คลิปการเติมเกมขึ้นมาในกรอบเขตโทษ และพยายามใช้มือปัดบอลเข้าประตูในช่วงท้ายเกม ของ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ผู้รักษาประตูจอมเก๋าของ สุพรรณบุรี เอฟซี ในเกมที่ “ช้างศึกยุทธหัตถี” เปิดบ้านพ่าย พัทยา ยูไนเต็ด 1-2 ได้ถูกรีเพลย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามแฟนเพจต่างๆ หลังสิ้นสุดเกมไทยลีก เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
แม้ว่า ลูกตุงตาข่ายดังกล่าว กรรมการจะให้เป็นประตู แต่สุดท้าย มันก็ถูกปฏิเสธโดยเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า Video assistant referees (VAR) ซึ่งผู้ตัดสินในสนามได้ทำการชมวิดีโอย้อนหลัง และทำการแจกใบเหลืองเป็นของแถมต่อการพยายามใช้มือปัดบอลให้กับ “ซูเปอร์ตี๋” อีกด้วย “เป็นอีกครั้งที่ VAR ได้โชว์ความเป็นพระเอก โชว์ความเป็นตุลาการที่เที่ยงธรรมในสนามฟุตบอล”
และอีกหนึ่งคำถามก็คือ ซีซั่นหน้า VAR จะยังได้โชว์ฟอร์มเป็นพระเอกอีกไหม จะยังมีอีกหรือเปล่า ในเมื่อทุกคนก็ได้เห็นคุณภาพของมันไปแล้วว่า ช่วยให้เกิดความยุติธรรมแค่ไหน ซึ่งแน่นอน ในฐานะแฟนบอล ก็ย่อมอยากเห็นมันถูกใช้งานทุกแมตช์ เพื่อให้เกิดความเที่ยงตรงที่สุดกับผลการแข่งขัน เพียงแต่ในเรื่องของค่าใช้จ่าย ที่อาจจะทำให้ VAR ไม่สามารถปรากฏกายได้ทุกแมตช์ ทั้งที่มันก็ (แอบ) กลายเป็นสิ่งที่จำเป็นไปแล้วสำหรับฟุตบอล หลังจากสร้างผลงานได้น่าประทับใจในศึกฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา ลองคิดดูนะ ถ้าไทยลีกปีนี้ ไม่มีการใช้งาน VAR เลย ผลการแข่งขันจะมีเปลี่ยนไปมากแค่ไหน และหน้าตาของตารางคะแนน จะมีการรันอันดับแตกต่างจากตอนนี้แค่ไหน ในปีที่มีการแข่งขันสูงมากในเรื่องของการหนีตกชั้น แล้วถ้าซีซั่นหน้า จะยังคงมี VAR เป็นนัดๆ เท่านั้นเหมือนเดิม ก็ต้องมาคิดกันอีกว่า การเล่นจังหวะตุกติกเล็กๆ น้อยๆ อาจจะมีโผล่มาให้เห็นในเกมที่ไม่มี VAR เพราะหากนักฟุตบอลรู้ว่า ไม่มี VAR ก็อาจจะทำให้กล้าเล่นจังหวะตุกติก แล้วถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่โอเค ในเกมที่ไร้ VAR ก็จะต้องตกเป็นเป้าให้แฟนบอลต้องบ่นอยู่ดี ในเรื่องของความเหลื่อมล้ำว่าทำไมสนามนี้ถึงไม่มีเทคโนโลยีนี้ เป็นเรื่องที่ต้องขบคิดกันให้ละเอียดรอบคอบครับ เพราะมันคือส่วนหนึ่งที่จะช่วยยกระดับวงการลีกไทย แต่หากถามผม ก็ต้องขอบอกว่า อยากให้มีทุกคู่ครับ มันแฟร์ดี!.... “จอน”










