หลังจากที่มีการประกาศโผ 40 รายชื่อผู้เข้าชิงรางวัล โกลเด้น บอย หรือนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมออกมาเป็นที่เรียบร้อย
แน่นอนว่าเจ้าของตำแหน่งคนเก่าอย่าง
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัยจะฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในรอบปีที่ผ่านมาทั้งกับต้นสังกัด ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และการคว้าแชมป์โลกกับทีมชาติฝรั่งเศส
ว่าแล้ววันนี้เราย้อนกลับไปดู 10 ปีหลังสุดว่า มีแข้งดาวรุ่งคนไหนคว้ารางวัลนี้ไปครอบครองกันบ้าง และจะมีดาวสักกี่ดวงที่สามารถเจิดจรัสได้จนถึงทุกวันนี้
2008 : อันเดอร์สัน (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
ถือว่าเจิดจรัสและเป็นการเริ่มต้นที่สวยงามไม่น้อยสำหรับ อันเดอร์สัน กับการได้ย้ายไปร่วมสโมสรใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ทว่าหลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ ดำดิ่งลงสู่ความเป็นจริง จนถูกปล่อยตัวไปให้ ฟิออเรนติน่า ยืมตัว หรือกลับไปค้าแข้งที่บ้านเกิดกับ อินเตอร์นาซิอองนาล และปัจจุบันได้กลับโลดแล่นอีกครั้งในเวทียุโรปกับ อดาม่า เดมิสปอร์ ในประเทศตุรกี
2009 : อเล็กซานเดร ปาโต้ (เอซี มิลาน)
อาการบาดเจ็บเป็นตัวที่คอยขัดขวางการขึ้นไปเป็นดาวเตะระดับโลกของเขาอย่างแท้จริง หลังจากเผชิญโลกในดินแดนยุโรปกับ เอซี มิลาน เจ้าตัวต้องระหกระเหินไปเล่นให้ทั้ง โครินเธียนส์, เซา เปาโล, เชลซี และ บียาร์เรอัล ก่อนที่ล่าสุดจะเก็บเสื้อผ้าไปโกยเงินหยวนอยู่ที่ประเทศจีนกับ เทียนจิน ฉวนเจียน
2010 : มาริโอ บาโลเตลลี่ (อินเตอร์ มิลาน)
อารมณ์ศิลปิน ความเป็นตัวของตัวเองที่มากเกินไปกลายเป็นบ่อที่ทำลายความก้าวหน้าของเจ้าตัวไปเสียเอง แม้จะมีฝีเท้าที่เก่งกาจขนาดไหนแต่คงไม่มีใครทนรับไหว แต่อย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา เกรียนโอ้ ก็ได้ไปค้าแข้งกับหลายสโมสรดังทั้ง แมนฯ ซิตี้, เอซี มิลาน, ลิเวอร์พูล และปัจจุบันย้ายไปอยู่กับ นีซ ในลีก เอิง ฝรั่งเศส
2011 : มาริโอ เกิทเซ่ (โบรุสเวีย ดอร์ทมุนด์)
ผลงานกับ ดอร์ทมุนด์ ทำให้เจ้าตัวก้าวขึ้นไปรับรางวัลนี้แบบไม่มีใครโต้งแย้ง ก่อนที่เจ้าตัวที่ต่อยอดฟอร์มการเล่นนั้นขึ้นไปให้มากกว่าเดิมจนกลายเป็นแข้งรายสำคัญที่พาทัพ "อินทรีเหล็ก" ทีมชาติเยอรมัน คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเมื่อปี 2014 แต่ด้วยสุขภาพของเขาที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ ทำให้การพัฒนาของเขาอาจหยุดอยุ่เพียงแค่ตรงนี้
2012 : อิสโก้ (มาลาก้า)
หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นกับ มาลาก้า ทำให้เกิดการแย่งชิงตัวเกิดขึ้น ก่อนจะเป็น เรอัล มาดริด ได้ลายเซ็นของกองกลางผู้นี้ไปครอบครอง และเจ้าตัวก็สามรถพัฒนาฝีเท้าจนกลายมาเป็นผู้เล่นระดับแนวหน้าของวงการ และส่วนสำคัญของ เรอัล มาดริด เป็นที่เรียบร้อย
2013 : ปอล ป็อกบา (ยูเวนตุส)
ป็อกบา ในช่วงเวลานั้นถูกจัดว่าเป็นกองกลางระดับโลกอย่างรวดเร็วด้วยวัยเพียง 21 ปีเท่านั้น ก่อนที่เขาจะได้ย้ายกลับมายังสโมสรที่ปลุกปั้นเขามาอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยสถิติโลก 89 ล้านปอนด์ ในเวลานั้น และในปัจจุบันถึงแม้จะกำลังประสบปัญหาฟอร์มตกอย่างแรงแต่เขายังคงได้รับการจับตามองจากหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรป จ้องจะดึงไปร่วมทีม ถ้าหาก "ปีศาจแดง" ต้องการปล่อยตัวออกมา
2014 : ราฮีม สเตอร์ลิง (ลิเวอร์พูล)
ย้ายไปร่วมทัพ ลิเวอร์พูลในช่วงปี 2010 และใช้เวลาไม่นานในการก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีม ก่อนที่จะเกิดอาการงอแงอยากย้ายทีม ซึ่งสร้างความเจ็บซ้ำให้กับเหล่า เดอะ ค็อป เป็นอย่างมาก ก่อนที่จะเป็น แมนฯ ซิตี้ ได้ตัวไปครอบครอง และ สเตอร์ลิง เองก็สามารถพัฒนาฝีเท้าจนก้าวมาเป็นแกนหลักของสโมสรและทีมชาติในเวลาถัดมา
2015 : อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
มาร์กซิยาล ย้ายมาร่วมทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวที่แพงเอาเรื่องในปี 2015 พร้อมข้อสงสัยที่ "ปีศาจแดง"ถึงกล้าจ่ายแพงกับเด็กดาวรุ่ง แต่แล้วเขาก็ใช่ฝีเท้าตอบแทนทุกอย่าง ในการย้ายมาเล่นที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด จนกระทั่งโอกาสลงสนามเริ่มน้อยเรื่อยๆ จากการมาของ โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งตอนนี้เขาเองก็ดูจะไม่มีความสุขแล้วกับชีวิตค้าแข้งในโรงละครแห่งความฝัน
2016 : เรนาโต้ ซานเชซ (เบนฟิก้า)
ในช่วงเวลานั้น เรนาโต้ มาผลงานที่เข้าขั้นดีเยี่ยมเลยทีเดียวมีส่วร่วมกับ ทีมชาติโปรตุเกส คว้าแชมป์ ยูโร 2016 ก่อนจะย้ายไปร่วมทัพ บาเยิร์น มิวนิค แต่โอกาสลงสนามที่จำกัดทำให้ต้องจำยอม ย้ายไปเล่นให้ สวอนซี ในรูปแบบยืมตัว แต่แล้วก็ยังไม่สามารถเรียกคำมั่นใจกลับมาได้ แต่แล้วกับฤดูกาลนี้การได้กลับมายังรัง "เสือใต้" ดูเหมือนฟอร์มที่เคยโหดของเขากำลังจะกลับคืนมา
2017 : คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (โมนาโก)
เฉิดฉายฟอร์มเก่งตั้งแต่สมัยพุ่งขึ้นมาในทีม โมนาโก และพาทีมหักปากเซียนคว้าแชมป์ลีก เอิง แบบปาดหน้า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แบบเจ็บปวด ก่อนที่เจ้าหนูรายนี้จะพัฒนาฝีเท้า ก้าวขึ้นมาสู่แถวหน้าของโลกได้อย่างไร้ที่ติ และเป็นเจ้าของแชมป์โลกตั้งแต่อายุ 19 ปี และทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2018 นี่แหละ ที่เป็นพื้นที่ฉายแววเด่นให้ทั่วโลกยอมรับในฝีเท้าของเจ้าหนูรายนี้
- PAOLINHO -