ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วสำหรับรายชื่อขุนพล ทีมชาติไทย ชุดเตรียมตัวสู้ศึกฟุตบอล เอเชี่ยน คัพ 2023 รอบแบ่งกลุ่ม ช่วงกลางเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ ซึ่งส่วนก็ใหญ่ยังคงเป็นชุดก่อนหน้าที่บุกไปอุ่นเครื่องกับ ทีมชาติญี่ปุ่น เมื่อวันปีใหม่ที่ผ่านมา ผสมกับแข้งใหม่ที่เรียกมาเพิ่มเติม

แน่นอนว่าเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วการเรียกตัวนักเตะแต่ละครั้ง มักจะเป็นที่ถูกใจสำหรับแฟนๆ หรือมีขัดใจไปอยู่บ้าง ว่าแล้วเช็กกันอีกครั้งหน่อยดีกว่าว่ามีใครบ้าง

สิ่งที่เห็นจากรายชื่อทัพ "ช้างศึก" ชุดสู้ศึก เอเชี่ยน คัพ 2023

"ช้างศึก" ภายใต้การนำทัพของ มาซาทาดะ อิชิอิ ยังเน้นนักเตะชุดเดิมจากชุดที่อุ่นเครื่องพ่ายต่อ ทีมชาติญี่ปุ่น 0-5 ส่วนคนที่ต้องหลุดออกจากทีมไปก็คือ พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, พิชา อุทรา, และ ยศกร บูรพา

ขณะที่นักเตะที่ได้เรียกเข้าเพิ่มเข้ามาเพิ่มเติมคือในรายของ ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, สรานนท์ อนุอินทร์, พรรษา เหมวิบูลย์, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว, ศุภชัย ใจเด็ด และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา

หลังจากการที่ได้เห็นขุมกำลังชุดนี้ เราพามาวิเคราะห์ 6 ข้อใหญ่ๆ ว่ามีสิ่งใดน่าสนใจอย่างไรบ้าง

1. ไร้ชื่อ ชนาธิป-ธีรศิลป์

การขาดหายไปของ 2 ซูเปอร์สตาร์แนวรุกตัวความหวังอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่บาดเจ็บซ้ำที่ตรงจุดเดิมพักแบบไม่มีกำหนด กับ ธีรศิลป์ แดงดา ที่บาดเจ็บเอ็นเข่าฉีก-กระดูกเข่าร้าว ใช้เวลาพัก 8 สัปดาห์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเขาคือหัวใจสำคัญของเกมรุกของทีม และเชื่อว่าจะมีผลต่อทีมไม่น้อย

เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ในเกมที่ผ่านมาได้เห็น อิชิอิ ทดลองใช้ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย รวมถึง ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ เป็น 11 ตัวจริง ประกอบกับการได้แนวรุกเข้ามาสมทบกับทีมเพิ่มเติม น่าสนใจว่าทาง อิชิอิ จะปรับรูปแบบแท็กติกออกมาอย่างไร

2. แบ็คขวา มีมากกว่า แบ็คซ้าย

อีกหนึ่งสิ่งที่สร้างความแปลกใจแฟนๆ นั่นก็คือมีขุมกำลังแบ็คขวาทั้งหมด 3 รายอย่าง นิโคลัส มิเกลสัน, ศุภนันท์ บุรีรัตน์, สันติภาพ จันทร์หง่อม ส่วนแบ็คซ้ายอาชีพมีเพียงแค่รายเดียวก็คือ ธีราทร บุญมาทัน

แต่ทว่าในรายของ นิโคลัส มิเกลสัน นั้นก็สามารถโยกไปเล่นแบ็คซ้ายได้เช่นกัน การตัดสินใจเช่นนี้เชื่อว่า อิชิอิ อาจมีหมากเด็ดที่เอาไว้สลับในบางสถานการณ์หรืออาจมีการยืดหยุ่นก็เป็นได้

3. สเป็คนายด่านต้อง "สูง"

แทบไม่มีใครเชื่อว่าทีมชาติไทยชุดนี้จะไม่มีชื่อของ กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล จากตลอดที่ผ่านมานายด่านรายนี้ทำผลงานเด่นกับ ราชบุรี เอฟซี ต้นสังกัด เช่นเดียวกับยืดตำแหน่งเป็นตัวหลักให้ทัพ “ช้างศึก” ยุคของ มาโน่ โพลกิ้ง อดีตกุนซือตลอดระยะหลังที่ผ่านมา

หากดูจากรายชื่อทั้ง 3 รายทั้ง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, ปฏิวัติ คำไหม และ สรานนท์ อนุอินทร์ แล้วลองมาวิเคราะห์อีกครั้งเชื่อว่า อิชิอิ ไว้ใจเลือกใช้นายด่านที่มีส่วนสูงเกิน 180 เซนติเมตรขึ้นไป เป็นอันดับแรก โดยทางฝั่ง กัมพล เสียบเปรียบตรงที่มีส่วนสูงเพียงแค่ 178 เซนติเมตร เท่านั้น

4. ถึงเวลาพิสูจน์ 3 แข้งจากลีกต่างแดน บนเวทีใหญ่

ที่ผ่านมานักเตะ 3 รายที่กำลังไปโลดแล่นในลีกต่างแดนอย่าง สุภโชค สารชาติ, ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา, เอกนิษฐ์ ปัญญา ต่างมีโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอกับต้นสังกัดและทำผลงานออกมาได้น่าพอใจ

สำหรับ เอเชี่ยน คัพ จึงเป็นอีกหนึ่งเวทีใหญ่ และเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าการไปเล่นกับลีกใหญ่ของต่างประเทศ จะสามารถนำประสบการณ์มาช่วยยกระดับทัพ “ช้างศึก” ได้แค่ไหน และพาทีมผ่านเข้าสู่รอบลึกๆ ได้ถึงรอบไหน

5. ศูนย์หน้าที่จะมายืนแทน ธีรศิลป์

หากดูตามช้อยส์ในตำแหน่งศูนย์หน้ามีนักเตะอย่าง ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา, ธีรศักดิ์ เผยพิมาย และ ศุภชัย ใจเด็ด ซึ่งทั้งหมดเปรียบเสมือนเป็นแข้งศูนย์หน้าเลือดใหม่อนาคตของทีม

สำหรับ ศุภณัฏฐ์ ล่าสุดเพิ่งเปิดซิงประตูแรกในสีเสื้อ โอเอช ลูเวิน ได้ ขณะที่ ธีรศักดิ์ สวมบทซูเปอร์ซัพลงมายิงประตูได้บ่อยครั้งกับ การท่าเรือ เอฟซี และ ศุภชัย ก็เป็นนักเตะที่ อิชิอิ รู้มือกันดีอยู่แล้ว และเริ่มกลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง โดยปัจจุบันยิง ไปทั้งหมด 9 ประตูในไทยลีก จึงเป็นอีกข้อที่ อิชิอิ จะต้องเลือกว่าใครเหมาะที่จะออกสตาร์ทเป็น 11 จริง

6. ตำแหน่ง “กฤษดา” กลางหรือหลัง?

ยังคงที่เป็นที่น่าจับตามองสำหรับตำแหน่งการยืนของ กฤษดา กาแมน ปกติแล้วแนวรับรายนี้ถนัดเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ และสามารถเล่นได้ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟได้ โดยที่ทาง มาโน่ โพลกิ้ง มักจะจับเขาไปยืนตรงอยู่บ่อยครั้ง

ในทัวร์นาเมนต์นี้ การเรียก พรรษา เหมวิบูลย์ เข้ามาติดทีม รวมถึงชื่อของ พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล ที่หลุดออกจากทีมไป มีแนวโน้มสูงที่กุนซือเลือดปลาดิบอาจจะเลือกใช้ “และห์” ยืนมิดฟิลด์ตัวรับตามที่ถนัดก็เป็นได้

สุดท้ายทั้งหมดนี้เป็นการวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้จากรายชื่อที่ออกมา ทีมชาติไทย ภายใต้การนำทัพของ มาซาทาดะ อิชิอิ จะทำผลงานออกมาเป็นที่ประจักษ์ ประทับใจแฟนบอลแค่ไหนในทัวร์นาเมนต์นี้

CHUNKA

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline