ช่วงหลังตลาดนักเตะโดยเฉพาะในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต่างเต็มไปด้วยนักเตะที่มีมูลค่าสูงทั้งนั้น หาได้น้อยมากที่จะมีของดีราคาถูกหลุดออกมาในตลาดซื้อขายสักคนนึง
ว่าแล้วเราลองย้อนกลับไปดูกันว่าในช่วงหลังมีนักเตะคนไหนในลีกอังกฤษบ้างที่ย้ายตัวด้วยราคาถูก แต่ว่าสามารถโชว์ผลงานได้เกินราคาที่จ่ายอย่างมาก หรือที่เรียกว่า ถูกอย่างกับได้ฟรี จะมีใครบ้างติดตามกันได้เลย
แว็งซองต์ ก็องปานี (จาก ฮัมบูร์ก ไป แมนฯ ซิตี้ 6 ล้านปอนด์ : ปี 2008)
ปราการหลังตัวหลักที่พา "เรือใบสีฟ้า" ผงาดครองแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษถึง 3 สมัย และนับมาถึงตอนนี้ ก็ 10 ปีเต็มแล้วที่เจ้าตัวค้าแข้งกับ แมนฯ ซิตี้ ถึงแม้ช่วงหลังจะได้รับโอกาสลงสนามค่อนข้างน้อย บวกกับอาการบาดเจ็บที่เล่นงานบ่อยมากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่านี้เป็นการซื้อขายที่คุ้มค่าเป็นอย่างมากสำหรับ เรือใบสีฟ้า
อารอน แรมซี่ย์ (จาก คาร์ดิฟฟ์ ไป อาร์เซน่อล 4.8 ล้านปอนด์ : ปี 2008)
ย้ายมาร่วมทัพ อาร์เซน่อล ด้วยวัยเพียง 18 ปีเท่านั้น ซึ่งในตอนนั้นมีหลายทีมที่หวังจะคว้าไปร่วมทัพไม่เว้นแม้กระทั่ง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี แรมซี่ย์ กำลังจะกลายเป็นอดีตกับ "ไอ้ปืนใหญ่" ถ้ายังไม่มีการขยายสัญญาออกไปในเร็วๆ นี้
เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า (จาก มาร์กเซย ไป เชลซี 7 ล้านปอนด์ : ปี 2012)
แบ็คขวาที่เข้ามาเติมเต็มเกมรับและรุกของ เชลซี ได้อย่างลงตัว และสามารถหุบเข้าไปเป็น ปราการตัวกลางได้อีกต่างหาก และปัจจุบันก็ยังคงเป็นแกนหลักของทีมอยู่ รวมไปถึงการได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมอีกด้วย
เดเล่ อัลลี (จาก มิลตัน คีน ดอน ไป สเปอร์ส 5 ล้านปอนด์ : ปี 2015)
ถือว่า สเปอร์ส ได้เด็กดาวรุ่งชาวอังกฤษ ของดี และราคาถูกอีกต่างหาก ด้วยอายุที่ยังน้อย และฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมในช่วง 2-3 ฤดูกาลหลัง ทำให้เขากลายเป็นเด็กนรกจากเมืองผู้ดีที่โดนจับตาไม่ใช่น้อย ปัจจุบัน เดเล่ ลงสนามให้ทัพ "ตราไก่" ไปแล้วถึง 160 ซัดไป 39 และทำไปอีก 30 แอสซิสต์
เจมส์ มิลเนอร์ (จาก แมนฯ ซิตี้ ไป ลิเวอร์พูล 5 ฟรี : ปี 2015)
นักเตะสารพัดประโยชน์ที่ ลิเวอร์พูล ได้เข้ามาเติบเต็มทีม และในตอนนี้ มิลเนอร์ ได้กลายเป็นแข้งตัวหลักของทีมไปแล้ว นอกจากนั้นยังมีสถิติที่น่าแปลกคือเมื่อไหร่ที่เจ้าตัวยิงประตูในลีกได้ ลิเวอร์พูล จะไม่แพ้เป็นจำนวน 50 นัดติดต่อกันให้แล้ว
เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (จาก ก็อง ไป เลสเตอร์ ซิตี้ 5.6 ล้านปอนด์ : ปี 2015)
แข้งโนเนมจากลีก เอิง ในขณะนั้นที่ เลสเตอร์ ไปคว้าตัวมาจาก ก็อง แต่แล้วกลายเป็นจิ๊กซอว์คนสำคัญในการพา "สุนัขจิ้งจอก" ตัวนี้เถลิงบัลลังก์แชมป์พรีเมียร์ลีก ก่อนก้าวไปเป็นแชมป์โลก และแข้งระดับแถวหน้าของโลกในปัจจจุบัน
คีแรน ทริปเปียร์ (จาก เบิร์นลี่ย์ ไป สเปอร์ส 3.5 ล้านปอนด์ : ปี 2015)
แข้งอีกหนึ่งรายที่ สเปอร์ส คว้าของดีราคาถูกสู่เล้าไก่ แบ็คขวาทีมชาติอังกฤษ เข้ามาแทนที่ ไคล์ วอคเกอร์ ได้อย่างแนบเนียน และนอกจากฝีเท้าทั้งเกมรับและรุกจะยอดเยี่ยมแล้ว ยังสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นแข้งที่เล่นลูกนิ่งได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย
แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (จาก ฮัลล์ ซิตี้ ไป ลิเวอร์พูล 8 ล้านปอนด์ : ปี 2017)
ช่วงแรกของแบ็คซ้ายผู้นี้ในถิ่นแอนฟิลด์ไม่ได้โรยด้วยกรีบกุหลาบ เพราะกว่าจะลงเล่นเป็นตัวจริงและยึดตำแหน่งนี้อย่างถาวร โรเบิร์ตสัน ต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมากในการฝึกซ้อม ก่อนที่ก้าวขึ้นมาเป็นแนวรับระดับต้นๆ ของลีกในตอนนี้
อิดริสซา เกย์ (จาก แอสตัน วิลล่า ไป เอฟเวอร์ตัน 7.1 ล้านปอนด์ : ปี 2016)
มิดฟิลด์ตัวตัดเกมที่ เอฟเวอร์ตัน ขาดไม่ได้เลยในตอนนี้ ถ้าใครนึกแบบไม่ออกว่าสำคัญขนาดไหนให้มองไปที่ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่เล่นสไตล์ใกล้เคียงกันเป็นอย่างมาก ถือว่าคุ้มค่ากับที่ เอฟเวอร์ตัน ลงทุนไปอย่างมาก
โลร็องต์ กอสเซียลนี (จาก ลอริยองต์ ไป อาร์เซน่อล 8.45 ล้านปอนด์ : ปี 2010)
ปราการหลังจากลีก เอิง ฝรั่งเศส เข้ามาเป็นตัวหลักของแนวรับ อาร์เซน่อล ในช่วง 8 ปีหลัง จนกระทั่งได้ก้าวขึ้นมาสวมปลอกแขนกัปตันทีม ถึงแม้ในตอนนี้จะไม่ค่อยได้ลงสนามเพราะด้วยอาการบาดเจ็บ แต่ถ้าหายกลับมาคงเป็นอะไหล่ชั้นดีของทีมเลยทีเดียว