จนมาถึงตอนนี้หลังปิดดีล เชื่อว่ามีแฟนผีหลายคน ยังรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่า เมาท์ จะไปยืนตรงไหนของทีม ไปเป็นกลางรุกหรอ? หรือยืนปีก? หรือจะถอยไปเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง

แต่สิ่งหนึ่งที่ ขอบสนาม อินไซด์ ของเรา บอกได้ก่อนเลย คือการที่ แมนยู วาง เมาท์ เป็นกองกลาง ตัวเป้าหมายอันดับ 1, ยอมทุ่มเงินถึง 60 ล้านปอนด์ และซื้อเขาเข้ามาเป็นรายแรกของซัมเมอร์นี้ มันย่อมมีสาเหตุครับ

ซึ่งหนึ่งทฤษฎีที่น่าสนใจและดูมีเหตุผลรอบรับ คือเรื่องที่ เอริค เทน ฮาก ดูมีแนวโน้มจะปรับเปลี่ยนแท็คติกหลักของทีม ในฤดูกาลหน้า ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุที่เขาโคตรต้องการ และเลือกเซ็นสัญญากับ เมสัน เมาท์ นั่นเองครับ

เริ่มเข้าเนื้อหา จากการพูดถึงแท็คติกหลัก ในฤดูกาลที่ผ่านมาของ เทน ฮาก กันก่อน แน่นอนคือ 4-2-3-1 แต่จุดที่น่าสนใจคือช่วงท้ายฤดูกาล เราจะเห็นผ่านเกมในสนาม ว่าโค้ชชาวดัตช์เริ่มปรับให้ทีมมาเล่นในรูปแบบ 4-3-3 มากยิ่งขึ้น

ซึ่งนี่เป็นระบบที่ เทน ฮาก ใช้ทุกนัด! ย้ำว่าทุกนัดในฤดูกาลสุดท้ายของเขากับ อาแจ็กซ์ แนวคิดง่าย ๆ ของแท็คติก 4-3-3 ของ เทน ฮาก คือจะใช้ แนวรับทั้ง 4 คน กับกองกลางตัวรับ 1 คน ในการขึ้นบอล ซึ่งจริง ๆ รวมถึงผู้รักษาประตูด้วยที่ต้องช่วยในการขึ้นเกม

ส่วนมิดฟิลด์ 2 คนข้างหน้า จะดันขึ้นสูง เพื่อไปเล่นเกมรุกร่วมกับปีกและกองหน้า หรือเสมือนเป็นกลางรุกกึ่งมิดฟิลด์นั่นเอง

แน่นอนนักเตะ แมนยู ที่เล่นในบทบาทนี้ให้กับ เทน ฮาก ได้ คือ บรูโน่ แฟร์นันเดส เขามีทักษะการจ่าย,  การเล่นเกมรุก และอีกสิ่งที่สำคัญ เมื่อยืนสูงแล้ว ก็คือการช่วยเพรสซิ่ง

ซึ่งอย่างหลังเป็นสิ่งที่นักเตะอย่าง คริสเตียน อีริคเซ่น ไม่ค่อยชำนาญ ทำให้เขาเหมาะกับยืนเป็นตัวต่ำคอยออกบอลจากแนวลึกมากกว่า, ในขณะที่ เฟร็ด มีพลังงานมากมายในการเพรส แต่กลับไม่มีทักษะเกมรุกที่เพียงพอ ส่วน สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ แทบจะกาชื่อทิ้งได้เลย เขาไม่ได้มีทักษะเด่นในทั้ง 2 ด้านนี้

ฉะนั้นแล้ว แมนยู จึงอาจต้องการหา กลางรุกกึ่งมิดฟิลด์ อีกคนมายืนคู่กับ บรูโน่ ซึ่งคำตอบมันออกมาแล้วว่าคือ เมสัน เมาท์

คำถามต่อมา เมาท์ เล่นในบทบาทนี้ได้ไหม ? ถ้าให้เราตอบแบบชัด ๆ คือตำแหน่งเนี่ยแหละ คือบทบาทที่ถนัดของ เมสัน เมาท์ เลย

เพราะเจ้าตัวเป็นกองกลางที่เติมเกมรุกเก่งมาก ๆ ทั้งสอดหาพื้นที่ วิ่งเข้ากรอบได้ดี, สอดไปยิงก็ได้ สอดไปจ่ายก็ดี, แม้แต่การยิงไกลก็พอหวังผลได้ รวมถึงการครอสเข้ากรอบเขตโทษก็มีความแม่นยำ

จะเห็นว่าจริง ๆ เมาท์ มีทักษะเกมรุกที่หลากหลายกว่า บรูโน่ ด้วยซ้ำ แต่เรื่องประสิทธิภาพยังเป็น แฟร์นันเดส ที่ดีกว่า ก็ถือว่าเป็นการเขามาเสริมกันและกันได้อย่างพอดิบพอดี

ส่วนเรื่องการเพรสซิ่ง บอกได้แค่ว่าเดือดครับ สถิติการวิ่ง และเล่นเพรสซิ่งของ เมาท์ ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าประทับใจมาเสมอ แม้แต่ในฤดูกาลล่าสุดที่เขาว่าฟอร์มตก ก็ยังมีตัวเลขที่ใช้ได้

ส่วนสถิติเกมรุก ถ้าดูในปีที่เขาพีคอย่าง 2 ฤดูกาลก่อน ต้องบอกอยู่ในระดับท็อปทั้งนั้น เอาว่าซีซั่น 2021/22 เมาท์ เป็นทั้งดาวซัลโว, ท็อปแอสซิสต์ และสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งมากที่สุดในทีม เชลซี เลยล่ะครับ


จะเห็นได้ว่า เรื่องเกมรุกจริง ๆ ชัดเจนนะครับว่าไม่น่าห่วง แม้ฤดูกาลล่าสุดจะฟอร์มตกลงไป แต่เราก็เคยเห็นมาแล้วว่า เมาท์ ทำอะไรได้บ้าง? และเรื่องช่วยเกมรับ เขาเต็มที่ขนาดไหน ?

จึงไม่แปลกที่ แมนยู จะมองเขาเป็นกองกลางที่ใช่ที่สุดในตลาดนี้ โดยเฉพาะหากจะเล่นในแผน 4-3-3 จริง ๆ คือลงตัวแน่

โดยอีกสิ่งที่อาจจะเกี่ยวข้องด้วย คือสาเหตุที่ แมนยู เลือกเซ็นสัญญา เมาท์ เป็นคนแรก อาจเป็นเพราะพวกเขาจะสร้างความชัดเจน ถึงแท็คติกใหม่ที่จะใช้ในฤดูกาลหน้า

บวกกับความเชื่อมโยงนักเตะตัวเป้าหมายอื่น ๆ อย่าง ผู้รักษาประตูที่ใช้เท้าดีอย่าง อังเดร โอนาน่า ก็ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับแผน 4-3-3 ในรูปแบบของ เทน ฮาก รวมถึงกองหน้าที่จ่ายบอล เชื่อมเกมดีที่มีข่าวอย่าง แฮร์รี่ เคน, ร็องดาล มูอานี่ หรือ ราสมุส ฮอยลุนด์ ก็เช่นกัน

แน่นอนเราก็ไม่ทางรู้ 100% หรอกครับ ว่าการที่ เทน ฮาก ต้องการ และ แมนยู ทุ่มซื้อ เมาท์ มา เพราะเรื่องจะใช้แท็คใหม่จริง ๆ ไหม?

แต่ด้วยแนวโน้ม และทิศทางหลาย ๆ อย่างดูบ่งบอกว่าน่าจะเป็นแบบนั้น ท้ายที่สุดก็คงต้องมารอดูกัน ว่าเมื่อเปิดฤดูกาลใหม่แล้ว เราจะเห็น 4-3-3 กลายเป็นแผนหลักแผนใหม่ของ แมนยู หรือไม่ ?

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline