การแข่งขันศึก เอเชี่ยน คัพ นัดแรกของ ทีมชาติไทย พบกับ คีร์กีซสถาน เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ทีมชาติไทยสามารถทำผลงานออกมาได้ยอดเยี่ยม เอาชนะไปได้ 2–0 จาก 2 ประตู ของ ศุภชัย ใจเด็ด ซึ่งเป็นชัยชนะนัดเปิดสนามของทีมชาติไทยครั้งแรกในประวัติศาสตร์การลงเล่น เอเชี่ยน คัพ 

เกมนี้ มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือใหญ่ชาวญี่ปุ่น จัด 11 ผู้เล่นลงสนาม นำมาโดย ปฎิวัติ คำไหม ผู้รักษาประตู แบ็คซ้าย ธีราทร บุญมาทัน แบ็คขวา นิโคลัส มิคเคลสัน 2 เซ็นเตอร์แบ็ค เอเลียส ดอเลาะ จับคู่กับ พรรษา เหมวิบูลย์ กองกลางตัวรับ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี จับคู่กับ วีระเทพ ป้อมพันธุ์ กองกลางตัวรุก สุภโชค สารชาติ ปีกซ้าย บดินทร์ ผาลา ปีกขวา ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา และ ศุภชัย ใจเด็ด กองหน้าตัวเป้า 

การเข้ามาของ เซ็นเซ อิชิอิ มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทัพ “ช้างศึก” อยู่หลายจุดให้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง และอะไรเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ทีมโชว์ฟอร์มแจ่ม วันนี้ ทีมงานขอบสนามบอลไทย จะพามาสรุปให้ฟังอีกครั้ง

1.การจัดตัวผู้เล่น

อิชิอิ ได้มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นที่ต่างไปจากเดิมในยุคของ มาโน่ โพลกิ้ง เช่น เลือกใช้ พรรษา เหมวิบูลย์ เข้ามายืนเซ็นเตอร์แบ็คแทนที่ของ กฤษดา กาแมน จับคู่กับ เอเลียส ดอเลาะ ส่วนทางด้านกองกลางเลือกใช้ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี แทนในรายของ สารัช อยู่เย็น จับคู่กับ วีระเทพ ป้อมพันธุ์ ถือเป็นการจัดตัวผู้เล่นลงสนามตามตำแหน่งที่นักเตะถนัด ทำให้สามารถแสดงประสิทธิภาพออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่มีคุณภาพมากที่สุด 

ขณะที่แนวรุกเลือกใช้ 2 พี่น้องอย่าง สุภโชค สารชาติ กับ ศุภณัฏฐ์  เหมือนตา ที่ปัจจุบันค้าแข้งในลีกต่างประเทศ รวมถึง บดินทร์ ผาลา จอมลากเลื้อยตัวเก่ง และ ศุภชัย ใจเด็ด ศูนย์หน้าตัวจบสกอร์ในการสร้างความอันตรายแก่แนวรับคู่แข่ง

2. ศุภชัย ฟอร์มแจ่ม เบิ้ลสองพาทีมซิวชัย

ศุภชัย ใจเด็ด คือแข้งที่โชว์ผลงานได้โดดเด่นที่สุด ซัด 2 ประตูช่วยให้ทีมชาติไทย เก็บ 3 แต้มได้ สามารถยืนตำแหน่งได้ถูกที่ถูกเวลา จากลูกยิงที่เจ้าตัวทำได้ในเกมนี้ส่งผลให้ “เจ้าอาร์ม” มีชื่อติดทีมยอดเยี่ยม เอเชี่ยน คัพ แมตซ์เดย์ที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เล่นทีมชาติไทยและผู้เล่นอาเซียนคนเดียวที่ติดทีมยอดเยี่ยมในชุดนี้

3. การวางแท็กติกที่แตกต่างจากเดิม

จะเห็นได้ว่าแท็กติกรูปแบบการเข้าทำทีมชาติไทยในยุคของ มาซาทาดะ อิชิอิ มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดกว่าในยุคของ มาโน่ โพลกิ้ง ทั้งในการจัดตัวผู้เล่นที่เปลี่ยนใหม่หลายตำแหน่ง ประกอบกับแข้งตัวหลักบางรายก่อนหน้านี้มีปัญหาอาการบาดเจ็บ และตัวที่เล่นแทนสามารถทำได้ตามที่เฮดโค้ชต้องการ การเล่นเป็นระบบดูเนียนตามากขึ้น และผลการแข่งขันในนัดนี้อาจจะเป็นตัวจุดประกายให้แฟนฟุตบอลไทย กลับมามีความหวังมากขึ้นกับการเข้าสู่รอบต่อไปให้ได้

4. วีระเทพ คุณภาพคับแก้ว 

วีระเทพ ป้อมพันธุ์ เกมนี้แสดงให้เห็นถึงเทคนิคอันแพรวพราวในการคุมแดนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยทั้งเกมรับและรุก เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมชาติไทยคว้าสามแต้มได้

สำหรับสถิติการของ วีระเทพ เกมที่ผ่านมา ลงเล่นครบ 90 นาที จ่ายบอลสำเร็จ 81.8% ดวลตัวต่อตัวชนะ 5/9 ตัดบอลได้ 2 ครั้ง

การออกสตาร์ทเกมแรกด้วยชัยชนะของ “ช้างศึก” สามารถสร้างรอยยิ้มแห่งความสุขให้แฟนชาวไทย กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่ก็ยังมีจุดที่รีบแก้ไขบ้างให้เร็วที่สุดในด้านการจบสกอร์ที่มีโอกาสได้ในหลายจังหวะแต่ก็พลาดไป รวมถึงการออกบอลของแนวรับที่ต้องแม่นยำเอาตัวรอดให้ได้ดีกว่าเดิม

ท้ายที่สุดหาก ทีมชาติไทย ยังอยู่ในช่วงที่กำลังมั่นใจ รักษามาตรฐานฟอร์มการเล่นได้เช่นนี้ เกมหน้าที่จะพบกับ โอมาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งงานหินและสุดท้าทาย อาจสร้างเซอร์ไพรส์ แล้วนำไปสู่โอกาสในเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ก็เป็นได้

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline