ทบทวนความทรงจำ!ย้อนดูผลงาน เจ็ทโด้ ยามลงเปิดซิงให้แต่ละทีม
ความเข้มข้นของ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี กำลังจะอุบัติขึ้น เมื่อฤดูกาล 2018-19 จะกลับมาฟาดแข้งกันแล้วในคืนวันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม นี้ เดิมทีลูกหนังแดน "มะกะโรนี" ก็น่าติดตามอยู่แล้ว แถมแฟนบอลรุ่นใหญ่บ้านเรา ก็ชื่นชอบลีกนี้ไม่แพ้ลีกไหนๆ
ยิ่งไปกว่านั้นความน่าสนใจของ เซเรีย อา มันเพิ่มทวีคูณมากขึ้น เมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เครื่องจักรถล่มประตูทีมชาติโปรตุเกส ได้ย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ของ ยูเวนตุส โดยในสุดสัปดาห์นี้ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กุนซือ "ไอ้ม้าลาย" คอนเฟิร์มแล้วว่า "ซีอาร์ 7" ได้เปิดซิงกับทีมแน่นอน
ส่วนผลงานว่าเด็ดดวงขนาดไหน อันนี้ต้องรอดู แต่เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย ย้อนกลับไปดูผลงานของ โรนัลโด้ กันสักนิดว่ายามได้ลงเล่นกับต้นสังกัดที่ผ่านๆมา เป็นครั้งแรก ฟอร์มการเล่นเป็นอย่างไร เชิญติดตาม
- สปอร์ติ้ง ลิสบอน
ในวัยเพียงแค่ 16 ปี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถูกเรียกจากชุดเยาวชน ขึ้นมาฝึกซ้อมสู่ทีมชุดใหญ่ของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน สมัย ลาสซโล โบโลนี่ กุมบังเหียน เนื่องจากประทับใจเทคนิคการเลี้ยงบอลของนักเตะรายนี้ และอีกเพียง 1 ปีต่อมา โรนัลโด้ ก็ได้ฤกษ์งามยามดี ลงประเดิมเปิดซิงกับสโมสรฐานะตัวสำรอง ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือก รอบ 3 พบกับ อินเตอร์ มิลาน เมื่อคืนวันที่ 14 สิงหาคม 2002 แต่ก็จบลงด้วยสกอร์ 0-0
หลังจากได้ประสบการณ์ประเดิมบนเวทียุโรป บวกกับผู้เล่นในทีม ลิสบอน เจ็บกันหลายคน ทำให้เวที พรีเมียร่า ลีกา โปรตุเกส แมตช์พบกับ โมไรเรนเซ่ คือเกมเปิดซิงในฐานะตัวจริงอย่างเป็นทางการของ โรนัลโด้ กับ ลิสบอน ซึ่งเจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดติ่ง กระดิ่งแมว กดไป 2-0 พาทีมชนะ 3-0 แถมจังหวะสับตีนแตก เลี้ยงเดี่ยวเข้าไปยิงให้ ลิสบอน ได้ด้วย นับตั้งแต่นั้น ลิเวอร์พูล, ยูเวนตุส, บาร์เซโลน่า รวมถึง อาร์เซน่อล อยากจะได้ตัวไปเสริมทัพ ทว่าสุดท้ายแล้วก็เป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
- แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
โรนัลโด้ กลายเป็นนักเตะโปรตุเกส คนแรก ที่ได้เซ็นสัญญาค้าแข้งให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยมีค่าตัวประมาณ 12.24 ล้านปอนด์ จาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน ซึ่งขณะนั้นเป็นเม็ดเงินที่แพงที่สุดของเกาะอังกฤษ ในฐานะนักเตะดาวรุ่ง ด้วยราคาพุ่งเป็นสถิติ แถมยังต้องรับความกดดันด้วยการสวมเสื้อเบอร์ 7 หมายเลขตำนานต่อจาก จอร์จ เบสต์, เอริค คันโตน่า และ เดวิด เบ็คแฮม
เกมประเดิมสนามของ "ซีอาร์ 7" กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คือแมตช์พบกับ โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส เมื่อวันทื่ 16 สิงหาคม 2003 เขาได้รับโอกาสลงเป็นตัวสำรอง แทนที่ นิคกี้ บัตต์ ซึ่งขณะนั้นที่ โรนัลโด้ จะก้าวเท้าสัมผัสผืนฟลอร์หญ้านั้น ก็ได้รับการยืนปรบมือจากแฟนบอล "เรด เดวิลส์" น่าเสียดายอย่างเดียว ที่เกมนั้น ถึงแม้ "ปีศาจแดง" จะถล่ม โบลตัน ยับเยิน 4-0 แต่ดาวเตะชาวโปรตุกีส ไม่มีชื่อเป็นผู้ทำประตู
ให้หลังประมาณ 2 เดือน โรนัลโด้ ซึ่งโดนวิจารณ์เรื่องสไตล์การเล่นที่เลี้ยงมากเกินไป บางจังหวะควรจ่าย ไม่ยอมจ่าย ก็มาทำประตูแรกให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้สักที จากการซัดฟรีคิกให้ทีมเอาชนะ พอร์ทสมัธ แบบนิ่มๆ 3-0
- เรอัล มาดริด
หลังจากอิ่มตัวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ถึงเวลาอพยพย้ายมาอยู่กับ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2009 ด้วยค่าตัวสถิติโลก (ขณะนั้น) 94 ล้านยูโร สร้างความตื่้นเต้นให้กับสาวก "ราชันชุดขาว" อย่างมาก ถึงขั้นมีแฟนบอลมีเข้ามาชมที่สนามในวันเปิดตัวมากถึง 8 หมื่นคน ซึ่งปีแรกกับ มาดริด เจ้าตัวต้องสวมหมายเลข 9 เพราะว่ายังมี ราอูล กอนซาเลซ ตำนานกองหน้า สวมเสื้อเบอร์ 7
นับตั้งแต่ประวัติศาสตร์ก็ได้ขีดเขียนชื่อ โรนัลโด้ บันทึกลงบนสโมสร เรอัล มาดริด โดยย้อนกลับไปเกมแรกที่เจ้าตัว เปิดซิงให้กับ "ราชันชุดขาว" ก็ทำประตูได้จากการซัดจุดโทษ เกมชนะ เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า 3-0 หลังจากนั้นอีก 4 เกม โรนัลโด้ พังตาข่ายคู่แข่งได้หมด นับเป็นนักเตะคนแรกของ มาดริด ที่ทำแบบนั้น ส่วนเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โรนัลโด้ ได้จารึกสกอร์แรกกับ "ราชันชุดขาว" ก็คือนัดซัดฟรีคิกใส่ เอฟซี ซูริค
- ทีมชาติโปรตุเกส
โรนัลโด้ ผ่านการเล่นทีมชาติโปรตุเกส มาตั้งแต่ชุด ยู-15, ยู-17, ยู 20 และ ยู 23 พร้อมกับมีชื่ออยู่ในชุดลุยกีฬา โอลิมปิก เกมส์ มา 1 สมัย อย่างไรก็ตามถ้าหากเป็นทัพ "ฝอยทอง" ชุดใหญ่ ดาวเตะรายนี้ ถูกเรียกมารับใช้บ้านเกิดเป็นครั้งแรก คือแมตช์เอาชนะ คาซัคสถาน 1-0 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2003 หลังจากสร้างชื่อจากการย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงไม่นาน ซึ่งขณะนั้นเขามีอายุเพียง 18 ปี ปีต่อมาก็ถูกเรียกไปติดชุดลุย ยูโร 2004 ทันที
ประตูแรกของ โรนัลโด้ กับทีมชาติโปรตุเกส เริ่มนับหนึ่งในเกม ยูโร 2004 ซึ่งพบกับ กรีซ โดยเป็นการโฉบมาโหม่งตัดหน้ากองหลัง แต่ขณะนั้นมันเป็นช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 90+3 และตามหลังอยู่ 2 ลูก เลยกลายได้เป็นเพียงแค่ประตูปลอบใจเท่านั้น ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม