เกมบิ๊กแมตช์ของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำค่ำคืนที่ผ่านมาจบกันไปเป็นที่เรียบร้อยและผลปรากฏว่าเป็นอีกครั้งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รอดตายจากการไล่ตามตีเสมอ อาร์เซน่อล สำเร็จ 2-2
สภานการณ์ล่าสุดทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด หล่นมารั้งอันดับ 8 มี 23 คะแนนจาก 15 เกมเท่ากับ บอร์นมัธ แต่ลูกได้เสียเป็นรอง ส่วน อาร์เซน่อล ยังคงประจำอยู่พื้นที่อันดับ 5 ต่อไป มี 31 แต้มเท่ากับ เชลซี อันดับ 4 แต่ลูกได้เสียก็เป็นรองเช่นกัน และนี่ก็คือสถิติสำคัญที่เกิดขึ้นในเกมนัดนี้
ไม่แพ้ใคร 20 เกมติดต่อกัน
ถึงแม้จะไม่ชนะในวันนี้แต่ถึงกระนั้น อาร์เซน่อล ของ อูไน เอเมรี่ ก็ยังเครื่องแรงไม่มีตกเพราะผลในเกมล่าสุดทำให้พวกเขายังคงรักษาสถิติไร้พ่ายต่อเนื่องได้เป็นนัดที่ 20 ติดต่อกันจากทุกรายการ เป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ พฤศจิกายน ปี 2007 ซึ่งทำไว้ตอนนั้นที่ 28 นัดติดต่อกัน
เกมรับที่อ่อนยวบ
ถึงแม้ โชเซ่ มูรินโญ่ จะมีสถิติที่ดีในการเจอกับ อาร์เซน่อล (แพ้แค่ 1 นัดจาก 16 เกมในทุกรายการ) และไม่เคยแพ้เลยยามได้คุมทีมเล่นในรังเหย้า แต่ขณะเดียวกัน แมนฯ ยูไนเต็ด ของเจ้าตัวเสียประตูที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไปแล้ว 10 ประตูจาก 7 นัด มากกว่าฤดูกาลเสียอีกที่โดนไป 9 ประตูจาก 18 เกม
มาร์กซิยาล ยังคงเป็นความหวัง
ณ เวลานี้ แมนฯ ยูไนเต็ด คงจะพึ่งใครไม่ได้อีกแล้วถ้าไม่ใช่ อองโตนี่ มาร์กซิยาล แนวรุกดาวรุ่งขวัญใจ 'ปีศาจแดง' เพราะประตูในเกมดังกล่าวนับเป็นลูกที่ 7 ที่พี่แกทำได้ในการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในศึก พรีเมียร์ลีก
เก่งแต่ครึ่งหลัง
ถึงแม้ อาร์เซน่อล ของ อูไน เอเมรี่ จะมีฟอร์มดีที่ดีจริงๆ ณ ชั่วโมงนี้โดยเฉพาะเกมรุกที่ดุดันตลอดจนเรื่องการยิงประตู แต่ข้อเสียของพวกเขาในปีนี้ก็คือสถิติการลงเล่นใสนครึ่งแรก เพราะจนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาแล้ว 15 เกมใน พรีเมียร์ลีก แต่ อาร์เซน่อล ยังไม่เคยจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ที่นำคู่แข่งเลยสักหน
13 วินาที
เป็นอีกหนึ่งเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รอดตายด้วยการตามตีเสมอและแบ่งแต้มกับคู่แข่งไปได้ แถมยังเกิดสถิติที่น่าสนใจอีกต่างหาก โดยประตูตีเสมอ 2-2 ของ เจสซี่ ลินการ์ด เป็นการใช้เวลาแค่ 13 วินาทีเท่านั้นหลังจากที่ อาร์เซน่อล ขึ้นนำ 2-1 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม