ระฆังยกแรกระหว่าง เรอัล มาดริด กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กำลังจะเริ่มขึ้นในคืนวันแห่งความรัก 14 ก.พ. ช่วงเวลาตี 02.45 น. ตามเวลาประเทศไทย

มีหลายประเด็นให้พูดถึงมากมายเกี่ยวกับทั้ง 2 ทีม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประกาศศักดาเป็นเต้ยในวงการลูกหนังยุคปัจจุบัน, อำนาจเงิน, ตัวกุนซือ และ ซูเปอร์สตาร์ภายในทีม ซึ่งแน่นอนคงหนีไม่พ้นการดวลกันของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิง บัลลัง ดอร์ 5 สมัย กับ เนย์มาร์ ผู้ท้าทายบัลลังค์จากฝั่ง "เปแอสเช" มันอาจจะเร็วไปหน่อยที่ มาดริด กับ ปารีสฯ ต้องโคจรมาพบกันในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ถึงกระนั้นมันก็เหมาะเหม๋งที่จะมาฟาดแข้งกันในตอนนี้ ในตอนที่ "ราชันชุดขาว" กำลังเค้นฟอร์มเก่งออกมา โดยเฉพาะ "ซีอาร์ 7" คมเฉือนคม เนย์มาร์ ปะทะ โรนัลโด้ โรนัลโด้ ออกสตาร์ทฤดูกาลด้วยอาการบาดเจ็บ บวกกับอายุ 32 ย่าง 33 ปี ทำให้การฟื้นฟูมันหายช้าลงกว่าปกติ และส่งผลไปถึงฟอร์มการเล่น หลังยิงไปเพียง 4 ประตู จาก 18 เกมของ ลา ลีกา โดยถึงขั้นที่สาวก "ราชันชุดขาว" เคยโหวตให้สโมสรเฉดหัวดาวเตะชาวโปรตุกีสทิ้งไปซะ เมื่อฟอร์มไม่เข้าตา สโมสรก็แย่ลงไปด้วย .. มาดริด ตามหลัง บาร์เซโลน่า 17 คะแนน แทบหมดลุ้นแชมป์เกือบ 100 %, โกปา เดล เรย์ ก็ตกรอบ จะเหลือก็แต่เพียง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่านั้น ผิดกับ เนย์มาร์ ผู้เก็บข้าวของย้ายจาก บาร์เซโลน่า มาเป็นหัวเสือให้กับ "เปแอสเช" ด้วยค่าตัวสถิติโลก 222 ล้านยูโร นอกจากต้องการจะพ้นร่มเงา ลิโอเนล เมสซี่ แล้ว ความใฝ่ฝันที่เขาหวังเอาไว้นั่นก็คือรางวัล "บัลลง ดอร์" เพราะ 10 ปีหลัง มีเพียงแค่ โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ เท่านั้น ที่เขมือบรางวัลกันคนล่ะ 5 สมัย เนย์มาร์ จึงได้แสดงฝีเท้าให้ทุกคนได้เห็นเป็นขวัญตาว่าเขาดีพอกับรางวัลนี้ ทั้งซัดในเกมไปแล้ว 18 ประตู จากการออกสตาร์ทตัวจริง 18 เกม, 1 ประตู ในเฟร้นช์ ลีก คัพ ผ่านไปชิงชนะเลิศกับ โมนาโก, เฟร้นช์ คัพ 2 ลูก และ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก อีก 6 ตุง คมเฉือนคม เนย์มาร์ ปะทะ โรนัลโด้ ดังนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หัวหอกเลือด "แซมบ้า" มีส่วนสำคัญอย่างมากกับการพา "เปแอสเช" อยู่ในเส้นทางคั่วแชมป์ 4 รายการปีนี้ ถึงแม้จะชอบโชว์ทักษะแอคอาร์ตน่าหมั่นไส้ มีพฤติกรรมที่อาจบาดหมางกับเพื่อนร่วมทีมก็ตาม หาก เนย์มาร์ ผ่าน มาดริด ไปได้ และ เข้าไปชูถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็มีโอกาสล้มล้างบัลลังค์ของ โรนัลโด้ และสำคัญไปกว่านั้นอาจได้มาสวมเสื้อ "ราชันชุดขาว" แทนที่ โรนัลโด้ ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ชีวิตจริง มันไม่ได้ง่ายเหมือนการคาดเดาผ่านตัวหนังสือ เพราะอย่างที่บอกเอาไว้แล้วว่า "มันอาจจะเร็วไปหน่อยที่ มาดริด ต้องเจอกับ ปารีส แต่มันก็ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วในตอนนี้" ต่อให้ โรนัลโด้ จะฟอร์มตกในช่วงต้นฤดูกาล .. แต่ ซูเปอร์สตาร์ ย่อมรู้เวลาเรียกพลังวิเศษจากตัวเองออกมาอยู่เสมอ เขาเพิ่งกด 3 ลูก ทำแฮตทริค ช่วย "ราชันชุดขาว" ไล่ตบ เรอัล โซเซียดาด ขาดลอย 5-2 เท่ากับว่า "ซีอาร์ 7" ที่เคยยิงแค่ 4 ประตู ในเกมลีกช่วงปลายปีก่อน กลับมาซัดเพิ่มให้กับ มาดริด ไปแล้ว 23 ประตูรวมทุกรายการ เป็นสถิติที่มากกว่าหากวัดจากวันนี้เมื่อฤดูกาลที่แล้วเสียอีก ยิ่งในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เปรียบเสมือนเป็นอาหารอันโอชะของ โรนัลโด้  ด้วยซ้ำ เพราะรอบแบ่งกลุ่มเขายิงไปถึง 9 ประตู มากกว่าใครเพื่อน ! และอีกเพียงแค่ลูกเดียวก็จะครบ 100 ลูก ในเวทีนี้กับ "ราชันชุดขาว" ไม่รู้ว่า ปารีส จะเป็นเหยื่อรองรับอารมณ์หรือไม่ แต่งานนี้ไม่มีใครยอมใครแน่นอน เพียงแค่ลองหลับตา จินตนาการถึงการดวลกันะะหว่าง โรนัลโด้ กับ เนย์มาร์ ความสนุก ความเข้มข้น ก็ทำให้คุณห้ามหลับใหลในคืนนี้ ด้วยเส้นทาง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นเดิมพัน ปารีส เอง ก็หมายมั่นปั้นมือขอสัมผัสถ้วยสักครั้งในประวัติศาสตร์ ขณะที่ มาดริด ก็อยากทำสถิติป้องกันแชมป์ 3 ปีซ้อน และมีโทรฟี่ซักใบติดมือปีนี้ ดังนั้นหากคุณพลาดเกมการแข่งขันแค่สักนาที คุณอาจไม่รู้ว่า 2 คนนี้ ใครมันแน่กว่ากัน ! คมเฉือนคม เนย์มาร์ ปะทะ โรนัลโด้
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline