ในที่สุด ทีมชาติโครเอเชีย ก็ฝ่าด่านอรหันต์ ทำเซอร์ไพร้ส์ทะลุมาถึงรอบชิงชนะเลิศศึกฟุตบอลโลก 2018 ได้สำเร็จ บททดสอบสุดท้ายของพวกเขาคือการเจอกับอดีตแชมป์โลก ฝรั่งเศส

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า แชมป์โลกหนนี้ จะเป็นหน้าเก่าอย่างทัพ "ตราไก่" หรือจะหน้าใหม่ "ตาหมากรุก" แต่ที่แน่ๆ ตอนรอบรองชนะเลิศ ผมได้เขียนชื่นชม และเปิดสถิติของ ลูก้า "เดอะแบก" โมดริช ไปแล้วทีนึง ซึ่งในเกมรอบรอง โมดริช ก็ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ไม่ได้มีชื่อเป็นผู้ทำประตู ฉะนั้นวันนี้ผมจึงเอาสถิติที่เคยเขียนไว้ก่อนที่จะลงเตะรอบรอง มารีรันอัพเดทให้ใหม่ล่าสุด เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า โมดริช แม่งคือของจริง! หากใครได้ชม โครเอเชีย ลงเล่นทั้ง 6 นัดที่ผ่านมา ก็คงจะเห็นคล้ายๆ กันว่าหากไม่มี โมดริช คอยขับเคลื่อนเกม และบัญชาเกมแดนกลางทัพ “ตาหมากรุก” คงไม่น่าหลุดรอดมาถึงรอบชิงได้ ที่ผมพูดคงไม่เว่อร์เกินไปนัก แต่ถ้าใครไม่เชื่อ ก็มาดูสถิติของสตาร์ดังจาก เรอัล มาดริด ที่ ฟีฟ่า บันทึกเอาไว้ตลอดการลงเล่น 6 นัดที่ผ่านมาของเจ้าตัวกันหน่อยครับ กองกลางผมสวย อยู่ในสนาม 604 นาที ตลอด 6 เกมที่ผ่านมา วิ่งไปมากถึง 63 กิโลเมตร ซัดไปแล้ว 2 ประตู เสียดายที่สังหารจุดโทษไม่เข้าในช่วงต่อเวลากับ เดนมาร์ก แต่ทีมก็ยังผ่านเข้ารอบมาได้ ไม่งั้นได้กลายสภาพจาก “เดอะแบก” เป็น “แพะรับบาป” แน่นอน ตลอดทัวร์นาเม้นท์ โมดริช หาโอกาสยิงได้ทั้งสิ้น 10 ครั้ง ตรงกรอบ 4 หลุดกรอบไป 5 ติดบล็อก 1 ซึ่งใน 10 ครั้งนี้ เป็นการส่องไกลนอกกรอบเขตโทษถึง 7 ครั้ง ต่อมามาดูสถิติสำคัญซึ่งเป็นจุดเด่นที่สุดของพี่แกนั่นก็คือการจ่ายบอล ต้องบอกว่าทัวร์นาเม้นท์นี้ โมดริช ผ่านบอลไปเยอะมากถึง 443 ครั้ง แต่ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือเข้าเป้าถึง 368 ครั้ง! โดยแบ่งเป็นการจ่ายบอลสั้น 99 ครั้ง จ่ายบอลระดับกลางๆ 210 ครั้ง และวางบอลยาวสำเร็จถึง 59 ครั้ง ต้องบอกว่าสุดยอดมากๆ แต่ใช่ว่าจุดอ่อนจะไม่มี เพราะด้วยรูปร่างที่ดูผอมบาง บวกกับส่วนสูงแค่ 172 เซ็นติเมตร ก็ทำให้พี่แกมีจุดอ่อนที่เกมรับ และการแท็คเกิ้ล สถิติบ่งชี้ว่าตลอด 6 นัดที่ผ่านมา โมดริช เข้าปะทะแย่งบอลกับคู่แข่งทั้งสิ้นแค่ 11 ครั้ง และไม่สามารถเอาชนะได้เลย แม้แต่ครั้งเดียว แต่อย่างว่าหน้าที่นี้ก็ให้คนอื่นรับผิดชอบไป เพราะหน้าที่แกคือขับเคลื่อนเกม วางบอลจ่ายบอล ทำทางให้เพื่อนยิงประตู นอกจากนี้พี่แกยังได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยม หรือ “แมน ออฟ เดอะ แมตซ์” มากถึง 3 เกมด้วยกัน แถมว่ากันว่าถ้าเกมที่เจอกับ เดนมาร์ก ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซัดจุดโทษเข้าไป ก็คงได้รับเลือกอีกตามเคย สถิติทั้งหมดนี้ที่ฟีฟ่าบันทึก และรางวัล “แมน ออฟ เดอะ แมตซ์” 3 จาก 6 เกม คงเป็นเครื่องการันตีชี้ชัดแล้วว่า โครเอเชีย ขาดเขาไปไม่ได้จริงๆ

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทัพ “ตาหมากรุก” จะหักปากกาเซียนอีกครั้งด้วยการเอาชนะ ฝรั่งเศส ได้หรือไม่ แต่พูดก็พูดถ้า โครเอเชีย ทะลึ่งได้แชมป์โลกขึ้นมาจริงๆ ผมก็ยังแอบคิดอยู่ว่ารางวัล “บัลลง ดอร์” ปีนี้อาจไม่ใช่ของ โรนัลโด้ หรือ เมสซี่ แต่อาจเป็น ลูก้า โมดริช ก็เป็นได้

ชิน ชินพัฒน์

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline