ไม่แปลก! ที่ สิงโตน้ำเงินคราม จะกลายเป็นทีมที่ถูกมองข้ามไป เมื่อเทียบจากในอดีต …
ซึ่งจากการคำนวณล่าสุดของ ซูเปอร์ คอมพิวเตอร์ ทำนายว่าพวกเขาจะจบที่อันดับ 6 ของตาราง ไม่ได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบ 2 ปีติดต่อกัน ในขณะที่บริษัทรับเดิมถูกกฎหมายต่างประเทศ ก็คำนวณว่าพวกเขา จะจบในอันดับ 6 เช่นกัน
ซึ่งผลคำนวณจะออกมาแบบนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพียงแค่เราไม่ได้คิดแบบนั้นครับ! เพราะเมื่อดูจากภาพรวมแล้ว
จะพบว่า เชลซี นั้นมีส่วนผสมที่ดีหลาย ๆ อย่าง ที่จะทำให้ฤดูกาลใหม่ของพวกเขา กลับมาสดใส และจะเป็นทีมที่ถูกมองข้ามจากการแข่งขัน ไม่ได้อีกต่อไป!
โดยส่วนผสมที่ดีเหล่านั้นมีอะไรบ้าง วันนี้ ขอบสนาม อินไซด์ ของเราจะพาไปแจกแจงกันครับ!
อันดับแรก คือ เชลซี มีทีมที่เหมาะกับโค้ช และมีโค้ชที่เหมาะกับทีม …
ทีมของ เชลซี ในฤดูกาลหน้า จะยังเต็มไปด้วยผู้เล่นหนุ่มที่มีศักยภาพ เป็นส่วนใหญ่ของทีม ในขณะที่โค้ชใหม่ของพวกเขา เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ คือกุนซือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการสร้างทีม และปลุกปั้นผู้เล่นอายุน้อย
เห็นได้จากผลงานที่ผ่านมาของ พอช ทั้งกับ เซาธ์แฮมป์ตัน หรือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และแน่นอนว่า พอช มีประสบการณ์ใน พรีเมียร์ลีก มาพอสมควร ทั้งประสบการณ์ในการพาสโมสรกลับไปเล่นในถ้วยยุโรป หรือเคยถีบไปถึงขั้นลุ้นแชมป์มาแล้ว
พร้อมกับปรัชญาการทำทีมแบบเน้นเกมรุก และเพรสซิ่งแดนบนที่ดุดัน แน่นอนว่าจะยิ่งเข้ากั๊น เข้ากัน กับเหล่านักเตะหนุ่มมากพรสวรรค์ของ สิงห์บลูส์
อันดับต่อมา คือเมื่อมาจัด ๆ ดูแล้ว เชลซี มี 11 ตัวจริงที่ดูดีนะ …
ผู้รักษาประตูมือหนึ่ง คาดว่าจะเป็น เกปา ไปก่อน
แบ็คขวา แน่นอน รีซ เจมส์, แบ็คซ้าย เบน ชิลเวลล์, คู่เซ็นเตอร์ ติอาโก้ ซิลวา กับ ลีวาย โควิลล์ ชื่อชั้นและฝีเท้าดูดีทุกคนนะ
คู่มิดฟิลด์เป็น เอ็นโซ่ เฟอร์นานเดซ กับ คอเนอร์ กัลลาเกอร์
ปีกขวาธรรมชาติ โนนี่ มาดูเอเก้ และปีกซ้าย มิไคโล่ มูดริก
และตัวความหวังด้านจบสกอร์ เป็น คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู ในตำแหน่งหน้าต่ำ และ นิโกลาส์ แจ็คสัน ในตำแหน่งหน้าเป้า
ซึ่งเมื่อมาดูแล้ว ถ้าทีมนี้สามารถเล่นเข้าขากันได้จริง ๆ ทำไมจะจบในอันดับท็อปโฟร์ หรือเกินกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไม่ได้ ถูกไหมครับ?
บวกกับขุมกำลังที่พร้อมเป็นสำรอง และแย่งตัวจริงอีกมาย อาทิ โรเบิร์ต ซานเชซ ตัวใหม่ที่จะมาพร้อมแย่งมือหนึ่ง, มาโล กัสโต้ แบ็คขวาตัวใหม่ที่ฟอร์มดีตอนปรีซีซั่น, กองหลังใหม่อย่าง อั๊กเซล ดิซาซี่ รวมถึงคู่หูเก่าของเขาอย่าง เบนัวต์ บาเดียชิลล์
กองกลางแม้ยังตัวเลือกไม่เยอะ แต่ก็มีดาวรุ่งมีแววอย่าง อันเดรย์ ซานโต๊ส หรือ คาร์นีย์ ชุกวูเมก้า ที่พร้อมสอดแทรก แนวรุกคนอื่น ๆ ก็ยังมีทั้ง อาร์มานโด โบรย่า หรือ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง
เอาจริง ๆ คือขุมกำลังทั้งหมดของ เชลซี ถูกตีมูลค่าจาก ‘ทรานสเฟอร์มาร์ค’ ว่าสูงเป็นอันดับ 5 ของโลกเลยนะ! ใน พรีเมียร์ลีก ก็สูงเป็นรองแค่เพียง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ อาร์เซน่อล เท่านั้น
และ เชลซี ฤดูกาลหน้า จะมีเพดานศักยภาพที่สามารถไปถึง ยิ่งกว่านี้ไปได้อีก หากมีการเสริมทัพช่วงที่เหลือได้ดี โดยเฉพาะหากได้เป้าหมายหลัก ๆ อย่าง มอยเซส ไกเซโด้, ดูซาน วลาโฮวิช และ ไมเคิ่ล โอลิเซ่
ซึ่งถ้าได้แบบนั้น เชลซี คงจะมีลุ้นมากสุด มากกว่าแค่อันดับ 4 แน่นอนครับ
และพวกเขายังมี ปัจจัยอื่น ๆ ส่งเสริม …
อย่างการไม่ต้องไปเล่นในฟุตบอลยุโรป ซึ่งนั่นหมายความ โปเช็ตติโน่ จะมีเวลามากมายในการฝึกซ้อม และเซ็ตระบบของทีม พร้อมกับสามารถโฟกัสกับการพัฒนาผู้เล่นดาวรุ่งได้ด้วย
และซีซั่นหน้า ทีม เชลซี จะไม่ได้มีความความคาดหวัง หรือความกดดันเท่ากับทีมใหญ่ทีมอื่น ๆ เราอยากจะยกตัวอย่าง คือ อาร์เซน่อล ในฤดูกาลก่อน แม้จะไม่ได้เหมือนซะทีเดียว แต่จะเห็นได้ว่าพวกเขา ออกสตาร์ทซีซั่นด้วยความคาดหวังหรือแรงกดดันที่ต่ำ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผลงานออกมาได้ดีเกินคาดนั่นเอง
แต่ประเด็นสำคัญที่สุด จากการที่ เชลซี มีส่วนผสมที่ดีหลายอย่าง ทั้ง มีทีมที่เหมาะกับโค้ช มีโค้ชที่เหมาะกับทีม, มี 11 ตัวจริงที่ดูดี ซึ่งจะดูดีได้มากกว่านี้อีก หากมีการเสริมทัพได้ตามเป้าหมาย และมีปัจจัยรองอื่น ๆ ส่งเสริมด้วยนั้น
การจะทำให้ส่วนผสมทั้งหมด ออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ดี ล้วนขึ้นอยู่กับการคนเข้าหากัน หรือ “การปรับตัว” ระหว่าง นักเตะ, โค้ช และองค์กรสโมสร เชลซี
หากพวกเขาทั้งหมดสามารถผสมกันได้ลงตัว เชลซี จะไม่กลายเป็นทีมใหญ่แต่ชื่อ แบบฤดูกาลก่อน แต่ซีซั่นใหม่ พวกเขาจะกลายเป็นทีมแกร่ง และงานหิน ที่ทุกทีมจะไม่สามารถมองข้ามได้นั่นเองครับ!















