ฟุตบอลโลก 2018 มาถึงจุดนี้แล้วต้องบอกเลยว่าไม่ว่าใครก็สามารถเป็นแชมป์ได้ทั้งหมด แต่หนึ่งในชาติที่ถูกมองว่ามาดีที่สุดตอนนี้กลับเป็น เบลเยี่ยม โดยเฉพาะวิชาเกมรุกกำลังดุดันสุดๆ

ถ้าจะถามว่าแค่เกมรุกดีอย่างเดียวมันจะช่วยให้ไปไกลถึงแชมป์โลกได้จริงเหรอ ? จริงๆ มันยังมีอีกหลายเหตุผลที่มันทำให้เกิดขึ้นได้ ดังนั้นวันนี้ทาง 'ขอบสนาม' จะขอพาทุกท่านไปเจาะลึกกันว่ามีปัจจัยใดบ้างที่ เบลเยี่ยม จะเป็นแชมป์โลก 2018

เกมรุกที่โหดจัด

แน่นอนว่าเกมกีฬาฟุตบอลเขาวัดและตัดสินกันที่ผลการแข่งขัน ใครก็ตามที่เป็นฝ่ายยิงประตูได้มากกว่าจะเป็นชัยชนะไป และทีมชาติ เบลเยี่ยม ก็มีคุณสมบัตินั้น เพราะนี่ชาติที่ยิงประตูได้เยอะที่สุดใน ฟุตบอลโลก 2018 ที่ 15 ประตูจากการลงเล่น 5 นัด นักทุกคนของทีมสามารถทำประตูได้ เบลเยี่ยม เป็นทีมที่ได้ที่ประตูจากลูกโอเพ่นเพลย์ 12 จาก  14 ประตู อีก 2 ประตูเป็นลูกตั้งแต่ และอีก 1 ประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองของคู่แข่ง ไม่ว่าจะทีมเล็กทีมใหญ่ก็สามารถเจาะตาข่ายทะลวงเข้าไปได้หมด ดังนั้นนี่แหละคืออาวุธไม้ตายของพวกเขา

ทีมเวิร์คและประสบการณ์

เบลเยี่ยม ชุดนี้ส่วนใหญ่นักเตะเล่นร่วมกันมาอย่างยาวนานมีทีมเวิร์คที่ดีเยี่ยม เล่นกันเป็นระบบเป็นระเบียบไม่ว่าจะเป็น เอแด็น อาซาร์, เควิน เดอ บรอยน์, โรเมลู ลูกากู, มารูยาน เฟลไลนี่, แว็งซ็องต์ ก็องปานี และอีกมากมายหลายคน ในฟุต ฟุตบอลโลก 2014 พวกเขาได้ชื่อว่าเป็นทีมม้ามืด และจากนั้นก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ใน ยูโร 2016 มาตอนนี้ทัพ 'ปีศาจแดงแห่งยุโรป' ได้ชื่อว่าชาติระดับหัวแถวของโลกไปแล้ว ดังนั้นถ้าเปรียบเทียบเรื่องทีมเวิร์คและประสบการณ์พวกเขาไม่เป็นสองรองใครอยู่แล้ว และแชมป์โลกสมัยแรกในประวัติศาสตร์ก็อยู่ไม่ไกลเกินฝัน

ผู้เล่นที่สามารถเปลี่ยนเกมได้

ต่อให้คุณจะเป็นทีมที่มี 11 ผู้เล่นตัวจริงที่แข็งแกร่งขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าตัวสำรองไม่สามารถทดแทนได้ หรือไม่มีตัวคอยสร้างความแตกต่างมันก็ถือเป็นปัญหาอย่างหนึ่ง เพราะฟุตบอลเขาเล่นกัน 90 นาที และนักเตะก็ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่จะฟิต และพลังเต็ม 100 ทั้งนั้น ดังนั้นการมีตัวคอยเปลี่ยนเกมคือเรื่องสำคัญ สำหรับ เบลเยี่ยม แล้วถ้าเกิดเหลือบไม่ดูที่ม้าสำรองก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็น มิชี่ บัตชูยี่, มุสซ่า เดมเบเล่, นาเซอร์ ชาดลี่, ยานนิค การ์ราสโก้ หรือ ยูรี่ ตีเลม็องส์

มีนักเตะที่อยู่ในจุดพีคของอาชีพลายคน

จุดพีคคืออะไร ? ส่วนใหญ่ในเส้นทางค้าแข้งลูกหนังนักฟุตบอลมักจะมีช่วงที่ทำผลงานได้ดีที่สุด ช่วงที่กำลังมั่นใจสุดๆ ในอาชีพตอน 27 ถึง 30 และตอนนี้ เบลเยี่ยม ก็มีผู้เล่นหลายคนที่ยืนอยู่ในจุดๆ นั้นไม่ว่าจะเป็น เอแด็น อาซาร์, เควิน เดอ บรอยน์, มารูยาน เฟลไลนี่, อักเซล วิตเซล, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ และ มุสซ่า เดมเบเล่ ซึ่งแต่ละคนส่วนแล้วต่างก็มีผลงานที่ดีและทุกๆ คนก็ทราบดีถึงความร้ายกาจในตัวพวกเขาเหล่านี้

แผงกองกลางที่แข็งแกร่ง

การมีแผงกองกลางที่ดีและแน่นปึ้กก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกมรุกและเกมรับเล่นกันได้ง่ายและสบายมากขึ้น ซึ่ง เบลเยี่ยม ถือเป็นทีมที่มีความสมดุลมาก ณ จุดๆ นี้ ปกติแนวรับ เบลเยี่ยม ก็ถือว่าแข็งอยู่แล้วเมื่อมี แว็งซ็องต์ ก็องปานี, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ และ แยน แฟร์ตองเก้น แต่พอมี มานูยาน เฟลไลนี่ และ อักเซล วิตเซล ยืนเป็นกำแพงอยู่แดนหน้ามันก็เหมือนมีแผ่นเหล็กหนามาครอบอีก 1 ชั้น ส่วนบทบาทแนวรุกการมี เควิน เดอ บรอยน์ เป็นตัวขับเคลื่อนและเชื่อมเกมก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งของทีม เพราะด้วยพรสวรรค์การไปกลับบอล, เทคนิคการทะลุทะลวง ตลอดจนการจ่ายบอลที่มหัศจรรย์นี่แหละมันถึงทำให้แผงแนวรุกของ เบลเยี่ยม เล่นกันได้หลากหลาย แถมยังมี เอแด็น อาซาร์ คอยช่วยแบ่งเบาภาระบ้าง คอยล้วงบอลบ้าง ผลัดกันขึ้นเกมบ้าง และสามารถดึงดูดความสนใจจากศัตรูได้ดีเลยทีเดียว

-HaMuDosSantos-

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline