ผ่านพ้นรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2018 ประเทศรัสเซีย มาแล้วเรียบร้อย ได้ 16 ทีมผ่านเข้ารอบ และ อีก 16 ทีม ต้องกลับบ้านได้ตามระเบียบ ก่อนจะไปว่ากันถึงรอบน็อคเอาท์ ในคืนวันเสาร์ที่ 30 มิ.ย. นี้
ทีมงานขอบสนาม ได้จัดทีมยอดเยี่ยม 11 นักเตะ ที่ทำผลงานได้อย่างเข้าตา ตลอดทั้ง 3 นัด ของรอบแบ่งกลุ่ม มาดูกันว่าจะตรงใจกับแฟนๆมากขนาดไหน
ผู้รักษาประตู : ดาวิด ออสปิน่า, โคลอมเบีย
นั่งเลือกอยู่สักพัก และ สุดท้ายก็ตัดสินใจให้ ดาวิด ออสปิน่า เป็นผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ประจำรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2018 เพราะหากพิจารณาผลงานทั้ง 3 นัดแล้วนั้น ออสปิน่า โชว์ฟอร์มเซฟมือแตก โดยเฉพาะนัดที่ โคลอมเบีย ถล่ม โปแลนด์ 3-0 ถึงแม้เจ้าตัวจะมีอาการบาดเจ็บระหว่างเกม แต่ก็กัดฟันสู้ ทั้งสปริงข้อเท้ากระโดดปัดบอลได้หน้าตาเฉย แถมออกมาปิดมุมได้แบบถูกเวลา ส่วนนัดสำคัญอย่างเฉือน เซเนกัล 1-0 จนผ่านเข้ารอบ เขาก็สามารถเซฟลูกยิง เอ็มบาย เนียง เอาไว้ได้
กองหลัง : คีแรน ทริปเปียร์, อังกฤษ
การที่ อังกฤษ ผ่านเข้าไปสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 ได้สำเร็จ ส่วนหนึ่งก็ต้องให้เครดิตกับทาง คีแรน ทริปเปียร์ ด้วยเช่นกัน เพราะฟูลแบ็กจากท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ โชว์ฟอร์มได้อย้างดีเยี่ยม มีจุดเด่นในการเปิดบอล ซึ่งทัพ "ทรี ไลอ้อนส์" ได้ประตูจากลูกนิ่งถึง 6 จาก 8 ลูก (รวมจุดโทษ) ซึ่งการเตะลูกคอร์เนอร์แต่ละครั้ง ของ ทริปเปียร์ ก็นำพามาซึ่งประตูอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการโขกโดยตรง หรือ ทำให้เพื่อนเรียกฟาวล์ได้ก็ตาม
กองหลัง : ดีเอโก้ โกดิน, อุรุกวัย
โดยปรกติ ดีเอโก้ โกดิน ก็เป็นกองหลังที่แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว แต่พอถึงเวทีโม่แข้ง ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มันเหมือนมีพลังวิเศษให้กับนักเตะรายนี้ โชว์ความเป็นสุดยอดมากขึ้นไปอีก เขาเป็นหัวใจสำคัญในแผงแนวรับของอุรุกวัย แถมยังเติมขึ้นมาช่วยเกมรุก ในช่วงเวลาบีบคั้น เหมือนแมตช์ที่เฉือน อียิปต์ 1-0 ช่วงท้ายเกม ฉะนั้นการเก็บคลีนชีตทั้ง 3 เกมในรอบแบ่งกลุ่มของทัพ "จอมโหด" ต้องให้เครดิตกับชายคนนี้
กองหลัง : อันเดรียส แกรนควิสต์, สวีเดน
เมื่อพิจารณาจากหลายๆอย่างแล้ว อันเดรียส แกรนควิสต์ ปราการหลังจากสวีเดน สมควรอย่างยิ่งที่จะติดทีมยอดเยี่ยม ฟุตบอลโลก หลังเสร็จสิ้นรอบแบ่งกลุ่ม เพราะฉายแสงได้อย่างโดดเด่น ให้กับทัพ "ไวกิ้ง" ไม่ว่าจะเป็นการบล็อคลูกยิงคู่แข่ง, โหม่งสกัดจังหวะอันตราย และ เคลียร์บอลให้ออกจากพื้นที่หน้าบ้านตัวเอง นอกจากนี้ อันเดรียส แกรนควิสต์ ยังมีจุดเด่นในการซัดลูกจุดโทษ ซึ่งเขาเองก็ทำไม่พลาด ยิงให้ สวีเดน ไปถึง 2 ลูก จากแมตช์ชนะ เกาหลีใต้ 1-0 และ ถล่ม เม็กซิโก 3-0
กองกลาง : เอ็นโกโล่ ก็องเต้, ฝรั่งเศส
สำหรับแผงมิดฟิลด์ หากไม่เอา เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ติดเข้ามาด้วย ถือว่าผิด ! จริงอยู่ที่ ฟุตบอล มักจะจดจำผู้ทำประตู แต่กระนั้นต้องไม่ลืมเหล่านักเตะที่เปรียบเสมือนเป็นผู้ "ปิดทองหลังพระ" ท่ามกลางการเล่นอันน่าเบื่อ และ ยังไม่เข้าขามากนักของบรรดาแนวรุกทัพ "ตราไก่" แต่ ก็องเต้ มักอยู่ทุกที่ของสนาม ที่ตรงไหนมีลูกฟุตบอล ตรงนั้นจะมี ก็องเต้ เสมอ เขาทำหน้าที่ตัดบอลคู่แข่งครั้งแล้ว ครั้งเล่า และในเกมสุดท้ายที่ ฝรั่งเศส เสมอ เดนมาร์ก 0-0 นั้น ก็องเต้ ได้รับการโหวตให้เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์
กองกลาง : ลูก้า โมดริช, โครเอเชีย
ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้น ชื่อของ ลูก้า โมดริช ไม่ค่อยมีใครกล่าวถึงมากนัก อาจจะด้วยเพราะ "ทีมชาติโครเอเชีย" เป็นม้านอกสายตา แต่เรื่องฝีเท้าไม่มีใครกล้าปฏิเสธ และ เขาก็ทำให้ผู้คนทั่วโลก ต้องหันกลับมามองทัพ "โครแอต" อีกครั้ง ให้จดจำของชื่อของเขา ในฐานะมิดฟิลด์ "เบอร์ 10" โดยเฉพาะนัดพาบ้านเกิด ถล่ม อาร์เจนติน่า 3-0 โมดริช โชว์ฟอร์มได้อย่างสมบูรณ์แบบ แถมยังเป็นคนทำประตูด้วยการยิงยัดเสาไปแบบสวยงามด้วย
กองกลาง : เอแด็น อาซาร์, เบลเยี่ยม
ช่วงเวลายุคทองของทีมชาติเบลเยี่ยม เต็มเปี่ยมไปด้วยผู้เล่นชั้นนำ ชื่อของ เอแด็น อาซาร์ จะต้องมายืนแถวหน้าเสมอ ในการช่วยสร้างความแตกต่างให้กับทีม ด้วยเรื่องของสปีดความเร็ว, ทักษะฟุตบอล และ การจบสกอร์แบบเหนือชั้น ทำให้ เบลเยี่ยม สามารถเก็บชัยได้อย่างสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นการแอสซิสต์ให้กับเพื่อน และ ยิงประตูด้วยตัวเอง บางที เบลเยี่ยม จะไปได้ไกลขนาดไหน อาซาร์ ก็เป็นตัวชี้วัดให้กับทีมได้เหมือนกัน
กองกลาง : ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, บราซิล
หลายๆคนส่องสปอร์ตไลท์ไปที่ เนย์มาร์ เพราะมองว่าจะเป็นผู้นำ บราซิล ก้าวไปถึงเป้าหมายในศึก ฟุตบอลโลก 2018 แต่กระนั้นนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นที่สุดคนหนึ่ง ต้องยกให้กับ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์ เท่านั้น เพราะเขามีส่วนร่วมกับการทำประตูทั้ง 3 นัด ของทัพ "แซมบ้า" ทั้งลูกยิงท่าสูตรนัดเสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1, เบิกร่องเจาะแนวรับ คอสตา ริกา และนัดสุดท้ายที่ชนะ เซอร์เบีย 2-0 "คูตี้" ก็เป็นคนแอสซิสต์ให้กับ เปาลินโญ่ หลุดเข้าไปยิงให้กับทีม
กองหน้า : คริสเตียโน่ โรนัลโด้, โปรตุเกส
ซูเปอร์สตาร์แห่งค่าย เรอัล มาดริด เปิดหัวทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2018 ได้อย่างโด่งดังเป็นพลุแตก ด้วยการซัดแฮตทริค ช่วย โปรตุเกส ไล่ตามตีเสมอ สเปน 3-3 โดยเฉพาะการซัดฟรีคิกอันเฉียบคม รวมถึงนัดต่อมาก็เป็นผู้โขกประตูชัยให้ทัพ "ฝอยทอง" เอาชนะ โมร็อกโก ได้สำเร็จ ถึงแม้เกมสุดท้ายรอบแบ่งกลุ่มที่เสมอกับ อิหร่าน อาจไม่มีประตูให้เห็น แต่ก็พาทีมประคองตัวผ่านเข้ารอบมาได้
กองหน้า : โรเมลู ลูกากู
ด้วยความที่ เบลเยี่ยม มีแต่ตัวเทพๆ และ ตัวป้อนชั้นนำ นั่นทำให้หน้าที่ของ โรเมลู ลูกากู ดูจะเบาลงไปเยอะ มันอาจไม่ได้หมายความว่าจะง่ายเสมอไป แต่เขาก็เป็นคนที่วิ่งหาช่องได้ดีเยี่ยม และ ใช้โอกาสที่มีแบบไม่สิ้นแปลือง ส่งผลให้ดาวยิงร่างยักษ์ พังตาข่ายให้กับทัพ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" ไปแล้วทั้งสิ้น 4 เม็ด ในทัวร์นาเมนต์นี้ นอกจากลุ้นคั่วรางวัลดาวซัลโวแล้วนั้น เขายังอยู่ในเส้นทางที่จะพา เบลเยี่ยม ประสบความสำเร็จบนเวที ฟุตบอลโลก 2018
กองหน้า : แฮร์รี่ เคน, อังกฤษ
ถึงแม้ แฮร์รี่ เคน จะยังไม่ได้มีลูกยิงสวยๆให้เห็น แต่กระนั้นเขาก็ได้แสดงความเป็นดาวยิงเบอร์ 1 แห่งทัพ "สิงโตคำราม" ในศึก ฟุตบอลโลก 2018 ด้วยการอยู่ถูกที่ถูกเวลา, การยิงจุดโทษอันเฉียบคม แม้ต้องเจอกับสถานการณ์อันบีบคั้น ขณะที่เรื่องโชคดวงก็ดูเข้าข้างซะเหลือเกิน ถึงขนาดที่ฟุตบอลมาโดนส้นเท้ายังกระดอนเข้าประตูไปได้ ดังนั้นการยิงไปแล้ว 5 ประตู นำเป็นดาวซัลโวบนเวที "เวิลด์ คัพ" ทำให้ "เฮอร์ริเคน" ต้องมีชื่อติดโผเป็นหนึ่งในแข้งยอดเยี่ยม
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม