'ณ เวลานี้ผมยังมีความสุขดี แต่ในอีก 2 เดือนข้างหน้ามันอาจจะแตกต่างออกไปก็ได้ ผมก็แค่ต้องทำผลงานให้ดีในสนาม รวมถึงตอนซ้อม และเราจะได้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้น'

เพียงแค่ประโยคนี้ออกจากปากของ เอแดน อาซาร์ แนวรุกเบอร 1 จาก เชลซี ได้สร้างความสั่นสะเทือนไปให้กับสาวก "สิงห์บลูส์" เพราะนั่นหมายความว่า อาซาร์ มีโอกาสย้ายออกจากสโมสรในช่วงเดือนมกราคมนี้ เพื่อไปตามหาความฝันตัวเอง ซึ่งมีแค่ทีมเดียวเท่านั้นคือ เรอัล มาดริด

ถึงแม้ อาซาร์ กำลังฟอร์มร้อนแรง นำพา เชลซี กลับมาลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างเต็มตัว แต่มันก็มีปัจจัยที่นักเตะอาจย้ายทีมได้เลย โดยเหตุผลมีดังนี้ 1. ทำตามความฝันของตัวเอง ไม่ต้องย้ำอะไรให้มากความอีกแล้วว่าความฝันของ อาซาร์ ตอนนี้คืออะไร เขาเคยให้สัมภาษณ์มาตลอดว่ามี ซีเนอดีน ซีดาน อดีตเฮดโค้ช "ราชันชุดขาว" เป็นไอดอล และบทสัมภาษณ์สำคัญอีกอย่าง ที่เขาฝากไว้ช่วงแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2018 ไว้ว่า " หลัง 6 ปีมหัศจรรย์กับ เชลซี บางทีอาจถึงเวลามองหาอะไรที่ต่างไป ถ้า เชลซี อยากให้ผมไป คุณรู้แล้วว่าผมอยากไปไหน" มันต้องเดาเลยว่ามันคือ เรอัล มาดริด ดังนั้นถ้าหาก "ราชันชุดขาว" ยื่นข้อเสนอเข้ามาจริงๆช่วงเดือนมกราคม ไม่แน่ว่าอาจเป็นดีลเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นอีกครั้งในตลาดหน้าหนาวเลยก็ได้ เพราะว่าใจของ อาซาร์ ลอยไปหาตั้งนานแล้ว 2. โอกาสคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ย้อนกลับไปช่วงที่ อาซาร์ ย้ายมาค้าแข้งให้กับ เชลซี เมื่อปี 2012 นั้น เขาได้มาในตอนที่ เชลซี คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้วเรียบร้อย ถึงแม้การมาของดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยม จะช่วยให้ "สิงห์บลูส์" คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย, ลีก คัพ 1 สมัย และ ยูโรปา ลีก อีก 1 สมัย จะเห็นว่ายังขาดอีกเพียงแค่ โทรฟี่ เดียว นั่นคือ "ยูซีแอล" แน่นอนการอยู่กับ เชลซี มันก็มีโอกาสที่จะคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองได้ แต่ทว่า อาซาร์ รอมาแล้ว 5-6 ปี ยิ่งซีซั่นนี้ "สิงห์บลูส์" ไปเพียงแค่ ยูโรปา ลีก แค่นั้น เท่ากับว่าถ้าหาก อาซาร์ เกิดย้ายทีมไปอยู่กับ มาดริด จริงๆ ก็จะลงเล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" ได้อย่างสบายๆ และ สถิติก็บ่งบอกชัดเจนว่า มาดริด คือเจ้าพ่อยุโรป เห็นได้จากการคว้าแชมป์ 3 ซีซั่นหลังสุด 3. เรอัล มาดริด กำลังย่ำแย่ การปล่อย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อดีตดาวยิงประจำทีม ไปให้กับ ยูเวนตุส โดยไม่มีตัวแทนชั้นยอดเข้ามา กำลังทำร้ายให้ เรอัล มาดริด ทรุดลงไปเรื่อยๆ เพราะขณะนี้ "ราชันชุดขาว" ไม่ชนะใครมาแล้ว 4 นัดติดต่อกัน ที่พังไปกว่านั้นคือการยิงประตูคู่แข่งไม่ได้เลย ตลอด 4 นัดหลังสุด นั่นหมายความว่าผู้เล่นที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ จำเป็นจะต้องหาใครมาเพิ่มแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉะนั้นการจะไปหานักเตะซูเปอร์สตาร์ ที่พร้อมจะย้ายทีม มันก็คงมีตัวเลือกไม่มากนัก และ นึกได้แค่คนเดียวก็คือ อาซาร์ เพราะนอกจากนักเตะจะมีใจแล้วนั้น ตอนนี้ อาซาร์ กำลังฟอร์มร้อนแรงสุดขีด ด้วยการซัลโวไปแล้ว 7 เม็ด นำเป็นดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้ อีกทั้งยังสร้างแอสซิสต์ให้เพื่อนอีก 3 ครั้ง ในช่วงเวลาแค่ 8 เกม ดังนั้นถ้า มาดริด ยังฟอร์มห่วยเช่นนี้อยู่ เชื่อว่าเป้าหมายเล็งมาที่ อาซาร์ แน่นอน เพื่อต่อสู้การลุ้นแชมป์ 4. ค่าตัว อาซาร์ จะถูกลง สัญญาของ เอแดน อาซาร์ จะเป็นตัวบีบคั้นให้ เชลซี ต้องคิดอย่างหนักว่าจะปล่อยตัวนักเตะรายนี้ ออกจากทีมหรือไม่ เพราะข้อผูกมัดระหว่างนักเตะรายนี้ กับ สโมสร จะสิ้นสุดลงในช่วงซัมเมอร์ปี 2020 นั่นหมายความถ้าถึงซัมเมอร์หน้าค่าตัวอาจจะโดนกดราคาให้ถูกกว่าความเป็นจริงอย่างมาก เพราะถ้าไม่ปล่อยช่วงซัมเมอร์ 2019 และให้ไปถึงตลาดหน้าหนาว 2020 อาซาร์ จะสามารถเจรจาย้ายทีมล่วงหน้าได้แบบฟรีๆ ฉะนั้น เชลซี ต้องคิดให้หนักว่าจะวางมาตรการรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร ถ้านักเตะอยากย้าย และ อยากได้ราคาแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยจริงๆ ช่วงเดือนมกราคมนี้อาจเหมาะสมที่สุด แต่อย่าลืมว่ามันอาจต้องแลกมากกับการคว้าแชมป์ต่างๆด้วย เพราะปัจจุบัน อาซาร์ คือจอมทัพที่จะขาดไปไม่ได้เลย 5. เพื่อนซี้อย่าง ติโบ กูร์กตัวส์ ปัจจัยการย้ายทีม มันก็มีเหตุผลหลายๆอย่าง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคนใกล้ตัวนี่แหละครับท่านผู้ชม .. โดยเฉพาะ ติโบต์ กูร์กตัวส์ นายทวารทีมชาติเบลเยี่ยม ซึ่งชิงหนีย้ายจาก เชลซี ไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ก่อนแล้ว เขาจะเป็นอีกตัวแปรสำคัญที่ทำให้ อาซาร์ อยากจะรีบย้ายไปอยู่กับ มาดริด เร็วๆเลยก็ได้ เพราะ อาซาร์ กับ กูร์กตัวส์ ก็เป็นเพื่อนซี้กันอยู่แล้วทั้งสมัยอยู่กับ เชลซี และก็ทีมชาติเบลเยี่ยม ฉะนั้นการย้ายทีมของเขา จะไม่เดียวดายแน่นอน อย่างน้อยก็มีเพื่อนคอยให้การปรับตัว อีกทั้งเรื่องภาษาก็ไม่ต้องห่วง เพราะถ้าสปีค ฝรั่งเศส มีทั้ง คาริม เบนเซม่า, ราฟาเอล วาราน คอยช่วยเหลือ ปากทีการเป่าหูทุกๆวัน ก็อาจทำให้ อาซาร์ หัวใจอ่อนระทวยไม่มากก็น้อย นี่แหละครับคือเหตุผลทั้งหมดที่ อาซาร์ มีโอกาสย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ช่วงตลาดเดือนมกราคมนี้ ซึ่งแน่นอนก็ขึ้นอยู่กับ เชลซี ด้วยว่า จะยอมเสียนักเตะเบอร์ 1 ของทีม ไประหว่างฤดูกาล เหมือนที่ ลิเวอร์พูล เคยต้องเสีย ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ไปให้กับ บาร์เซโลน่า หรือไม่ ..
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline