หลังจากที่สโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ออกมาประกาศยืนยันว่า คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของสโมสร ได้เสียชีวิตแล้วจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ถือว่าเป็นข่าวเศร้าของวงการฟุตบอล และแฟนบอลเลสเตอร์ ซิตี้ เป็นอย่างมากเพราะ คุณวิชัย ได้เข้ามาปรับเปลี่ยนโฉมหน้าของสโมสรนี้ไปอย่างมาก และเคยไปถึงแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาแล้ว
วันนี้ทาง
ขอบสนาม แล้วจึงขอรวบรวมเหตุการณ์ตั้งแต่ กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ ของคุณวิชัย เข้ามาเป็นเจ้าของ ว่าได้เปลี่ยนแปลง จิ้งจอง ตัวนี้ไปได้ไกลขนาดไหน
สิงหาคม 2010 : กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ ประเทศไทย โดย คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ได้ตกลงเข้ามาซื้อกิจการทั้งหมดของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ต่อจาก มิลาน แมนดาริช เจ้าของสโมสรเดิม ซึ่งขณะนั้นทีมอยู่ในลีกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ
โดยมีการวางเป้าหมายไว้ว่า เลสเตอร์ ซิตี้ จะต้องเลื่อนชั้นไปยังลีกสูงสุดในประเทศอย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นอกจากนี้ ยังได้ปรับขยายความจุ ของสนามเป็น 32,500 ที่นั่ง พร้อมเปลี่ยนชื่อสนามเป็น "คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม"
ฤดูกาล 2011 - 2012 : เลสเตอร์ ซิตี้ ออกสตาร์ทซีซั่นได้ไม่ดีนัก ชนะเพียง 5 นัด จาก 13 เกม รั้งอันดับที่ 13 ของตารางคะแนน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ทำให้ต้องปลด สเวน โกรัน อีริคสัน ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมในขณะนั้นออก และแต่งตั้ง ไนเจล เพียร์สัน เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมแทน ก่อนจะมีผลงานจบที่อันดับ 9 ของการแข่งขัน และเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายรายการ เอฟเอ คัพ
ฤดูกาล 2012 - 2013 : เป็นฤดูกาลที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ใกล้เคียงที่จะได้เลื่อนชั้นมายัง ลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ เพราะพวกเขาจบฤดูกาลด้วยอันดับ 6 ของตาราง และได้รับสิทธิ์เพลย์ออฟลุ้นเลื่อนชั้น แต่กลับต้องพ่ายให้กับ วัตฟอร์ด ในช่วงวินาทีสุดท้ายของเกม จากจังหวะ อองโตนี น็อคการ์ท ยิงจุดโทษพลาดในวินาทีสุดท้าย และ วัตฟอร์ด โต้กลับและยิงประตูปิดเกมในที่สุด
ฤดูกาล 2013 - 2014 : เลสเตอร์ ซิตี้ ยังคงมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นสู่ลีกสูงสุดของอังกฤษให้ได้ และพวกเขาก็ทำสำเร็จ หลังจบเป็นอันดับ 1 ของเดอะ แชมเปี้ยนส์ชิพ ซึ่งสามารถขึ้นนำเป็นจ่าฝูงได้ตั้งแต่ช่วงบ็อกซิ่งเดย์ ซึ่งทัพ "สุนัขจิ้งจอง"สามารถคว้าแชมป์ก่อนจบฤดูกาลถึง 2 นัด และได้สิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรก ในรอบ 10 ปี นับจากตกชั้นจากลีกสูงสุดของอังกฤษ เมื่อปี 2004
ฤดูกาล 2014-2015 : การกลับมาสู่เวทีพรีเมียร์ลีก อีกครั้งในรอบ 10 ปีของ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ตั้งเป้าหมายไว้เพียงแค่รอดพ้นจากการตกชั้น เพื่อจะได้ปักหลักอยู่ในลีกสูงสุดให้ได้นานที่สุด เลสเตอร์ ซิตี้ จมอยู่ท้ายตารางนานถึง 140 วัน แต่จากความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ ก็สามารถคว้าชัยชนะถึง 7 จาก 9 นัดสุดท้าย ก่อนจบฤดูกาล และรอดพ้นการจากการตกชั้นแบบหวุดหวิดด้วยการจบอันดับที่ 14
ฤดูกาล 2015 - 2016 : หลังรอดพ้นการตกชั้นมาได้แบบหวุดหวิด ทำให้ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ตั้งเป้ากับซีวั่นใหม่ให้ดีกว่าเดิม และได้มีการเปลี่ยนแปรงตำแหน่งผู้จัดการทีมมาเป็น เคลาดิโอ รานิเอรี่ โค้ชมากประสบการณ์ชาวอิตาลี และนี้คือฤดูกาลแห่งความฝันของชาว เลสเตอร์ เพราะพวกเขาสามารถฝ่าดงบิ๊กทีม ก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์แบบม้ามืดหักปากกาทุกเซียนไปแบบเฉียบขาด นับเป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นการครองแชมป์ครั้งแรกในรอบ 132 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร ทั้งที่ก่อนเปิดฤดูกาลพวกเขามีอัตราต่อรองที่จะเป็นแชมป์อยู่ที่ 5,000-1
ฤดูกาล 2016 - 2017 : อีกหนึ่งฤดูกาลที่แฟนบอลรอคอยเพราะพวกเขาได้ไปตะลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และสามารถทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้หลังจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเป็นอันดับที่ 1 ก่อนถีบ เซบีย่า ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยสกอร์รวม 3-2 แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ประสบการณ์แก่ แอตเลติโก มาดริด ไปด้วยสกอร์รวม 1-2
ส่วนในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พวกเขาจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 12 และมีการปลด เคลาดิโอ รานิเอรี่ ออกจากตำแหน่งด้วยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ และแต่งตั้ง เคร็ก เชกสเปียร์ เข้ารับตำแหน่งแทน
ฤดูกาล 2017 - 2018 : หลังจากออกสตาร์ท 8 นัดแรกฤดูกาลด้วยการชนะเพียงนัดเดียว เคร็ก เชกสเปียร์ ก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งในช่วงต้นเดือนตุลาคม และเป็น โคลด ปูแอล มารับหน้าที่ต่อ ก่อนจบฤดูกาลด้วยอันดับ 9 ในพรีเมียร์ลีก