ตลอดปี 2018 นับว่าเป็นปีที่กราฟชีวิตของสโมสร ลิเวอร์พูล มีทั้งดิ่งลงไปจนมัวหม่น แต่ก็กลับมาอยู่ในจุดสูงสุด ที่ชวนให้ฝันกับประวัติศาสตร์ครั้งแรกของสโมสร มาดูกันว่า 5 โมเมนต์ที่อยู่ในความทรงจำแห่งค่าย "หงส์แดง" มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

5. เม็ดเงิน 66 ล้านปอนด์ ของ อลิสซอน เป็นอะไรที่โคตรคุ้ม

5 โมเมนต์ความทรงจำแห่งทัพ "หงส์แดง" กับปี 2018 ที่มีทั้งดีและร้าย ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่ ค่าตัวผู้เล่นก็แพงขึ้น 2 เท่ามากแค่นั้น ซึ่งพวกเราจะได้เห็นกันเลยว่าการซื้อตัว โดยใช้เงิน 30-40 ล้านปอนด์ กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปแล้ว เพราะถ้าใครอยากจะได้ตัวเจ๋งๆมาร่วมทีม บางทีคุณอาจต้องกำสตางค์ไปแตะหลัก 50 ล้านปอนด์เลยก็ได้ อย่างเช่น ตำแหน่งผู้รักษาประตู ทุกวันนี้กลายเป็นตำแหน่งที่โคตรสำคัญ ในระบบ 11 ผู้เล่นตัวจริง เพราะถ้าคุณมีนายทวารที่ดี มันก็มีโอกาสทำให้ทีมคุณเสียประตูยากยิ่งขึ้น ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ ลิเวอร์พูล ทุ่มเงินซื้อ อลิสซอน เบ็คเกอร์ จาก โรม่า ด้วยค่าตัว 66.8 ล้านปอนด์ ถึงแม้จะเป็นอะไรที่แพงสุดๆ แต่ อลิสซอน ได้ตอบแทนทุกเพนนี เพราะเขาช่วยเซฟทำให้ทีมเสียแค่ 8 ประตู ในลีก แล้วยังเซฟสำคัญนำ "หงส์แดง" กรุยทางสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย

4. เอาคืนในศึกแดงเดือด

5 โมเมนต์ความทรงจำแห่งทัพ "หงส์แดง" กับปี 2018 ที่มีทั้งดีและร้าย วลีที่ว่า "คุณจะแพ้ให้กับทีมใดก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่กับทีมนี้" มักจะเกิดขึ้น เมื่อถึงศึก "แดงเดือด" ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ลิเวอร์พูล โดยซีซั่นก่อน ช่วงราวต้นปี "ปีศาจแดง" เป็นฝ่ายเปิดบ้านเอาชนะ "หงส์แดง" ไปได้ ด้วยสกอร์ 2-1 อย่างไรก็ตาม เมื่อวันเวลาผ่านไป เข้าสู่ยุค ลิเวอร์พูล ที่มันไฉไลกว่าเดิม พวกเขาเดินหน้าไล่บด แมนฯ ยูไนเต็ด แบบไม่ให้หายใจ หรือ เรียกง่ายๆว่าบอลคนละเกรด ก่อนสุดท้ายแล้ว "หงส์แดง" เปิดบ้านล้างแค้นเอาชนะไป 3-1 ที่สะใจสาวก "เดอะ ค็อป" ไปกว่านั้น ก็คือพวกเขาได้ทำให้ โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตกุนซือ "ปีศาจแดง" กระเด็นตกงานไปด้วย

3. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จารึกสถิติดาวซัลโว

5 โมเมนต์ความทรงจำแห่งทัพ "หงส์แดง" กับปี 2018 ที่มีทั้งดีและร้าย คุณเคยคิดมาก่อนหรือเปล่าว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คนที่เคยล้มเหลวกับ เชลซี มาก่อนแล้วครั้งหนึ่้ง พอได้ย้ายกลับมาสู่ลีกเดิม แต่เพียงแค่เปลี่ยนสโมสรเป็น ลิเวอร์พูล มันจะสามารถสร้างประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ... หากไม่เชื่อตอนนั้น ก็คงต้องเชื่อในตอนนี้ เพราะ "โม ซาลาห์" ถูกสถาปนาให้เป็น "ดิ อียิปต์ คิง" ด้วยเวลาอันรวดเร็ว แถมซัดประตูถล่มทลายเป็นว่าเล่น ซึ่งนัดสุดท้ายของซีซั่นก่อน ก็ทำได้ 1 ประตู นัดถล่ม ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 4-0 โดยลูกยิงดังกล่าว ได้จารึกไว้ว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นนักเตะที่ยิงประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ใน 1 ซีซั่น บนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยจำนวน 32 ประตู

2. ขึ้นนำจ่าฝูง พร้อมความฝันแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ครั้งแรก

5 โมเมนต์ความทรงจำแห่งทัพ "หงส์แดง" กับปี 2018 ที่มีทั้งดีและร้าย บางคนตั้งแต่เรียนอนุบาล โตมาจนเรียบจบ และ เข้าโหมดสู่การทำงานหาเงินเลี้ยงชีพตัวเอง ก็ยังไม่เคยได้เห็น ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาครองได้เสียที ดีที่สุดก็ทำได้เป็นเพียงแค่พระรอง 2 ครั้ง ซึ่งแน่นอนไม่มีใครจดจำในฐานะอันดับ 2 หรอก เพราะ แชมป์ เท่านั้นที่จะถูกจารึกเอาไว้ อย่างไรก็ตามซีซั่นนี้ สาวก "เดอะ ค็อป" ทั่วแผ่นฟ้า กำลังเชิดหน้าชูตาแบบไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะ "หงส์แดง" ทำผลงานได้อย่างสุดตีน ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงในปี 2018 ด้วยการทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 2 อยู่ 7 คะแนน นับเป็นช่องว่างที่มากพอ ในการทำให้แฟนบอล ลิเวอร์พูล ชวนฝันถึงแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถึงแม้หนทางยังอีกยาวไกล แต่เป็นโมเมนท์เด็ดแห่งปี 2018 ก็ว่าได้ เพราะต้องบอกว่า ลิเวอร์พูล กลายเป็นเต็ง 1 ไปแล้ว

1. พ่ายแพ้นัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

5 โมเมนต์ความทรงจำแห่งทัพ "หงส์แดง" กับปี 2018 ที่มีทั้งดีและร้าย

คงเป็นฝันร้ายที่แฟนบอล ลิเวอร์พูล ยังไม่อาจลืมเลือนออกไปจากใจ เพราะภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังคงมือเปล่า และ ผิดหวังกับการเข้าชิงบอลถ้วยมาก่อนหน้านี้ 2 หน ทำให้กับแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คือสิ่งที่พวกเขาหมายมั่นปั้นมือมากเหลือเกิน

แต่แล้วสุดท้าย "หงส์แดง" ก็ต้องเจอกับความชอกช้ำอีกครั้ง ด้วยการแพ้ให้กับ เรอัล มาดริด 1-3 พร้อมกับเหตุการณ์ระหว่างเกมที่ยากจะลืมเลือน ทั้งจังหวะเบียดกันระหว่าง เซร์คิโอ รามอส กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จน ซาลาห์ เล่นต่อไม่ไหว หรือ ลอริส คาริอุส ทำหมูหกถึง 2 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการไหลบอลไปติดเท้า คาริม เบนเซม่า และ รับบอลปลิ้นมือเข้าประตู นับเป็นการปิดฉากซีซั่น 2017-18 ด้วยน้ำตาจริงๆ
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline