ความสำเร็จของลูกหนังแดนปลาดิบในเวิลด์ คัพ 2018 บนแผ่นดินหมีขาว ที่กรุยทางเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย บ่งบอกถึงพัฒนาการที่รุดหน้าไปไกลเกินกว่า 30 ปีก่อน
นับตั้งแต่ญี่ปุ่น ตอกเสาเข็มวางระบบฟุตบอลในประเทศใหม่ จนกลายเป็นขาประจำเวิลด์ คัพ, แชมป์เอเชียน คัพ 4 สมัย รวมถึงส่งประชากรลูกหนังออกไปเล่นในลีกอย่างต่างแดนเป็นว่าเล่น
แต่ใช่ว่าความสำเร็จของชนชาติญี่ปุ่นในเชิงฟุตบอลจะมีแค่จำหน่ายนอกประเทศ เพราะในปัจจุบัน แข้งดังชื่อก้องโลกมากมายเริ่มปักจุดหมายปลายทางไว้ที่ดินแดนซามูไร ความพร้อมแทบทุกด้าน ทุกระบบบริหารงาน, การจัดการ, คุณภาพลีก, แวดล้อมในประเทศ คือสิ่งที่ดึงดูดจนยากที่จะปฏิเสธ
ขอบสนามขอหยิบยก 5 เหตุผลที่ทำให้เจลีก กลายเป็นที่ดึงดูดใจแข้งดังเลื่องชื่อระดับโลก ที่ทยอยตบเท้าหิ้วสตั๊ดมายังแดนซามูไรกันชนิดไม่ขาดสาย
1.คุณภาพลีกไม่ได้เป็นรองยุโรปมาก
เจลีกคือฟุตบอลหมายเลข1 ของทวีปเอเชีย ว่ากันว่ามาตรฐานใกล้เคียงกันแทบทุกสโมสร เนื่องจากระบบฟุตบอลตั้งแต่บนสุดจนถึงรากฐาน มีการวางโครงสร้างทิศทางไปในทางเดียวกัน นั้นจึงทำให้ในแต่ละฤดูกาลลีกสูงสุดญี่ปุ่น จะมีทีมลุ้นแชมป์เปลี่ยนโฉมหน้าค่าตากันโดยตลอด
ยกตัวอย่างเช่น เวกัลตะ เซนได เคยขับเขี่ยวแย่งแชมป์ปี 2012 (แต่จบด้วยรองแชมป์) ทว่าปี 2013 ฟอร์มกู่ไม่กลับกระท่อนกระแท่นต้องมาหนีตายเพื่อความอยู่รอด
ด้วยความที่สโมสรในญี่ปุ่นความเหลื่อมล้ําค่อนข้างน้อย สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นาโกย่า แกรมปัส ทีมอันดับสุดท้ายสามารถครองเกมบุกหนักใส่ ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า ทีมจ่าฝูง ทั้งที่ความเป็นจริงผลงานในลีกสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง
เรียกว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับยุทธจักรลูกหนังแห่งนี้ จนบางทีคุณภาพลีกดีกว่าลีกเกรด2 ของยุโรปด้วยซ้ำไป
2.วิถีชีวิต วัฒนธรรมที่เป็นญี่ปุ่น ที่ทำให้หลายคนชอบ
หากถามคนในโลกใบนี้ว่าจุดหมายในต่างแดน ที่อยากเดินทางไปสัมผัสสักครั้งหนึ่งในชีวิตคือที่ไหน เชื่อว่าต้องมีญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในช้อยส์ดังกล่าวแน่
วัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ทั้งการแต่งกาย สถานที่ท่องเที่ยว สภาพอากาศที่เป็นธรรมชาติในประเทศ รวมถึงวถีชีวิตของคนในแดนปลาดิบมีวินัย ตรงต่อเวลา เคารพกฎ จึงเป็นสิ่งนักท่องเที่ยวต่างแดนประทับลูกหลานบูชิโดะ
ประเทศญี่ปุ่น มีความพร้อมแทบทุกด้าน จึงไม่แปลกถ้าหากจะมีแข้งชื่อดังอยากมาลิ้มลองประสบการณ์ใหม่ ได้เล่นฟุตบอลอาชีพแทบทุกสัปดาห์ แถมวันหยุดยังมีเวลาไปท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย วินวินทั้งคู่
3.ค่าเหนื่อยอยู่ในระดับที่สู้ไหว
หากเทียบจำนวนเม็ดเงินการลงทุนในลีกเอเชีย เจลีกยังสู้จีน,ยูเออี หรือกาตาร์ไม่ไหว ที่ทุ่มธนบัตรเว่อเกินความเป็นจริง แต่ที่ญี่ปุ่นเม็ดเงินการลงทุนนั้นต้องสอดคล้องกับรายรับและรายจ่าย ตามกฎที่สมาคมฟุตบอลวางเอาไว้ได้ ทำให้แต่ละสโมสรทำการบ้านอย่างรอบคอบเพื่อประเมินถึงการดึงนักเตะมาร่วมทีม ต้องช่วยยกระดับทีม, ขายของที่ระลึกได้มากมายมหาศาล รวมถึงสร้างชื่อให้กับจังหวัดที่ตั้งของสโมสร เพื่อให้คุมกับเงินที่เปย์ไปแก่คนคนเดียว
อย่างเช่นเฟอร์นานโด ตอร์เรส รับจากซางัน โทสุ ภายใต้สัญญา 2 ปี เงินที่รับทั้งหมดตกอยู่ที่ปีละประมาณ 4.62 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็ราวๆ 203 ล้านบาท
ส่วนอันเดรส อิเนียสต้า ผู้ที่กลายเป็นนักเตะมูลค่าสูงสุดในประวัติศาสตร์ลีกญี่ปุ่น เซ็นสัญญา 3 ปี กับวิสเซล โกเบ ได้เงินเฉลี่ยปีละ 30 ล้านเหรียญดอลล่าร์ (960 ล้านบาท)
ถือว่านี่คือการลงทุนมหาศาล ที่ ซางัน โทสุ และ วิสเซล โกเบ สามารถสร้างมูลค่าทีมตัวเอง จนมีชื่อติดหูคนทั่วโลกไปแล้ว
4.บั้นปลายชีวิตนักเตะ
ย้อนกลับไปในปี 1993 เจลีกก่อกำเนิดเป็นครั้งแรก แทนที่เจแปน ซ็อคเกอร์ส ลีก แต่ละสโมสรรับนโยบาย จากสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น ไปหาสตาร์ชื่อดังวัยใกล้แขวนสตั๊ดมาค้าแข้งเพื่อเรียกคนดูเข้าสนาม ซึ่งแนวคิดดังกล่าวโคตรเวิร์ก แถมยังเป็นการประชาสัมพันธ์ดึงความสนใจจากภาครัฐและเอกชนในประเทศ
เวลาผ่านไป25 ปีเจลีกพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดด้วยคุณภาพของผู้เล่นจนกลายเป็นลีกหมายเลข 1 ของทวีปเอเชีย
จากกระแสความนิยมฟุตบอลได้รับความนิยมมากขึ้นจากผู้คนในญี่ปุ่น จึงทำให้คลับลูกหนังหลายสโมสร เริ่มมองเห็นถึงการกลับไปใช้นโยบายเก่า ดึงแข้งดังที่ไม่อยากไปโกยเงินดอลล่าร์ในสหรัฐอเมริกา, ตะวันออกกลาง หรือจีน มาโชว์ฝีเกือกอีกครั้ง
5.ความท้าทาย
นักเตะทุกคนย่อมอยากได้ลิ้มลองประสบการณ์ใหม่ ยิ่งคนที่หยิบจับโทรฟี่แชมป์มามากมายในชีวิต ทั้ง ลูคัส โพดอลสกี้, เฟอร์นานโด ตอร์เรส และอันเดรส อิเนียสต้า 3 แข้งดังผู้เคยมีดีกรีแชมป์โลก ที่ได้แรงบันดาลใจจากจากการ์ตูนกัปตันสึบาสะ จนก้าวมาเป็นนักเตะอาชีพ แน่นอนว่าเมื่อมีข้อเสนอจากทีมในญี่ปุ่น พวกเขาไม่เสียเวลานาน ที่จะเลือกมาค้าแข้งฟุตบอลลีกที่แม่ง ยากจะคาดเดาที่สุดในโลก
ตอร์เรส เลือกไปเล่นกับทีมอย่างซากัน โทสุ ที่กำลังดิ้นรนเพื่อหนีตาย หรือ โพดอลสกี้ และ อิเนียสต้า ที่ไปผจญภัยกับวิสเซล โกเบ เม็ดเงินค่าจ้างได้เยอะก็จริง แต่เป็นทีมที่ไม่เคยมีเอี่ยวลุ้นแชมป์เจลีกเลยแม้แต่หนเดียว แต่พวกเขาต้องการแสดงให้ประชากรลูกหนังญี่ปุ่นเห็นว่า ไฟในชีวิตฟุตบอลยังคงโชติช่วงอยู่ในร่างกายเสมอ ไม่ได้มาหวังเพียงแค่โกยเงินช่วงบั้นปลายอย่างเดียว
เอ็มเร่
(ธีร์รัฐ วงษ์ทอง)