มีการเจาะสาเหตุว่าทำไม โมดริช ถึงเลือกให้ รัสเซีย เป็นฝ่ายยิงจุดโทษก่อน ทั้งๆที่ทอยเหรียญชนะ เนื่องจากฝ่ายยิงทีหลังจะดูเสียเปรียบกว่า

ทุกคนคงเคยเห็นสถิติผ่านตามาบ้างว่า เมื่อถึงช่วงเวลาฎีกาดวลจุดโทษ ทีมไหนได้เป็นฝ่ายยิงก่อน จะมีโอกาสได้รับชัยชนะมากกว่าสูงถึง 60 % เพราะหากทำหน้าที่ไม่พลาด ก็จะเป็นการโยนความกดดันไปให้กับฝั่งที่ยิงทีหลัง อย่างไรก็ตาม เกมการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2018 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ระหว่าง โครเอเชีย กับ รัสเซีย ซึ่งต้องยืดเยื้อจนถึงดวลจุดโทษ หลังเสมอกัน 2-2 ในเวลา 120 นาที มีแฟนบอลสังเกตเห็นว่า ลูก้า โมดริช กัปตันทีม "ตาหมากรุก" ตัดสินใจเลือกให้ "หมีขาว" เป็นฝ่ายยิงก่อน ทั้งๆที่เจ้าตัวชนะเสี่ยงทายเหรียญ ถึงแม้จะเคยมีการจดสถิติบันทึกเอาไว้ว่า ทีมที่เป็นฝ่ายยิงจุดโทษทีหลัง มีโอกาสพ่ายแพ้มากกว่า แต่ทว่า โมดริช กลับตัดสินใจถูก เมื่อ โครเอเชีย สามารถดวลเป้าเอาชนะ รัสเซีย 4-3 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ ทำให้เกิดทฤษฎีขึ้นมาใหม่ ในศึก ฟุตบอลโลก 2018 เพราะมีการเจาะลึกว่า "เวิลด์ คัพ" ครั้งนี้ ทีมไหนที่เป็นฝ่ายก่อน กลับพ่ายแพ้ทั้งหมด จากสถิติการดวลจุดโทษในศึก ฟุตบอลโลก 2018 ประเทศรัสเซีย มีดังนี้ - รัสเซีย เจอกับ สเปน โดยทัพ "กระทิงดุ" เป็นฝ่ายยิงก่อนจาก อันเดรส อิเนียสต้า สุดท้าย รัสเซีย เป็นฝ่ายชนะ - โครเอเชีย เจอกับ เดนมาร์ก โดย คริสเตียน อีริคเซ่น จอมทัพ "โคนม" เป็นฝ่ายซัดก่อน สุดท้าย โครเอเชีย กุมชัยชนะ - อังกฤษ เจอกับ โคลอมเบีย โดย ราดาเมล ฟัลเกา เป็นผู้อาสายิงให้กับ "โคเคน" เป็นคนแรก สุดท้ายพ่ายแพ้ ให้กับ อังกฤษ - โครเอเชีย โยนให้ รัสเซีย เป็นฝ่ายยิงจุดโทษก่อนจาก เฟดอร์ สโมลอฟ และก็กลายเป็น โครเอเชีย ที่สังหารทีหลัง เป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline