เป็นอีกหนึ่งค่ำคืน ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่มีการยิงกันถล่มทลาย ท่ามกลางกระแสวันแห่งความรัก ซึ่งมีสถิติเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะ ลิเวอร์พูล บุกไปถล่ม เอฟซี ปอร์โต้ 5-0 รวมถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่สร้างประวัติศาสตร์ดาวซัลโว หลังพา เรอัล มาดริด เปิดบ้านทุบ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 3-1
และนี่คือเรื่องราวน่าสนใจที่เกิดขึ้นหลังจบการแข่งขัน
1. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สร้างประวัติศาสตร์เป็นคนนักเตะคนแรกในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สามารถยิงครบ 100 ลูก ให้กับสโมสรเดียว หลังซัด 2 ประตู พา เรอัล มาดริด เปิดบ้านทุบ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 3-1 เพิ่มสถิติตะบันไปแล้ว 101 ตุง จาก 95 นัด
2. เรอัล มาดริด ไม่แพ้ที่ ซานติอาร์โก้ เบร์นาเบว กับการเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้ว 18 นัดรวด โดย ซีเนอดีน ซีดาน พา "ราชันชุดขาว" เก็บชัยในรอบน็อคเอาท์ ที่รังเหย้าตัวเอง มาแล้ว 7 นัดซ้อน
3. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พ่ายแพ้ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นนัดที่ 2 ติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งเป็นการปราชัยเกมเยือนทั้ง 2 นัด โดยโดนยิงคู่แข่งรวมถึง 6 ประตู
4. "เปแอสเช" เคยมีสถิติบุกไปเยือนเกมแรก ด้วยการพ่าย เรอัล มาดริด 1-3 ในศึก ยูฟ่า คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อซีซั่น 1992-93 แต่กลับมาล้างแค้นเอาชนะได้ถึง 4-1 ที่บ้านของตัวเอง
5. ซาดิโอ มาเน่ ทำแฮตทริคแรกกับ ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ หลังพาทัพ "หงส์แดง" บุกไปเอาชนะ เอฟซี ปอร์โต้ 5-0 โดยนับเป็นคนที่ของ "หงส์แดง" ที่ซัด 3 ประตู ในเกมเดียวของ "ยูซีแอล" ต่อจาก ไมเคิ่ล โอเว่น, ยอสซี่ เบนายูน และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่
6. "หงส์แดง" แย่งสถิติคืนจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่บุกไปถล่ม เอฟซี บาเซิ่ล 4-0 ในเวลาเพียงแค่ 24 ชม. หลังทวงบัลลังค์กลายเป็นทีมจากอังกฤษ ที่สามารถชนะเกมเยือน ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยสกอร์ห่างมากที่สุด จากการชนะ ปอร์โต้ 5-0 ซึ่งก่อนหน้านี้ ปอร์โต้ ไม่เคยแพ้คาบ้านเกิน 2 ลูก
7. ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมที่มีเกมรุกดุดันที่สุดในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ หลังซัดไปแล้วตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม รวมทั้งสิ้น 28 ประตู มากกว่าทุกทีม โดยมี เจมส์ มิลเนอร์ นำเป็นอันดับ 1 จอมแอสซิสต์ 6 ครั้ง ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม