และแน่นอนด้วยสกอร์สะดุดเสมอ 2-2 ต่อ เวสต์แฮม ไม่ใช่สกอร์ที่คาดหวัง ทำให้เราควรต้องมานั่งถกเถียงและวิเคราะห์กัน กับการเก็บตกประเด็นหลังเกมนี้จาก ขอบสนาม ของเราครับ

พลาดตอนนำ 2-0 (อีกแล้ว)

สองนัด สองอาทิตย์ ผลเสมอ 2-2 สองประตูที่ขึ้นนำอย่างรวดเร็ว แต่สุดท้ายก็ทำแต้มหล่น 2 แต้ม เพราะ 2 โมเมนต์สำคัญ

ในเกมก่อนกับ ลิเวอร์พูล กรานิต ชาก้า ถูกติว่าไปสร้างความเดือดดาดให้ ลิเวอร์พูล จากการปะทะคารมกับ เทรต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ โดยไม่จำเป็น จนไปปลุกเร้าพลังแห่งสนามแอนฟิลด์ ทั้งที่ตอนนั้น อาร์เซน่อล ยังนำและคุมเกมอยู่ 2-0 แท้ ๆ

ส่วนในเกมล่าสุด ทั้งที่ได้ 2 ประตูนำเร็วตั้งแต่ 10 นาทีแรกจาก กาเบรียล เชซุส และ มาร์ติน โอเดการ์ด แต่พวกเขากลับผ่อนเกม ก่อน โธมัส ปาร์เตย์ จะติดประมาทไปนิด พยายามกระดกบอลหลบ ดีแคลน ไรซ์ แต่กลับพลาด ก่อนนำมาสู่การเสียจุดโทษให้ ซาอิด เบนราห์มา ซัด จุดประกายความหวังที่ก่อนหน้าแทบจะริบหรี่ของเจ้าบ้าน ให้ติดขึ้นมา

แน่นอนมันก็มีเรื่องที่ บูกาโย่ ซาก้า พลาดจุดโทษขณะที่ทีมนำอยู่ 2-1 ด้วย แต่ก็อย่างที่ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือของพวกเขาบอกแหละครับ “ใครบ้างไม่เคยพลาดจุดโทษ” ก่อนที่ 2 นาทีต่อมา ปืนใหญ่ จะมาโดน จาร็อด โบเว่น ยิงตีเสมออย่างสุดช็อค

จริง ๆ นี่ควรเป็นชัยชนะที่ไม่ยากเย็นของพวกเขาแล้ว หากพวกเขาสามารถนิ่งพอจะคุมเกมได้ แถมจริง ๆ ก็มีช็อตที่เกือบจะแพ้ ขุนค้อน แล้วด้วย หาก มิคาอิล อันโตนิโอ ไม่โขกไปชนสามเหลี่ยมตอนท้ายเกม

ปืนใหญ่ ชุดนี้ยังไม่สมบูรณ์แบบ (100%)

ถ้าถามว่าจุดเปลี่ยนมันมาจากไหน ความจริงก็คือนัดนี้ได้แสดงให้เห็นว่าแม้ อาร์เซน่อล ชุดนี้ จะเป็นทีมที่เต็มไปด้วยแข้งหนุ่มอายุน้อยที่น่าทึ่ง แต่ก็ยังขาดซึ่งประสบการณ์ และที่สำคัญคือ 'squad depth' หรือขุมกำลังเชิงลึก

การขาดหายไปของ วิลเลี่ยม ซาลิบา และ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ที่บาดเจ็บ ส่งผลกระทบ เนื่องจากตัวแทนของทั้งสองอย่าง ร็อบ โฮลดิ้ง ที่ลงแทน ซาลิบา ก็คนละเกรดกัน, คีแรน เทียร์นี่ย์ เป็นแบ็คซ้ายที่ดี แต่ไม่สามารถเล่นในแบบ ซินเชนโก้ ในเรื่องของการยืนสร้างสรรค์โอกาสบริเวณแดนมิดฟิลด์ได้

และความผิดพลาดไม่ได้มีแค่ในนักเตะ เมื่อแม้แต่กุนซือที่น่าประทับใจที่สุดคนหนึ่งในฤดูกาลอย่าง อาร์เตต้า ที่เปลี่ยนตัวถึง 5 คน หลังจากทีมโดนตีเสมอ 2-2 แต่กลับทำให้รูปเกมดูแย่กว่าเดิมซะอีก จึงไม่แปลกที่ครั้งนี้ ปืนใหญ่ จะไม่สามารถสร้างปาฏิหารย์ในช่วงท้ายเกมได้อย่างที่เคย ๆ

การตัดสินแชมป์ยังอยู่ในมือ (ทั้ง 2 ฝั่ง)

แต่อย่างไรก็ดี แม้จะได้เพียง 1 แต้ม มันก็ดีกว่าแพ้เป็นไหน ๆ เพราะอย่างน้อยมันยังทำให้พวกเขานำจ่าฝูงเพิ่มเป็น 4 คะแนน โดย แมนฯ ซิตี้ อันดับ 2 นัดแข่งน้อยกว่าหนึ่งนัด

ซึ่งนั่นสามารถพูดแบบง่าย ๆ ได้ว่า โอกาสลุ้นแชมป์ก็ยังอยู่ในมือ หาก อาร์เซน่อล ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน ในเกมต่อไป และเมื่อถึงเกมเจอ แมนฯ ซิตี้ ช่วงปลายเดือนแล้ว หาก ปืนใหญ่ มีแต้ม ไม่ออกไปพ่าย เรือใบ และชนะรวดทุกนัดที่เหลือ พวกเขาจะได้คว้าแชมป์ลีกแรกในรอบ 19 ปีอย่างสามสมใจ

แต่ ๆ โอกาสลุ้นแชมป์ก็อยู่ในมือ แมนฯ ซิตี้ ด้วยเช่นกัน เพราะหาก ทัพเรือใบสีฟ้า สามารถเอาชนะ ปืนใหญ่ และชนะทุกนัดที่เหลือ จะเป็นพวกเขาที่คว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 5 จาก 6 ฤดูกาลหลังสุดไปครอง

ซึ่งแน่นอนเมื่อเสมอ 2 นัดติดแบบนี้ อาจทำให้แฟนปืนจำนวนไม่น้อยเสียความมั่นใจ สำหรับนัดสำคัญที่อาจเป็นเกมตัดสินแชมป์ที่รออยู่ แต่อย่างน้อยก็ยังดีครับ ที่นัดต่อไปพวกเขาจะได้กลับมาเล่นในบ้าน และมีโอกาสเรียกความมั่นใจกับการเจอทีมบ๊วยอย่าง เซาธ์แฮมป์ตัน

หาก อาร์เซน่อล กลับมาเล่นให้ดี และชนะได้อีกครั้ง จากนั้นอะไร ๆ ก็ยังเกิดขึ้นได้ครับ!

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline