไปถึงแนวรุกที่วางเป้าหมายไว้ที่ วิคเตอร์ โอซิมเฮน ในการดึงตัวมาล่าตาข่าย
อย่างไรก็ตามนอกจากจะเสริมเข้า ฝั่งขาออกก็ต้องมีเช่นกันอยู่ที่ว่าหวยจะไปออกที่ใคร และทีมจะมีการเปลี่ยนแปลงมากขนาดไหน
ซัมเมอร์ 2023 ของ เปแอสเช ช่างน่าสนใจดีเหลือเกิน กับภารกิจตามล่าหาโทรฟี่ แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยแรกมาครองให้ได้
- Paolinho -















