ยังไม่มีความคืบหน้าเพิ่มเติมมากนักเกี่ยวกับผู้ที่จะมาเป็นทายาทของ อาร์แซน เวนเกอร์ กับบทบาทกุนซือคนใหม่ของ อาร์เซน่อล แต่ ณ ตอนนี้สื่อหลายสำนักกำลังโหมหนักมากว่า มิเกล อาร์เตต้า คือตัวเต็งและมีความเหมาะสมที่สุด

มันก็น่าแปลกที่ อาร์เตต้า มีชื่อขึ้นเป็นตัวเต็งอันดับ 1 เหนือกุนซือดังๆ อย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ, มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี หรือ หลุยส์ เอ็นริเก้ ทั้งที่ยังไม่เคยสัมผัสกับประสบการณ์การคุมทีมแบบจริงๆ จังๆ มาก่อน ซึ่งปัจจุบันอดีตกัปตันทัพ 'ปืนใหญ่' ผู้นี้กำลังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะเกิดขึ้นในโลกของฟุตบอลนั้นคุณไม่มีทางรู้ได้ ไม่แน่ อาร์เตต้า อาจจะคือคนๆ นั้นของ อาร์เซน่อล จริงๆ ก็ได้ ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าถ้ามันเป็นเรื่องจริง อาร์เตต้า จะจัดการเรื่องต่างๆ ได้อย่างไรบ้างในฐานะผู้จัดการทีม ทาง 'สคอว์ก้า' สื่อต่างประเทศได้จัดการทำแบบจำลองขึ้นมาเกี่ยวกับการบัญชาทัพ 'ปืนใหญ่' ของ อาร์เตต้า ไล่ตั้งแต่การเสริมทัพไปถึงระบบการเล่น จนถึงผลสุดท้ายที่เกิดขึ้นผ่านทางเกม 'ฟุตบอล เมเนเจอร์ 2018'

การเสริมทัพ

ความท้าทายแรกของ อาร์เตต้า คือการจัดสรรทีมของเขาที่จะใช้ในการลงแข่งขันก่อนเปิดฤดูกาล โดยในช่วงซัมเมอร์ อาร์เซน่อล เสริมทัพมาได้แค่รายเดียวคือ ลูคัส ตอร์เรร่า จาก ซามพ์โดเรีย ด้วยค่าตัว 22.5 ล้านปอนด์ พร้อมกับปล่อยแข้งออกจากทีมในรูปแบบการยืมตัว 7 รายด้วยกัน ส่วนเรื่องตลาดซื้อ-ขายช่วงหน้าหนาว อาร์เตต้า ได้แข้งใหม่มาอีก 4 คนซึ่งได้แก่ ชาดาส จาก บราก้า ค่าตัว 240,000 ปอนด์ (อาจสูงสุดถึง 640,000 ปอนด์) ตามด้วย เอเตียนน์ กาปู กองกลางจาก วัตฟอร์ด 16 ล้านปอนด์ (อาจสูงสุดถึง 20.5 ล้านปอนด์)เสริมแกร่งแดนกลาง ส่วนแนวรุกได้ ปาโบล ปิอัตติ ปีกจาก เอสปันญ่อล 22 ล้านปอนด์ (อาจสูงสุดถึง 28 ล้านปอนด์) ซึ่งซื้อแพงที่สุดในสถิติของสโมสร ส่วนรายสุดท้ายคือได้ ริชาร์โด้ เอสไกโอ จาก บราก้า ที่ย้ายมาด้วยค่าตัว 6.25 ล้านปอนด์ (อาจสูงสุดถึง 8 ล้านปอนด์) สรุปแล้วในฤดูกาลนี้ อาร์เซน่อล ใช้เงินเสริมทัพไปทั้งหมด 67 ล้านปอนด์ (เหมือนกับชีวิตจริงที่สโมสรใช้เงินไม่เยอะ) ขณะตัวที่ทำเงินได้นั้นมีคนเดียวคือ ดาวิด ออสปิน่า ย้ายไป ดินาโม เคียฟ ด้วยค่าตัว 9.5 ล้านปอนด์ (อาจสูงสุดถึง 13.25 ล้านปอนด์)

สไตล์/ระบบการเล่น

แบบจำลอง! ถ้า อาร์เตต้า คุมซุ้มปืน ผลจะออกมาเป็นยังไง ?

รูปด้านบนเป็นส่วนหนึ่งของเกม อาจไม่ได้มีเนื้อหาตรงกับความเป็นจริง ปรัชญาและการจัดทัพของ อาร์เตต้า น่าจะใช้ 4-3-3 เพราะปัจจุบันเขาเป็นผู้ช่วยของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็น่าจะรู้แท็คติกและวิธีใช้ให้ได้ผลสำเร็จ โดยแดนกลางวาง เมซุต โอซิล รับบทจอมทัพหมายเลข 10 แต่จะอยู่ลึกลงไปหน่อยและเล่นร่วมกับ เอเตียนน์ กาปู ปีเตอร์ เช็ก ได้ออกสตาร์ทเฝ้าเสาในทุกๆ เกมเหมือนชีวิตจริง ถัดมาที่แผงหลังชุดที่น่าจะลงตัวและเวิร์คที่สุดจะเป็น โลร็องต์ กอสเซียลนี่ กับ ชโคดราน มุสตาฟี่ ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็ก ขณะที่แบ็กซ้าย-ขวาจะเป็น เอคตอร์ เบเยริน กับ นาโช่ มอนเรอัล ส่วน แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ กับ เซอัด โคลาซินาช จะเป็นตัวสับเปลี่ยน เพราะฤดูกาลที่ผ่านมาได้ลงเล่นเป็นช่วงๆ มาดูที่แดนกลางอย่างที่บอกไปว่า โอซิล คือเบอร์ 1 ในแผงกองกลางตัวจริง 3 คน ส่วน ลูคัส ตอร์เรร่า นักเตะตัวใหม่ถูกวางเอาไว้เป็นตัวจริงในบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับเหนือกว่าทั้ง อารอน แรมซี่ืย์ และ กรานิต ชาก้า รวมถึง เอเตียนน์ กาปู จะต้องฟัดกันแย่งพื้นที่กับ โมฮาเหม็ด เอลนินี่ ส่วน วิลเชียร์ มีอาการบาดเจ็บบ่อยตามทรงจับนั่งไว้ที่ม้านั่งสำรองเป็นตัวเปลี่ยนเกม ถัดขึ้นมากองหน้าฝั่งริมเส้นจะใช้ เฮนริค มคิห์ตาร์ยาน ยืนทางขวาคอยมิกซ์จังวะกับทาง โอซิล ส่วน อเล็กซองเดร ลากาแซตต์ ถูกจับให้ยืนอยู่แนวหลังของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมอยอง

ผลงานการเจอกับทีม Top-Six

ในความเป็นจริงเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา อาร์เซน่อล มีสถิติที่แย่มากในการดวลกับทีมในกลุ่ม ท็อป ซิกซ์ ส่วนในแนวทางของ อาร์เตต้า กับเกม ฟุตบอล เมเนเจอร์ 2018 ผลจะเป็นอย่างไร? อาร์เซน่อล ของ อาร์เตต้า เปิดหัวด้วยการบุกไปเก็บ 3 แต้มได้ถึง แอนฟิลด์ จากการชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 โดยได้ 2 ประตูจาก อเล็กซองเดร ลากาแซตต์ แถมอีก 1 นัดยังกลับมาย้ำแค้นได้อีกที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ส่วนการเจอกับแชมป์ในความเป็นจริงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผลที่ออกมาคือบ้านใครบ้านมันและลงเอยที่สกอร์เดียวกันคือ 3-1 อาร์เซน่อล เหมือนจะแกร่งในบ้านกับการฟาดแข้งกับเหล่า ท็อปซิกซ์ เพราะเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เอาชนะได้ 1-0 ก่อนที่นัด 2 จะบุกไปเสมอที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่ในทางกลับกันการเจอกับ เชลซี พวกเขาต้องแพ้ไปแบบกระจุยกระจายทั้ง 2 นัดด้วยสกอร์ 0-2 และ 0-3 ตามลำดับ ถัดมาที่การปะมือกับคู่อริตลอดกาลอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ พวกเขาบุกไปแบ่งแต้มได้ที่ เวมบลี่ย์ ด้วยสกอร์ 1-1 ก่อนที่ในช่วงวันปีใหม่ของศักราช 2018 ประตูชัยของ เอริค ลาเมล่า ทำให้ อาร์เซน่อล ต้องปราชัยคารัง 1-0 สรุปแล้วการดวลกับทีม ท็อป ซิกซ์ อาร์เซน่อล เก็บได้ 14 คะแนนจาก 30 แต้ม แต่ก็ถือว่ามากกว่าความเป็นจริงที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ทำได้ในฤดูกาล 2017-18 ที่ผ่านมาอยู่ 6 คะแนน

ตารางคะแนน/เกียรตประวัติ

อาร์เซน่อล ของ อาร์เตต้า จบที่อันดับ 5 ในฤดูกาลนี้ด้วยแต้มที่เท่ากับอันดับ 4 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่ลูกได้เสียเป็นรอง 4 ลูก หลังจากพลาดท่าบุกไปเสมอกับ ไบร์ทตัน 0-0 อดคว้าสิทธิ์ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นถัดไป แถมการเล่นในบ้านพวกเขาต้องแพ้ไป 7 นัด ส่วนในชาร์ตต่างๆ มีแค่ตารางอันดับ แอสซิสต์ เท่านั้นที่มี เมซุต โอซิล ติดท็อป 3 โดยทำไป 12 ครั้ง ส่วนอันดับ 1 เป็น เควิน เดอ บรอยน์ ของ แมนฯ ซิตี้ ทำไป 26 ครั้ง มาดูที่การแข่งขัน ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในปีนั้นถึงแม้ อาร์เซน่อล ของ อาร์เตต้า จะแพ้นัดเปิดสนามต่อ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 0-1 แต่จากนั้นเกมที่เหลือพวกเขาเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด พร้อมกับคว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่ม จากนั้นในรอบน็อคเอาท์ ก็ไล่เก็บทั้ง พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น (บกชนะ 2-0,ชนะในบ้าน 3-1) อาแอส โรม่า (เสมอในบ้าน 1-1,บุกชนะ 2-0) และ กาลาตาซาราย (ชนะ 3-0 ในบ้าน, บุกไปเสมอ 1-1) ก่อนจะไปจอดป้ายที่รอบรองชนะเลิศด้วยน้ำมือของ ลาซิโอ (เสมอ 1-1 ในบ้าน, บุกไปแพ้ 0-2) ย้อนกลับมาที่รายการบอลถ้วยในประเทศ อาร์เซน่อล ของ อาร์เตต้า ต้องอกหักทุกรายการทั้งการแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คาบ้าน 0-2 ใน เอฟเอ คัพ รอบ 3, ตกรอบ คาราบาว คัพ รอบ 3 ด้วยน้ำมือของ สเปอร์ส ที่สกอร์ 2-3 และท้ายสุด คอมมูนิตี้ ชิลด์ ก็ต้องเสียให้ เชลซี ของ อันโตนิโอ คอนเต้ จากความพ่ายแพ้ 0-2

การประเมินจาก ‘สคอว์ก้า’

อาร์เซน่อล ของ อาร์เตต้า ค่อนข้างจะเหมือน อาร์เซน่อล ในชีวิตจริงมากๆ เพราะพวกเขาทั้งผิดหวังจากการลุ้นท็อปโฟร์ในลีก และไปอกหักใน ยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ แถมยังตกรอบบอลถ้วยในประเทศแบบด่วนจี๋ด้วย และตำแหน่งเก้าอี้กุนซือขอ อาร์เตต้า มันก็ไม่ปลอดภัยหลังจบฤดูกาล    

-HaMuDosSantos-

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline