จากกระแส เดเล่ ชาลเลนจ์ ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งในต่างประเทศ และ บ้านเรา ไม่ว่าคุณจะติดตามวงการฟุตบอลมากขนาดไหน แต่เชื่อเถอะว่าแคมเปญนี้ คุณต้องได้ร่วมสนุกกับมันแน่ๆ อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกกับความฟีเวอร์ที่เกิดขึ้นในโลกลูกหนัง เพราะเคยมีอีกหลายอย่างมากมาย เกิดขึ้นจากความไวของโลกโซเชียล เน็ตเวิร์ค มันแทรกซ้อนไปทั่วทุกมุมโลก

ฉะนั้นไปดูกันว่าก่อนที่  เดเล่ ชาลเลนจ์ จะมาครองใจแฟนๆ เคยมีกิจกรรมอะไรบ้าง ที่เคยเป็นกระแสในวงการลูกหนัง

  1. เดเล่ ชาลเลนจ์
https://www.youtube.com/watch?v=5osG0Hy0GCQ คงมีนิ้วหงิก นิ้วงอกันมั่งแหละ กับกระแส "เดเล่ ชาลเลนจ์" ท่าดีใจที่ดูเหมือนจะธรรมดา (ตอนแรก) แต่พอได้สังเกตุดีๆ เฮ้ย! มันยากจริงๆนะแก นับตั้งแต่ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติ และ ลุกลามมายังประเทศไทย ทั่วบ้านทั่วเมือง ต้องมาหัวร้อนกับกระแสท่าดีใจของ เดเล่ อัลลี จนกลายเป็นวาระแห่งชาติ หลายคน ใช้เวลาไม่นาน ก็สามารถทำได้แบบสบายๆ พร้อมกับขิงคนอื่นด้วยว่า "ยากตรงไหน" ส่วนใครที่ทำไม่ได้ ถึงขึ้นต้องไปขุดคู่มือวิธีทำจากที่ต่างๆออกมา พร้อมกับโพสต์ผ่านโลกโซเชียล เน็ตเวิร์ค ไว้เป็นหลักฐาน เชื่อว่าท่านี้จะถูกนำไปใช้ในหลายๆสถานการณ์ ทั้งการแข่งขันฟุตบอล หรือ ถ่ายรูปตามโอกาสต่างๆ
  1. ท่าแด็ป
จริงๆแล้วการทำท่าแด็ป (DAB) เป็นวัฒนธรรมการเต้นของคนผิวสี ซึ่งกระแสมันถูกซึมซับเข้ามาสู่วงการกีฬา ก็ต้องยกให้กับ แคม นิวตัน ควอเตอร์แบ็กของ แครอไลน่า แพนเทอร์ หลังจากทำทัชดาวน์ พร้อมกับกลายเป็นท่าที่ฮิตสุดๆ และจากนั้นกระแสก็ลามไปทั่วโลก หลังจาก ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส นำมาใช้ตั้งแต่สมัยอยู่ ยูเวนตุส จนมาถึง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มีคู่ขาอย่าง เจสซี่ ลินการ์ด เข้ามาผนึกกำลังอีกคน ทำให้ท่าแด็ป เข้าถึงผู้คนทุกซอกทุกมุม ใครๆก็นำท่านี้มาใช้ๆ เพราะมันทำง่าย ไม่ต้องพลิกแพลงอะไรมากมาย และมันจะดูคูลมาก หากทำพร้อมกันเป็นกลุ่ม
  1. วากันด้า
"วากันด้า ฟอร์เอฟเวอร์" พร้อมทำท่าไขว้มือเป็นรูปกากบาท เป็นกระแสอยู่พักใหญ่ จากภาพยนตร์เรื่อง "แบล็ก แพนเธอร์" ขนาดคนที่ยังไม่ได้ไปดูหนังเรื่องนี้ ก็พอที่จะรับรู้ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะบ้านเรา เนื่องจากตรงกับเรื่อง "เสือดำ" แบบไม่ได้เขียนบทไว้ก่อน แน่นอนท่า วากันด้า ถูกนำมาใช้ในโลกของฟุตบอลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และ เจสซี่ ลินการ์ด ก็เหมือนเป็นผู้นำเทรนด์อีกครั้ง ด้วยการใช้สัญลักษณ์ "วากันด้า ฟอร์เอฟเวอร์" แต่ก็มีอีกผู้เล่นอีกหลายลีก ที่นำหน้ากาก "แบล็ก แพนเธอร์" มาสวมใส่หลังดีใจด้วยซ้ำ นับเป็นอะไรที่ดูแล้วเท่ไปอีกแบบ
  1. ท่าโรนัลโด้
ถ้าจะบอกว่า โรนัลโด้ เป็นผู้ทรงอิทธิพลในโลกลูกหนังแห่งยุคปัจจุบันมากที่สุด ก็คงไม่มีใครกล้าเถียง เพราะไม่เขาจะทำอะไร มักจะถูกจับตามองอยู่เสมอ อย่างที่เราเคยเห็นการตั้งท่าถอยยิงฟรีคิก องศาการยืน และ จังหวะวิ่งไปซัดหลังเท้า ก็กลายเป็นที่นิยมในหมู่นักฟุตบอลรุ่นใหญ่ แต่ที่ฮิตไปกว่านั้นก็คือท่าดีใจของ "ซีอาร์ 7" ในการฉลองหลังพังทำประตูคู่แข่ง ด้วยการกระโดดหมุนตัวแล้วหางแขน 2 ข้าง ให้อารมณ์ปล่อยพลังเหมือน "เดอะ ฮัลค์" เรียกได้ว่ากลายเป็นกระแสยอดฮิตไปทั่วโลก เชื่อว่าเห็นกันบ่อยแน่ๆ โดย เจ้าอุ้ม ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายทีมชาติไทย ก็เคยนำมาใช้เช่นเดียวกัน
  1. Mannequin Challenge
https://www.youtube.com/watch?v=BB-dXIPUlAA หลายคนอาจจะลืม Mannequin Challenge (แมน'เน่อควิน ชาลเลนจ์) คือทุกคนต้องนิ่งให้ได้เหมือนหุ่นมากที่สุด โดยจะมีกล้องแพนไปตามรอบๆห้อง ไม่ว่าสาขาอาชีพไหน ก็แทบจะเล่นกันทั้งนั้น จึงไม่แปลกที่หลายๆสโมสร รวมถึงทีมชาติ นำ ชาลเลนจ์นี้มาอวดแฟนบอลกันผ่านโลกโซเชี่ยล เน็ตเวิร์ค หรือ ก็นำมาเป็นท่าดีใจหลังยิงประตูได้เช่นกัน อย่างเช่น เจมี่ วาร์ดี้ ตอนพังตาข่ายใส่สเปน หรือ ธีรศิลป์ แดงดา หัวหอกทีมชาติไทย ก็เคยร่วมแคมเปญนี้มาแล้ว สมัยซัดให้ทัพ "ช้างศึก" แมตช์เจอกับ อินโดนีเซีย ในศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ
  1. ไอซ์บัคเก็ต ชาลเลนจ์
กิจกรรมดังกล่าวเป็นแคมเปญการนำน้ำแข็งมารวดตัว เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ ALS และ ท้าให้คนอื่นทำกันต่อไป หวังนำเงินไปบริจาคให้กับองค์กรที่ดูแลเรื่องนี้ แน่นอนกระแสมันลุกลามเร็วมาก ลูกเด็กเล็กแดง ต่างก็ร่วมแคมเปญนี้กันด้วยรอยยิ้ม ไม่ต่างจากบรรดานักเตะฟุตบอลทั่วโลก ต่างก็ให้ความร่วมมือกับ "ไอซ์บัคเก็ต ชาลเลนจ์" กันเป็นอย่างดี นับเป็นกิจกรรมชาลเลนจ์ ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline