ลิเวอร์พูล เล่นประคองตัวผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ตามคาด หลังเปิดถิ่นแอนฟิลด์เสมอกับ เอฟซี ปอร์โต้ 0-0 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัด 2 แต่รวมผล 2 เลก "หงส์แดง" ถล่มยับ 5-0 โดยนัดนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่ มีการเปลี่ยนตัวหลายตำแหน่ง มาดูซิว่าแต่ล่ะคนมีผลงานเป็นอย่างไรกันบ้าง

ตัวจริง ลอริส คาริอุส 6.5 ไม่ได้มีงานเยอะแยะมากมาย แต่เมื่อลูกยิงตรงกรอบ น้อง "อู๊ด" สามารถป้องกันไว้ได้ โดยกะจังหวะออกมาตัดบอลได้ดี ทั้งๆที่ มาจี๊ด วาริส กองหน้า ปอร์โต้ มีความไวสูง สำคัญกว่านั้นคือเก็บคลีนชีตนัดที่ 4 จาก 5 นัดหลังสุด โจ โกเมส 6 ได้โอกาสลงสนามบ้างแล้ว หลังหายหน้าไปจากอาการบาดเจ็บ เกมนี้เจ้าตัวทำได้น่าประทับใจในแบ็กขวา ป้องกันได้ ส่วนเกมบุกก็เติมมาช่วยเพื่อนตลอด ได้โอกาสเปิดเข้าไปในกรอบเขตโทษ แต่ยังไม่ตรงเพื่อน เดยัน ลอฟเรน 6.5 เล่นได้แน่นขึ้นเรื่อยๆสำหรับ ลอฟเรน เกมนี้เขาคือคนสำคัญที่ทำให้ "หงส์แดง" ไม่เสียประตู เพราะมีจังหวะที่ โอลิเบร์ ตอร์เรส ปีก ปอร์โต้ ได้ยิงจ่อๆในกรอบเขตโทษ แต่ทว่าปรากราหลังทีมชาติโครเอเชีย หันตัวมาสกัดไว้ได้ทันเวลา โจเอล มาติป 6 ได้วางบอลยาวจากแดนหลังไปแดนหน้าหลายครั้ง ซึ่งมันก็ดีบ้าง แย่บ้าง แต่ลูกกลางอากาศเกมนี้ เป็นตัวตั๊นตัวชนได้ดี สามารถเอาชนะกองหน้าของ ปอร์โต้ ได้ ที่เหลือก็ไม่ค่อยมีผลงานโดดเด่นเท่าไหร่ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ 6.5 นึกว่าพี่แกเพิ่งไปเล่นหนัง "เดอะ ฟาสต์" มาเสียอีก เพราะสปีดต้นของ โมเรโน่ จี๊ดจ๊าดเหลือเกิน ถือว่าสอบผ่านในเรื่องของสภาพร่างกาย หยุดเกมรุกคู่แข่งได้เยี่ยม ส่วนเกมบุกยังคงโดดเด่นเหมือนเดิม แต่กระนั้นการเปิดจากด้านข้าง หรือโอกาสการยิง ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เจมส์ มิลเนอร์ 7.5 เวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ต้องยกให้เขาคนนี้เลย ฟอร์มดีสุดยอด แถมนำในเรื่องของการแอสซิสต์ เกมนี้มีแอสซิสต์สวยๆหลายครั้ง โดยเฉพาะช็อตวางข้ามหัวแนวรับคู่แข่ง ให้ ซาดิโอ มาเน่ แต่ซัดไปชนเสา เอ็มเร่ ชาน 6.5 ถูกส่งลงมาให้ยืนในตำแหน่งที่สูงขึ้นเพื่อช่วยเกมรุก ซึ่งก็จะวิ่งสลับกับ เจมส์ มิลเนอร์ อยู่ตลอด การวางบอลยังเป็นจุดเด่นของเขาอยู่เสมอ แต่ก็ไม่ได้มีช็อตหวือหวามากมาย ยกเว้นจังหวะแตะ "ลอดดาก" อันเดร อันเดร ซึ่้งเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของเกมนี้เลย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 6.5 นี่คือตัวปิดทองหลังพระของ ลิเวอร์พูล ในนัดนี้ของจริง เพราะมีสถิติการเข้าปะทะคู่แข่งถึง 5 ครั้ง แถมยังแย่งตัดบอลได้อีก 2 ครั้ง แต่ทว่าการจ่ายของ "เฮนโด้" ไปถึงตัวรุก ก็ยังไม่ได้สร้างความอันตรายให้กับแนวรับคู่แข่งแต่อย่างใด อดัม ลัลลาน่า 6 ได้ลงเล่นเต็มๆ 90 นาที ดูจังหวะกับเกมน่าจะเริ่มเข้าที่มากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มดูพริ้วกับการลากเลื้อย และมักจะเป็นเหยื่อโดนไล่เตะอยู่เสมอ แต่ทว่าโดยรวมแล้วก็ยังไม่ค่อยโดดเด่นมากเท่าไหร่ ส่วนร่วมโอกาสทำประตูยังน้อยอยู่ ซาดิโอ มาเน่ 7 น่าจะเป็นคนที่มีความกระหายในการทำประตูที่สุดแล้ว เพราะพยายามวิ่งหาช่องให้เพื่อนเปิดบอลมาหาอยู่ตลอด จริงๆ มาเน่ มีโอกาสทำประตูขึ้นนำให้กับทีมถึง 2 ครั้ง ทั้งลูกเหยียดขาเข้าชาร์ต บอลข้ามคาน และลูกซัดผ่านมือ อีเกร์ กาซียาส แต่ดันไปชนเสา โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ 6 เป็นเกมที่ "ฟีร์โน่" ดูจะหายไปเลยในการเล่นเกมรุก เพราะอาจด้วยสกอร์ที่มันขาดไปแล้วถึง 5-0 จากเกมนัดแรก แต่เขาก็ไม่ได้เก็บแรงไว้รอเจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรอกนะ เพราะยังช่วยวิ่งไล่กดดันเพื่อแย่งบอล ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกไปพัก ตัวสำรอง แดนนี่ อิงส์ 6.5 เหล่า "เดอะ ค็อป" ส่งเสียงร้องเพลงให้กับ อิงส์ หลังลงสนามมาในช่วงนาที 60 แน่นอนความขยันเป็นจุดเด่น เขาช่วยไล่แย่งบอลกลับมาหลายครั้ง และพยายามวิ่งหาช่องอยู่ตลอด ซึ่งมีโอกาสโหม่งทำประตูถึง 2 ครั้ง แต่น่าเสียดายมีช็อตที่ กาซียาส เซฟไว้ได้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 6 ลงสนามมาปุ๊บ ก็ปั่นป่วนได้ปั๊บ สร้างความอันตรายให้กับ ปอร์โต้ ได้ทันตา แม้อยู่ในสนามประมาณ 15 นาที ซึ่งเจ้าตัวได้โอกาสยิง และเปิดใหักับ แดนนี่ อิงส์ ได้โหม่ง แต่ก็ไม่ผ่านมือ อีเกร์ กาซียาส รักนาร์ คลาวาน N/A ลงสนามมาแทน เอ็มเร่ ชาน ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม เพื่อมาเล่นระบบกองหลัง 3 ตัว แต่ด้วยความที่ ปอร์โต้ ทำเกมบุกขึ้นมาไม่ได้ ทำให้ "น้าหงา" ก็ไม่ต้องทำอะไรเลย คะแนนก็เลยไม่รู้จะให้ยังไง
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline