เรียกได้ว่า ลิเวอร์พูล ไม่เป็นห่วงสุขภาพ "เดอะ ค็อป" ชาวไทยเอาเสียเลย เมื่อประกาศเปิดตัว เซอร์ดาน ชากิรี่ ปีกทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ จาก สโต๊ค ซิตี้ มาเสริมทัพเรียบร้อย สนนราคาค่าตัวเพียง 13.5 ล้านปอนด์ ช่วงเวลาตี 3 ตามเวลาประเทศไทย

การได้นักเตะใหม่มาประดับทีม ย่อมเป็นอะไรที่หัวใจพองโตอยู่เสมอ แต่กระนั้นในความดีใจ ก็แฝงไปด้วยความกังวลว่า เจ้าของหมายเลข 23 คนใหม่ของทัพ "หงส์แดง" จะได้ลงเล่นในตำแหน่งใด เมื่อแนวรุก ลิเวอร์พูล ที่มีอยู่ ก็แทบจะกระโดดขี่คอกันอยู่แล้ว

แต่เพื่อเป็นการวิเคราะห์คร่าวๆว่า เมื่อ ชากิรี่ มาเป็นเด็ก หงส์แดง คนใหม่แล้ว เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่ จะจัดนักเตะลงสนามในตำแหน่งอะไรได้บ้าง

4-3-3 จัด ชากิรี่ เล่นตำแหน่งปีกขวา นี่คือแผนเก่งของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่มักใช้อยู่เป็นประจำไม่ว่าจะเจอกับทีมใดก็ตาม โดยเจ้าของสัมปทานเกมรุกทั้ง 3 คน ประกอบไปด้วย ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ฉะนั้นตำแหน่งธรรมชาติของ ชากิรี่ จะต้องแย่งกับ ซาลาห์ แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ว่ากันตามตรง ซาลาห์ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงแน่นอน หากไม่มีอาการบาดเจ็บหรือโทษแบนมาเกี่ยวข้อง แต่ทว่า ชากิรี่ สามารถลงไปทดแทนแบบไร้ที่ติได้เลย เพราะเจ้าตัวมีสปีดการวิ่งที่ไม่เป็นรอง พร้อมป่วนเกมรับคู่แข่งอยู่เสมอ ดังนั้นถ้า คล็อปป์ ต้องการให้ ซาลาห์ ได้พัก ชากิรี่ พร้อมสำหรับตัวจริง หรือ สามารถโยก ซาลาห์ ไปเล่นตัวกลางได้ด้วยซ้ำ ระบบ 4-2-3-1 ชากิรี่ ปีกขวา อาจเป็นแผนการเล่นที่ไม่ค่อยเห็นสักเท่าไหร่กับระบบของ "เดอะ นอร์มอล วัน" แต่ก็เพิ่งได้ลองใช้ไปในวันอุ่นเครื่องถล่ม เชสเตอร์ 7-0 ซึ่งหากมาในระบบนี้ คล็อปป์ จะสามารถยัดตัวรุกลงไปได้ถึง 4 คน แบบที่ไม่ต้องพะวงเกมรับ เพราะมี ฟาบินโญ่ และ นาบี เกอิต้า คอยทำหน้าที่นั้นอยู่แล้ว หรือจะให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็ย่อมได้ ส่วน 4 แนวรุกที่ว่านั้น ชากิรี่ จะได้ลงเล่นในตำแหน่งปีกขวาเช่นเดิม โดยอาจมีสลับการยืนกับ มาเน่ ในระหว่างเกม ขณะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะถูกดันเข้ามาเป็นเหมือนเพลย์เมกเกอร์ คอยปั้นเกมรุก หรือ หาจังหวะขึ้นไปทำเอง ส่วน โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ก็จะได้ยืนเป็นหน้าตัวเป้าเช่นเดิม ไม่แน่ว่าระบบนี้อาจจะเวิร์คกับ "หงส์แดง" ยุคใหม่ ระบบ 4-2-3-1 ชากิรี่ เล่น เพลย์เมกเกอร์ ไม่ต่างจากแผนก่อนหน้านี้มากนัก เพียงแค่ตำแหน่งของ ชากิรี่ จะหุบเข้ามายืนเป็นหน้าต่ำ และถ่าง ซาลาห์ ออกไปยืนเป็นปีกตามที่ดาวยิงทีมชาติยิปต์ ถนัดเหมือนเดิม แต่มันก็จะมีคำถามตามมาว่า ชากิรี่ เล่นเป็นเพลย์เมกเกอร์ จะไหวเหรอ ? สถิติการทำประตูของ ชากิรี่ บ่งบอกในตัวอยู่แล้ว เขามีสถิติที่ดีกว่า อดัม ลัลลาน่า หรือแม้กระทั่ง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ฉะนั้นการมายืนตรงกลาง คงไม่ได้ลดประสิทธิภาพในตัวนักเตะ และยังเป็นการดึงดูดคู่แข่งให้เข้ามาหา และ ปล่อยให้นักเตะในตำแหน่งปีกทำงานได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ระบบ 4-4-2 ชากิรี่ ตำแหน่งปีกเต็มตัว ระบบหน้าคู่ แทบไม่ค่อยได้เห็น เจอร์เก้น คล็อปป์ งัดมาใช้มากนัก เพราะมักเลือกให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เป็นหน้าเป้าตัวหลอก หรือ ที่เรียกว่า "ฟอลส์ ไนน์" เสียมากกว่า แต่กระนั้นในฤดูกาล 2018-19 ก็มีโอกาสอยู่ไม่น้อย ที่เฮดโค้ชชาวเยอรมัน จะงัดแผนนี้มาใช้ เพื่อดึงศักยภาพของ ชากิรี่ มาให้มากที่สุด โดย ชากิรี่ ถนัดทางปีกขวามากที่สุด แต่ถ้าให้โยกมาเล่นฝั่งซ้าย พิษสงก็ไม่ได้หายไป ฉะนั้นระบบ 4-4-2 สามารถยืนสลับกับ มาเน่ ได้อย่างสบายใจ ส่วนหน้าคู่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะถูกดันขึ้นไปเล่นกับ ฟีร์มิโน่ ส่วนตำแหน่งกองกลาง ก็มีตัวเลือกให้ได้ใช้งานมากมาย และทั้งหมดนี่ก็คือความน่าจะเป็น สำหรับแผนผังการเล่นของ ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ ในฤดูกาล 2018-19 อยู่ที่ "เดอะ นอร์มอล วัน" แล้วล่ะว่า วางตัว ชากิรี่ ไว้ในสถานะใด ตัวจริง หรือ ตัวสำรอง แต่ที่แน่ๆ "หงส์แดง" จะกลายเป็น "หงส์ซิ่ง วิ่งเต็มสปีด" ชัวร์
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline