การประกาศ 3 ชื่อผู้เข้าชิงรางวัล FIFA The Best Awards มันเกิดความดราม่าอีกครั้งเมื่อในลิสต์นั้นไม่ได้ปรากฏชื่อของ ลิโอเนล เมสซี่
ทั้งที่โปร์ไฟล์ที่สร้างมาตลอดฤดูกาล 2017-18 จริงๆ ก็มีหลายๆ ด้านที่ดูดีกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ลูก้า โมดริช ซะด้วยซ้ำ แต่ทำไมชื่อของพี่ถึงไม่ถูกบรรจุเข้ามาเป็นครั้งที่ 2 ต่อจากรางวัล นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีประจำทวีปยุโรปของ UEFA ??? ทาง 'ขอบสนาม' เองก็พอจะเดาๆ เหตุผลได้บ้างว่าทำไม เมสซี่ ถึงอกหักติดกันไปครั้งที่ 2 จะมีรายละเอียดอย่างไรนั้นไปติดตามกันได้เลย...ผลงานใน ฟุตบอลโลก
จริงอยู่ที่ เมสซี่ คว้าความสำเร็จมากมายกับ บาร์เซโลน่า โดยซีซั่นที่แล้วก็รวบไปถึง 3 แชมป์ (ลา ลีกา, โกปา เดล เรย์, ซูเปอร์โกปา เด เอสปันญ่า) แต่เหมือนว่านั่นเป็นสิ่งที่ไม่ได้สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับชาวโลกลูกหนังเท่าไหร่เมื่อเทียบกับความทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ อย่าง ฟุตบอลโลก ที่ เมสซี่ ไม่เคยสัมผัสกับมันได้เลย ฟุตบอลโลก 2018 เมสซี่ ถูกตั้งความหวังเอาไว้มากมายว่าจะต้องพา อาร์เจนติน่า ไปถึงฝันให้ได้สักที หลังจากอกหักและล้มเหลวมาแล้ว 3 ทัวร์นาเมนต์ก่อนหน้านี้ (ฟุตบอลโลก 2014, โคปา อเมริกา 2015, 2016 แพ้รอบชิงทั้งหมด) แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ อาร์เจนติน่า ทรงบอลไม่ไหวจริงๆ และ เมสซี่ คนเดียวก็ไม่สามารถแบกทีมได้ตามที่ทุกคนจินตนาการภาพเอาไว้ และสุดท้ายก็ไปได้แค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น จากสิ่งที่เกิดขึ้นนี่แหละมันเลยทำให้ผู้คนลบภาพความสำเร็จของ เมสซี่ ที่เกิดขึ้นกับ บาร์เซโลน่า ไปทั้งหมดเพียงเพราะแค่ ฟุตบอลโลก หนล่าสุดเท่านั้นLaLiga is Lionel Messi's competition... everyone else is just playing in it. ? pic.twitter.com/aCXvgp0UWt
— Squawka Football (@Squawka) May 20, 2018
ผลงานใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
คล้ายๆ กับเหตุผลเรื่องของ ฟุตบอลโลก นั่นแหละ การคว้าแชมป์ ลา ลีกา กับ โกปา เดล เรย์ ได้มันก็ฟังดูดีนะ เพราะนี่คือดับเบิ้ลแชมป์เลยนะ แต่ถ้าจะให้พูดถึงความยิ่งใหญ่มันก็เทียบความสำเร็จใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ติดจริงๆ เพราะใน สเปน มันก็มีอยู่ไม่กี่ทีมที่สามารถต่อกรกับ บาร์เซโลน่า ได้ แต่ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก กว่าจะตะลุยฝ่าด่านรอบแบ่งกลุ่ม, รอบ 16 ทีม, 8 ทีม, ตัดเชือก จนรอบชิงดำ คุณต้องผ่านคู่แข่งที่มีศักยภาพเท่าเทียมและไม่ห่างจากคุณเท่าไหร่ นี่คือความแตกต่าง มันจึงไม่แปลกเลยสักนิดที่ เรอัล มาดริด จะได้รับคะแนนและได้รับการยกย่องที่มากกว่า เพราะมันไม่แค่การคว้าถ้วยแชมป์ แต่มันคือการป้องกันแชมป์ซึ่งมันยากกว่าแน่อนเป็นทวีคูณในแง่ของการแบกรับความกดดัน ถึงแม้ บาร์เซโลน่า จะไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศ แต่มันก็ถือว่าไม่สุดทางอยู่ดี เพราะฉะนั้นคะแนนในข้อนี้ เมสซี่ ก็สู้นักเตะคนอื่นๆ อย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ลูก้า โมดริช และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ได้Finalists: #TheBest FIFA Men's Player Award ?
— FIFA.com (@FIFAcom) September 3, 2018
?? @Cristiano
?? @lukamodric10
?? @MoSalah
#FIFAFootballAwards pic.twitter.com/L1ckRiZTv6










