ฟุตบอลโลก 2018 ดำเนินมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้ว และ 2 คู่ในค่ำคืนนี้ก็เป็นเกมที่ไม่ควรพลาดจริงๆ นั่นคือการพบกันระหว่าง ฝรั่งเศส กับ อาร์เจนติน่า และ โปรตุเกส กับ อุรุกวัย

มีความคาดหวังเกิดขึ้นมากมายสำหรับ 2 คู่นี้เพราะทั้ง 4 ทีมที่ลงเตะก็ขึ้นชื่อว่าเป็นชาติชั้นนำระดับโลกทั้งนั้น ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่ามันมีเรื่องอะไรบ้างที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ การยิงประตูที่ถล่มทลายจะเกิดขึ้นไหม ? ทั้ง 2 สนามเป็นเกมบิ๊กแมตช์ที่ชาติใหญ่ๆ ต้องปะมือกันเองดังนั้นความคาดหวังจากแฟนๆ ที่อยากจะเห็นก็คือการเปิดเกมบุกแลกหมัดใส่หันแบบมันส์หยด ตลอดจนการยิงประตูที่ที่ถล่มทลาย เพราะทั้ง 4 ทีมต่างก็มีผู้เล่นแนวรุกระดับโลกด้วยกันทั้งนั้น อาร์เจนติน่า มี ลิโอเนล เมสซี่, เซร์คิโอ อเกวโร่ และอีกมากมาย ส่วน ฝรั่งเศส นำมาโดย อองตวน กรีซัมันน์ และ คีเลียน เอ็มบาปเป้ ขณะที่อีกคู่หนึ่ง โปรตุเกส ก็มีเครื่องจักรสังหารอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ส่วน อุรุกวัย มี 2 หัวหอก เวิลด์ คลาส อย่าง หลุยส์ ซัวเรซ และ เอดินสัน คาวานี่   การยิงจุดโทษตัดสินจะเกิดขึ้นไหม ? เมื่อมันเป็นเกมที่พบกันระหว่างทีมใหญ่ด้วยกัน ทีมโน้นก็น่าเชียร์ทีมนี้ก็น่าเชียร์ ถ้าเกิดมันเลือกไม่ได้จริงๆ ความคาดหวังของคอบอลที่อยากให้ชี้ชะตาก็คงเป็นการยิงจุดโทษตัดสิน ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ใน 2 คู่นี้ อาร์เจนติน่า เป็นชาติที่มีเปอร์เซนต์ชนะการดวลจุดโทษมากที่สุดที่ 80 เปอร์เซนต์นับเฉพาะทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก อาร์เจนติน่า ยิงจุดโทษตัดสินมาแล้ว 5 ครั้งใน ฟุตบอลโลก (ปี1990 2 ครั้ง, ปี 1998, ปี 2004 และ 2006) ผลปรากฏว่า ชนะ 4 แพ้ 1 มีเปอร์เซนต์การชนะอยู่ที่ 80 เปอร์เซนต์ ส่วน ฝรั่งเศส ยิงจุดโทษตัดสินมาแล้ว 4 ครั้งใน ฟุตบอลโลก (ปี 1982, ปี1986, ปี 1998 และปี 2006) ผลปรากฏว่า ชนะ 2 แพ้ 2 มีเปอร์เซนต์ชนะอยู่ที่ 50 เปอร์เซนต์ ขณะที่ โปรตุเกส (2006) และ อุรุกวัย (2010) เคยยิงจุดโทษตัดสินมาแล้วใน ฟุตบอลโลก อย่างละ 1 ครั้ง และชนะได้ด้วย ลิโอเนล เมสซี่ จะแบกทีมเข้ารอบได้ไหม ? อาร์เจนติน่า ผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาด้วยสภาพที่ทุลักทุเลสุดๆ ซึ่งส่วนสำคัญเกินกว่าครึ่งมาจากการแบกทีมของ ลิโอเนล เมสซี่ พอมาถึงรอบ 16 ทีมพวกเขาต้องเจอกับของหนักอย่าง ฝรั่งเศส ที่มีผู้เล่นแข็งแกร่งไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตูยันกองหน้า ดังนั้นต้องมาดูกันเขาจะพา อาร์เจนติน่า ฝ่าด่านนรกนี้ไปได้หรือไม่ เพื่อเดินต่อในเส้นทางล่าแชมป์ หลังจากอกหักจากรอบชิงชนะเลิศในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ มา 3 ปีติด ไล่ตั้งแต่ ฟุตบอลโลก 2014 กับ โคปา อเมริกา ปี 2015 และ 2016 แชมป์ ยูโร จะช้ำไหม ? ถึงแม้นี่จะเป็นทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก แต่ โปรตุเกส ก็แบกชื่อเสียงของการเป็นแชมป์ ยูโร 2016 มาด้วยเพื่อลุ้นสร้างประวัติศาสตร์หยิบถ้วยแชมป์ใบใหญ่ยักษ์ปีนี้ให้จงได้ พวกเขาเจอกับของแข็งอย่าง สเปน มาแล้วก่อนหน้านี้ และก็สามารถยันเสมอมาได้จากความสุดยอดของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แต่นี่เป็นเกมรอบน็อคเอาท์แล้ว แข่งแบบนัดเดียวรู้ผล แถมยังต้องมารับมือกับชาติที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ใน เวิลด์ คัพ อย่าง อุรุกวัย แถมยังมีสตาร์ดังฝีเท้าร้ายกาจอยู่หลายคนด้วย ไม่ว่าจะเป็น หลุยส์ ซัวเรซ, เอดินสัน คาวานี่ หรือ ดีเอโก้ โกดิน และนี่คืออีกบททดสอบหนึ่งของ โปรตุเกส จะแชมป์หรือช้ำเดี๋ยวคืนนี้เดี๋ยวรู้กัน อาร์เจนติน่า จะวางแผนมาแบบไหน ? อาร์เจนติน่า เป็นชาติยักษ์ใหญ่ที่กำลังโดนโจมตีอย่างหนักเรื่องฟอร์มการเล่นอันห่วยแตก และส่วนสำคัญส่วนหนึ่งนั้นมาจากระบบทีมที่ยังไม่ลงตัว ซึ่งทาง ฮอร์เก้ ซามเปาลี ได้นำลูกทีมลงเตะ 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่มโดยใช้แผนการเล่นที่ไม่ซ้ำกันเลย โดยในเกมเสมอ ไอซ์แลนด์ 1-1 ใช้ 4-2-3-1, เกมแพ้ โครเอเชีย ยับเยิน 0-3 ใช้ 3-4-3 และเกมชนะ ไนจีเรีย 2-1 ใช้ 4-4-2 ทีดูเวิร์คที่สุดก็น่าจะเป็นการใช้ 4-2-3-1 ดูจากเกมกับ ไอซ์แลนด์ ที่ อาร์เจนติน่า มีโอกาสยิงถึง 27 ครั้ง อย่างไรก็ตามนั่นคือการเจอกับ ไอซ์แลนด์ แต่นี่คือการเจอกับ ฝรั่งเศส ที่มีกองกลางแน่นปึ้กและผู้เล่นทุกตำแหน่งมีความอันตราย ดังนั้นเดี๋ยวต้องมาดูกันว่า ซามเปาลี จะวางหมากและวางแท็คติกมาแบบไหนกันแน่ เมสซี่ กับ กรีซมันน์ ที่มักอกหักกับทีมชาติ ลิโอเนล เมสซี่ มักมีชีวิตที่ดีได้สัมผัสกับความสำเร็จมากมายที่ บาร์เซโลน่า แต่ก็มักโชคร้ายกับการเล่นให้ทีมชาติ เพราะอย่างที่เราทราบกันคือ ทั้งฟุตบอลโลก 2014,  โคปา อเมริกา 2015 และ 2016 อาร์เจนติน่า สามารถกรุยทางถึงรอบชิงชนะเลิศได้ทั้งหมด แต่กลับต้องปราชัยไปทุกครั้งเช่นกัน เช่นเดียวกับ กรีซมันน์ ก็เป็นนักเตะที่ขึ้นชั้นระดับเวิลด์คลาสไปแล้ว แต่ก็มักผิดหวังกับการเล่นให้ทีมชาติเหมือนกัน โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดๆ เลยก็คือ ยูโร 2016 ที่ ฝรั่งเศส กรีซมันน์ ทำผลงานได้ดีและเป็นดาวซัลโวของทัวร์นเมนต์ แต่สุดท้ายเขากลับไม่สามารถหยิบถ้วยแชมป์มานอนกอดได้ หลังโดนยัดเยียดความปราชัยด้วยน้ำมือของ โปรตุเกส และคืนนี้ทั้ง 2 ซูเปอร์สตาร์ที่มีบาดแผลในใจมากมายต้องมาเผชิญหน้ากัน และใครกันที่ต้องจมอยู่กับความชอกช้ำต่อไป ???  

-HaMuDosSantos-

 
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline