ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ รอบ 21.15 น. ของวันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายน นี้จบลงไปแบบจืดชืดเพราะ เชลซี ทำได้แค่เปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน 0-0 แบ่งกันไปทีมแต้ม
จากสกอร์ในเกมดังกล่าวทำให้ เชลซี รั้งที่อันดับ 3 มี 28 คะแนนจาก 12 นัดตามหลังจ่าฝูงชั่วคราวอย่าง ลิเวอร์พูล 2 คะแนน ส่วน เอฟเวอร์ตัน มี 19 คะแนนจากการลงเตะ 2 นัด
วันต้องสาป
จากผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นไมู้ว่าเกี่ยวที่ฟอร์มการเล่นหรือเป็นเรื่องของคำสาปกันแน่ เพราะที่ผ่านมาสถิติมันได้จารึกเอาไว้ว่า 13 เกม พรีเมียร์ลีก ก่อนหน้านี้ที่ เอฟเวอร์ตัน มีคิวบุกไปเยือนคู่แข่งในวันอาทิตย์พวกเขาไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย โดยแบ่งเป็น เสมอ 2 แพ้ 11 และการเยือน เดอะ บริดจ์ นี่คือนัดที่ 14 ของพวกเขาและผลปรากฏว่าก็จบที่เสมอ 0-0
ไม่แพ้ใครตลอด 12 เกมแรกใน พรีเมียร์ลีก
เมาริซิโอ ซาร์รี่ เป็นผู้จัดการทีมคนแรกที่คุมทีมไม่แพ้ใครเลยตลอด 12 เกมแรกกับงานใน พรีเมียร์ลีก ทำลายสถิติเดิมของ แฟร้งค์ คล้าร์ก ที่เคยทำไว้กับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เมื่อปี 1994 และนี่ถือเป็นคร้้งที่ 2 ด้วยที่ เชลซี ไม่แพ้ใครตลอด 12 เกมแรกตั้งแต่เปิดลีกต่อจากซีซั่น 2014-15 ซึ่งปีนั้นพวกเขาแพ้เกมแรกคือนัดที่ 14 ของซีซั่น
ไม่ค่อยถูกโฉลกกับทีมจาก ลอนดอน
เอฟเวอร์ตัน มีสถิติที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ยามต้องออกนอกบ้านและไปเยือนถิ่น ลอนดอน เพราะก่อนหน้านี้ 16 เกมใน พรีเมียร์ลีก พวกเขาชนะแค่เกมเดียวเท่านั้น และแพ้ไปถึง 9 เกม และวันนี้เกมที่ 17 เกิดขึ้นที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เอฟเวอร์ตัน ก็ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นอีกตามเคย หลังสกอร์จบที่ 0-0
ใบเหลืองเกลื่อน
ในเกมดังกล่าวที่เสมอกัน 0-0 มีใบเหลืองเกิดขึ้นทั้งสิ้น 7 ใบด้วยกัน โดยทางฝั่ง เชลซี ได้ไป 4 ใบไม่ว่าจะเป็น จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, อันโตนิโอ รูดิเกอร์ และ อัลบาโร่ โมราต้า ส่วนทาง เอฟเวอร์ตัน คนที่ได้มี เยร์รี่ มิน่า, แบร์นาร์ด และ จอร์แดน พิคฟอร์ด แต่ประเด็นสำคัญมันอยู่ตรงที่ในครึ่งแรกก็มีใบเหลืองเกิดขึ้นถึง 5 ใบด้วยกัน ซึ่งมากที่สุดในซีซั่นนี้ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม