นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ ประธานสโมสรมหาเศรษฐีของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ใช้เงินมหาศาลในการซื้อนักเตะระดับโลกเข้ามาเสริมทัพมากมาย นับตั้งแต่ปี 2012 เพื่อความหวังคว้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทว่าก็ยังไปไม่ถึงฝั่งฝันสักที เมื่อล่าสุดถูก เรอัล มาดริด เขี่ยตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อย
อัล-เคไลฟี่ เข้ามาเทคโอเวอร์สเป็นประธานสโมสรให้กับ "เปแอสเช" เมื่อปี 2011 ก่อนจะเริ่มใช้เงินกว้านซื้อนักเตะชื่อดังอย่างมาร่วมทีม ในฤดูกาล 2012-13 หลังจากที่ซีซั่นนั้นจบเป็นอันดับ 2 ในลีก เอิง ฝรั่งเศส พร้อมตั้งเป้าเป็นเจ้ายุโรป เพื่อคว้าแชมป์ ยูซีแอล แต่ก็ยังกินแห้ว
2012-13 : 110.8 ล้านยูโร
ปารีส เริ่มใช้เงินเกิน 100 ล้านยูโร เป็นครั้งแรก ด้วยการทุ่มซื้อ 2 แข้ง มิลาน อย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช และ ติอาโก้ ซิลวา รวมไปถึง 2 ตัวดังในลีกอิตาลี ทั้ง เอเซเกล ลาเวซซี่ กับ มาร์โก แวร์รัตติ ยังมี เกรกอรี่ ฟาน เดอร์ วีล แบ็กขวาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ถึงแม้จะคว้าแชมป์ ลีก เอิง แต่ทว่า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หยุดเพียงแค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย หลังพ่ายให้กับ บาร์เซโลน่า
2013-14 : 109.4 ล้านยูโร
หากจะเป็นแชมป์ "ยูซีแอล" มันต้องเพิ่มความดุดัน ทำให้ อัล-เคไลฟี่ ทุ่มเงินอีก 63 ล้านยูโร เป็นค่าตัวสถิติสโมสรตอนนั้น เพื่อดึง เอดินสัน คาวานี่ มาล่าตาข่าย พ่วงด้วย มาร์ควินญอส อีก 31 ล้านยูโร รวมเป็น 94 ล้านยูโร บวกกับ ลูกัส ดีญ อีกนิดหน่อย ความหวังเริ่มมีเพราะ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม ถล่ม ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ขาดกระจุย 6-1 แต่ทว่าก็มาตกม้าตาย ด้วยการแพ้ เชลซี รอบ 8 ทีมสุดท้าย ตามกฎอเวย์โกล
2014-15 : 49.5 ล้านยูโร
เป็นปีที่ ปารีส ไม่ค่อยได้เสริมทัพสักเท่าไหร่ โดยมีคนเดียวโต้งๆคือ ดาวิด ลุยซ์ จาก เชลซี หลังโดนลงโทษจากกฎไฟแนนเชียล แฟร์ เพลย์ หรือ กฎควบคุมการเงิน และนั่นคือความหายนะ เมื่อปราการหลังทีมชาติบราซิล รายนี้ ถูก หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้า บาร์เซโลน่า เผาเครื่อง ด้วยการแตะลอดขา และ "เปแอสเช" ก็แพ้ไปด้วยสกอร์แบบไร้ทางสู้ 2 นัด 1-5 ในรอบควอเตอร์ ไฟนัลส์ อีกครั้ง
2015-16 : 114 ล้านยูโร
โลร็องต์ บล็องก์ เดิมพันดหน้าที่กุนซือ ด้วยการคว้าตัว อังเคล ดิ มาเรีย จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งค่าตัวเฉียดๆกับ คาวานี่ โดยมีแนวรับตำแหน่งฟูลแบ็กอีก 2 คน คือ เลย์แว็ง คูร์ซาว่า และ แซร์จ ออริเย่ร์ เกมลีกคว้าแชมป์แบบชิลล์ๆ ทิ้งห่างอันดับ 2 31 คะแนน แต่อาถรรพ์รอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึก ยุฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังคงทำงาน ถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขี่ยตกรอบ
2016-17 : 136 ล้านยูโร
บล็องก์ ไม่ตอบโจทย์ ทำให้ อัล-เคไลฟี่ ไปดึง อูไน เอเมรี่ ผู้พา เซบีย่า คว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก มาทำหน้าที่แทน ก็จัดซื้อผู้เล่นอย่าง ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์, จิโอวานี่ โล เซลโซ่, เฆเซ่ โรดริเกซ และ เกอร์เซกอร์ซ ครีโชเวี๊ยค แต่ซีซั่นนี้ไม่น่าประทับใจอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเสียแชมป์ ลีก เอิง ให้กับ โมนาโก แล้ว ยังตกรอบ "ยูซีแอล" 16 ทีมสุดท้าย แบบช็อคโลก ด้วยการบุกไปแพ้ บาร์เซโลน่า 1-6 ทั้งๆที่เกมในบ้านชนะมาก่อน 4-0
2017-18 : 238 ล้านยูโร + (180 ล้านยูโร)
5 ปีที่ผ่านไป ความฝันคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยังไม่ใกล้เคียง ทำให้ อัล-เคไลฟี่ โชว์ความรวยเซ็นสัญญา เนย์มาร์ จาก บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัวสถิติโลก 222 ล้านยูโร รวมถึงยืมตัว คีลียัน เอ็มบับเป้ มาจาก โมนาโก ด้วยพ่วงบังคับซื้อขาด 180 ล้านยูโร พวกเขากำลังนำเป็นจ่าฝูง ลีก เอิง ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ "ยูซีแอล" ดันจับมาเจอ เรอัล มาดริด แชมป์เก่า นัดแรก "เปแอสเช" บุกไปแพ้ 1-3 นัด 2 เนย์มาร์ เจ็บต้องพักยาว ทำให้พ่ายคาบ้าน 1-2 ร่วงรอบ 16 ทีมอีกครั้ง
สรุป ปารีส ใช้เงินไปทั้ง 937 ล้านยูโร หรือ ประมาณ 36,570 ล้านบาท แต่ความหวัง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปได้ไกลเพียงแค่ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เท่านั้น ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม