ครั้งหนึ่งในชีวิตของเดอะค็อปคือการได้ไปสัมผัสบรรยากาศการเชียร์บอลในสนามของทีมรักเช่นเดียวกับ เปี๊ยกบางใหญ่ หนึ่งในทีมงานของสนาม วันนี้จึงมารีวิวบรรยากาศการได้มาสัมผัสบรรยากาศที่สนาม แอนฟิลด์ และเป็นเกมแดงเดือดกับคู่อริอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งต้องบอกว่าบรรยากาศสุดยอดมาก รวมถึงผลการแข่งขันเป็นใจให้แฟนบอลเดอะค็อปที่ได้มาดูเกมนี้ในถิ่นแอนฟิลด์เหลือเกิน ฟินสุด ๆ อย่าบอกใคร
เริ่มด้วยการเดินทาง ฝากชีวิตไว้กับ เอติฮัด ลงเมืองแมนเชสเตอร์ ซึ่งต้องมีการมาต่อเครื่องที่ อาบูดาบี ทั้งไปและกลับระยะเวลาในการต่อเครื่องประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง เดินเล่นในนั้นมีของขายปลอดภาษีเพียงแป๊ปเดียวก็ได้ขึ้นเครื่องต่อแล้ว ถือว่าเวลาไม่นานและไม่เหนื่อย
14 ชั่วโมงที่รอคอย เดินทางถึงแมนเชสเตอร์ เรียบร้อยรวมระยะเวลาการเดินทาง จากกรุงเทพมหานคร มาแมนเชสเตอร์ ไหน ๆ ก็มาเหยียบเมือง แมนเชสเตอร์ แล้ว ก็ไปแวะ เอติฮัด และ โอลด์ แทรฟฟอร์ด หน่อย แต่ไปดูเพียงแค่บรรยากาศรอบ ๆ และในช็อป ซึ่งเชื่อว่าถ้าเป็นแฟนบอล 2 ทีมนี้ได้มาเห็นช็อปและสนามที่อังกฤษคงฟินกันมากทีเดียว
หลังจากนั้นก็เดินทางมุ่งหน้าสู่ ลิเวอร์พูล ต้องบอกว่าโชคดีที่ทริปนี้การเดินทางเรานัดกันไปหลายคน เลยมีพี่พี่ที่อาศัยอยู่ที่อังกฤษจัดการเรื่องรถบัสจากสนามบิน มาเมือง ลิเวอร์พูล ให้ แต่หากนั่งรถไฟจาก แมนเชสเตอร์ มา ลิเวอร์พูล ก็ตก 1000 บาทไป-กลับ
เท้าแตะพื้นที่ ลิเวอร์พูล ย่าน บอลติก สถานที่ที่เราแวะก่อนเข้าที่พักเพื่อถ่ายรูปกับภาพสตรีทอาร์ต เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็เจอกับซีอีโอ หงส์แดง อย่าง ปีเตอร์ มัวร์ เรียกได้ว่าเซอร์ไพรส์สุด ๆ พอดีจังหวะเขามาถ่ายรูปกับภาพ เยอร์เก้น คล็อปป์ ด้วยพอดี เราชาวทริปเลยขอถ่ายด้วยเป็นที่ระลึก แถมได้ลงเพจทางการ ลิเวอร์พูล ด้วย เรียกได้ว่าสุดจัดปลัดบอกทีเดียว
วันถัดมาก็ได้มีโอกาสมาทัวร์แอนฟิลด์ ที่ที่หลายคนถวิลหา ลงรถมาก็เจอ เพสลี่ย์ เกต เดินเข้ามาก็เจอ ปูบิลล์ แชงลี่ย์ มายืนรอต้อนรับผู้มาเยือน ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกเลยสิอย่าช้า เดินเล่นสโตร์กันให้หนำใจ ก่อนเข้าไปทัวร์สนาม หลังจากนั้นก็เดินต่อที่ มิวเซียม ลิเวอร์พูล และจบด้วยการรับประทานอาหารที่ห้องอาหารบูธรูมในแอนฟิลด์ ช่วงจังหวะที่เดินออกสู่สนามแอนฟิลด์ มันขนลุกอย่างบอกไม่ถูก หัวใจเต้นแรง พร้อมกับเสียที่ก้องในหูว่า เรามาถึงแล้วนะ "ที่นี่แอนฟิลด์"
วันก่อนแข่ง เปี๊ยก เดินเล่น ลิเวอร์พูล อากาศ 2 องศา พร้อมกับไปนั่งเชียร์เพื่อข้างสวนอย่าง เอฟเวอร์ตัน ในผับที่ ลิเวอร์พูล แต่ลุ้นไม่ขึ้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เขาดุจริง ๆ ช่วงหัวค่ำเดินทางไปโรงแรม โฮปสตรีท รอต้อนรับนักเตะที่มาเข้าพักที่นี่ก่อนวันเตะ บอกเลยว่าฟินสุด ๆ เยอร์เก้น คล็อปป์ แจกทุกคน ซาดิโอ มาเน่ ก็น่ารัก เป็นอันจบวัน แฮปปี้ เอนดิ้ง
เช้าวันแข่งขัน เปี๊ยกบางใหญ่ เดินทางไปรอนักเตะที่หน้าโรงแรม โฮปสตรีท แต่เช้า คนมารอเยอะมาก จากนั้นนักเตะก็จะออกมาเดินทำสมาธิแบบที่พวกเขาทำกันประจำ เป็นเวลา 10 นาที ซึ่งช่วงเวลาที่เขาเดินกลับเป็นช่วงเวลสุดฟินของแฟนบอล เยอร์เก้น คล็อปป์ แจกทุกคน มาเน่, เฮนเดอร์สัน, ฟาน ไดจ์ค มีเดินเข้ามาเซ็นให้ ปิดท้ายด้วย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่น่ารักมาก เดินเซ็นต์ทุกคนจริง ๆ
เวลา 11.30 น. ตามเวลาที่อังกฤษ เปี๊ยกบางใหญ่ เดินทางมุ่งหน้าไปแอนฟิลด์ จริง ๆ เตะ 16.00 น. เวลาที่อังกฤษ แต่ไปก่อนเพราะอย่างเจอ บรูซ กร๊อบเบล่าร์ ซึ่งทางสโมสรก็มีลงรายละเอียดไว้หน้าเว็บไซต์ มาก่อนได้ก่อน ต่อคิวรับลายเซ็นพร้อมถ่ายรูปกับสุดยอดผู้รักษษประตูในตำนาน จากนั้นเวลาเหลือก็เดินเล่นในสโตร์ เดินเล่นรอบสนาม และซื้อของร้านแฟนเมด พวกเข็มกลัด ผ้าพันคอแฟนเมด สวย ๆ เพียบ
ก่อนเวลาแข่ง 1 ชั่วโมง คนเริ่มเยอะหนาแน่น สัญญาณมือถือเริ่มใช้ไม่ได้ คนเริ่มค่อย ๆ ทยอยเข้าไปในสนาม ก่อนเข้าสนามก็จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋าต่าง ๆ ตามระบบรักษาความปลอดภัย ภายในก็จะมีอาหารเครื่องดื่มขายบริการแฟนบอล มีฉายเกมการแข่งขันพรีเมียร์ลีกคู่ที่กำลังเตะอยู่ ที่นั่งของ เปี๊ยก ได้ที่ Main Stand Upper ชั้นบนสุด ซึ่ง ลิเวอร์พูล ปรับปรุงใหม่มีบันไดเลื่อน ถือว่าดีไม่เหนื่อยไม่งั้นต้องเดินขึ้นไปถึงชั้น 6 คิดสภาพไม่ออกว่าจะเหนื่อยขนาดไหน
เข้ามาในสนาม ก็เตรียมตัวเชียร์กันแบบมันส์ ๆ แม้ว่าที่นั่งจะอยู่สูง แต่เห็นรูปเกมชัด มุมเดียวกับการถ่ายทอดสดในทีวี แต่บรรยากาศนี่ต้องบอกว่าต่างกันกับการดูหน้าจอ พอดีได้นั่งกลางดงสเก๊าเซอร์ แฟนบอลเหล่านี้ก็จะขุดเพลงเชียร์ต่าง ๆ มาร้องตลอดทั้งเกม ยิ่งตอนออกนำ 1-0 โอ้โห กรี๊ดกันเสียงแหบ แต่ตอนโดนเสมอ 1-1 เพลงฝั่งกองเชียร์ทีมเยือนดังกลบเลย กองเชียร์เดอะค็อปหลายคนรู้สึกว่าตอนนั้นอากาศร้อนมาก แต่พอ ลิเวอร์พูล ยิงลูก 2 ลูก 3 เท่านั้นแหละ สแตนด์แทบพัง กระโดดเฮกันมันส์ ร้องเพลงกันแบบสุดฟิน ก่อนจบเกม ลิเวอร์พูล คว้า 3 แต้ม เป็นบรรยากาศสุดแสนพิเศษ และเป็นโมเม้นต์ที่น่าจดจำไม่รู้ลืมทีเดียว พร้อมกับตะโกนออกมาดังดังว่า มาแล้วไม่แพ้โว้ย
ตกดึกก็ขอสัมผัสบรรยากาศการแบบชาว ลิเวอร์พูล ด้วยการฉลองต่อที่ผับในเมือง ร้องเพลงเชียร์ ลิเวอร์พูล กันไม่หยุด มีเพลงอะไรงัดออกมากันหมดจริง ๆ ก่อนแยกย้ายกลับเข้าที่พักพร้อมความสุขที่เงินซื้อไม่ได้
จากนั้นก็เก็บเกี่ยวบรรยากาศในเมือง ลิเวอร์พูล ในช่วงเวลาที่เหลือ สูดกลิ่นไอ ลิเวอร์พูล ก่อนบอกลา กลับสู่เมืองไทย เก็บทริปนี้เป็นความทรงจำ ครั้งหนึ่งในชีวิตเรามีโอกาสไปแตะฝันที่ แอนฟิลด์ พร้อมกับกำไรคือได้ดูเกมที่ ลิเวอร์พูล คว้าชัยชนะ และขึ้นนำจ่าฝูง เป็นความสุขที่หาไม่ได้ยามนั่งเชียร์หน้าจอโทรทัศน์ มีโอกาสคงได้พบกันใหม่ที่แอนฟิลด์
สุดท้ายอยากฝากถึงหลาย ๆ ท่าน ที่เป็นแฟนหงส์แดง หรือแฟนบอลทีมอื่น ครั้งหนึ่งในชีวิตมีโอกาสทำตามฝันเดินทางมาดูบอลทีมรัก อยากให้มาสัมผัสบรรยากาศเหล่านี้ มันเป็นความทรงจำที่หาที่ไหนไม่ได้นอกจากตัวท่านเองจะต้องก้าวออกมาผจญภัย แม้กระทั่งที่ เปี๊ยก บรรยามาก็ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกได้หมด อยากให้มาลองสัมผัสบรรยากาศเหล่านี้ ส่วนเรื่องผลการแข่งขันแพ้ ชนะ เสมอ คือสิ่งที่เราคาดเดาไม่ได้ แต่ที่เราจะได้กลับไปคือประสบการณ์การได้ดูทีมรักติดขอบสนาม บรรยากาศที่หาซื้อไม่ได้นอกจากคุณจะมาสัมผัสมันเอง
รายละเอียดค่าใช้จ่ายเป็นตัวเลขกลม ๆ
1. ค่าทำวีซ่า 7,000 บาท (รวมแปลเอกสาร)
2. ค่าตั๋วเครื่องบิน เอติฮัด ลงแมนเชสเตอร์ 31,400 บาท โดยต้องไปต่อเครื่องที่ อาบูดาบี ทั้งไปและกลับ ระยะเวลารอในการต่อเครื่องป ระมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง (บิน กลางคืน 12 ถึงอังกฤษ 13 เช้า กลับ 18 กลางคืน ถึงไทยเย็น 19 ธันวาคม รวมประกันการเดินทาง)
3. ค่าห้อง 6 วัน 5 คืน 15,000 บาท (นอน โรงแรม พรีเมียร์อิน วันสุดท้ายย้ายมา โนโวเทล รวมอาหารเช้า วันไม่มีเกมเตะจะถูก)
4. ค่าเดินทางนั่งรถบัสเป็นกรุ ๊ปจากแมนเชสเตอร์ มา ลิเวอร์พูล พี่พี่ที่อยู่อาศัยอยู่ที่อังกฤษช่วยจัดกา ร เนื่องจากเรานัดกันมาเป็นกลุามใหญ่ แต่ถ้านั่งรถไฟ ราคาไปกลับประมาณ 1,000 บาท (รถบัสพาไปทัวร์ 2 สนาม คือ เอติฮัด และ โอลด์ แทรฟฟอร์ด)
5. ค่าแท็กซี่ ไปแอนฟิลด์ 2 รอบ รวมค่ารถบัสเข้าเมืองวันแข่ งเสร็จ 800 บาท
6. ค่าตั๋วบอลแมตช์แดงเดือด Main Stand Upper 13,000 บาท
7. ค่ากิน 7,500 บาท
8. ค่าทัวร์สนามแอนฟิลด์ 800 บาท
9. การเดินทางที่เหลือในเมือง ลิเวอร์พูล ใช้การเดินไม่เสียเงิน
รวมทั้งหมด 75,500 บาท
- เปี๊ยกบางใหญ่ -










