EP.2 เปิดคลังแสงช้างศึกตอน กองหนุน

ฟุตบอล คือกีฬาที่เล่นเป็นทีม ทุกตำแหน่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่ตำแหน่งกองกลางถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของเกมฟุตบอลอย่างมาก ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ในปีที่พวกเขาสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นคร้ังแรก

ในเวลานั้นพวกเขามีศูนย์หน้าจอมถล่มประตูอย่าง เจมี่ วาร์ดี้ ที่ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำ แต่นักเตะคีย์แมนสำคัญของทีมคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เอนโกโล่ กองเต้ กองกลางตัวตัดเกมที่ทำหน้าที่ปัดกวาดในแดนกลางก่อนที่บอลจะไปถึงผู้เล่นแนวรับ เห็นได้ว่าหลังจากที่เลสเตอร์ได้ปล่อยตัวเขาออกไปเลสเตอร์แทบจะไม่เหลือสภาพแชมเปี้ยนส์อีกเลย

กลับมาที่ทีม “ช้างศึก” ก็เช่นกันในแผงกองกลางของทีมชาติไทยในชุดนี้ล้วนมาจากชุด เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ที่ครั้งผ่านมา ประกอบด้วย ศศลักษณ์ ไหประโคน , ปกเกล้า อนันต์ , สุมัญญา ปุริสาย , สรรวัชญ์ เดชมิตร , ธนบูรณ์ เกษารัตน์ , ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และได้ผู้เล่นคนสำคัญก็คือ ชนาธิป สรงกระสินธ์ แข้งชาวไทยคนแรกที่ได้เล่นในเจลีก ลีกอันดับ 1 ของเอเชีย

วันนี้เรามาไล่ดูพิษสงของแต่ละคนกันเลยดีกว่าใครดี ใครเด็ด ยังไงกันบ้าง ???

 

ชนาธิป สรงกระสินธ์ : ขวบปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีทองของ “เจ ชนาธิป” ก็ว่าได้ โดยเฉพาะการไปค้าแข้งกับสโมสร คอนซาโดเล ซัปโปโร แห่ง ศึกฟุตบอลเจลีก ซึ่งเจ้าตัวได้บรรเพลงแข้งได้อย่างสะแด่วไปเลยอีน้อง จนได้รับเลือกให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสร และได้รับโหวตติดทีมยอดเยี่ยมเจลีก ประจำฤดูกาล 2018 ตบท้ายด้วยรางวัลนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งปี จากงาน FA Thailand Award 2018 ส่วนใน เอเชียน คัพ หนนี้เราก็ได้แต่หวังว่ากุนซือทีมชาติไทยจะหาคู่มือการใช้งาน “เจ” ได้ก่อนศึกใหญ่จะเริ่มขึ้น ถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าเหล่าแฟนบอล “ช้างศึก” อยากเห็น “เจ” ผนักกำลังกับเพื่อนร่วมทีมโชว์ลีลาบนฟลอร์หญ้า พาทีมชาติไทยเฉิดฉายบนเวทีระดับเอเชียในครั้งนี้ เพราะการไปลุย เจลีก มา 1 ปีเต็มๆ ผมว่าเจได้อะไรกลับมาฝากช้างศึกเยอะแน่นอน

 

สรรวัชญ์ เดชมิตร : ด้วยสไตล์ที่ดูกวนโอ้ยของ “เจ้าแคมป์” จึงทำให้เขาตกเป็นเป้าสายตาของกลุ่มแฟน “ช้างศึก” มาโดยตลอด แต่ในศึกชิงแชมป์อาเซียนที่ผ่านมา กองกลางวัย 29 ปี ได้แสดงให้เห็นว่าเขามีดีพอที่จะเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงกับคนอื่นๆ แถมเจ้าตัวยังทำ 4 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 6 นัด ในอาเซียน คัพ ที่ผ่านมาด้วย เมื่อบอกกับทักษะการจ่ายบอลที่เฉียบคมแม่นยำ, ความมุ่งมั่น และความคิดสร้างสรรค์ในการทำเกม “แคมป์” จึงเป็นอีกหนึ่งขุนพลที่จะช่วยสร้างมิติที่หลากหลายให้กับทีมชาติไทย แต่มีจทย์ใหญ่ที่ต้องอย่าลืมว่า “แคมป์” เล่นตำแหน่งเดียวกับ “เจ” ซึ่งสุดท้ายต้องรอชมกันว่า “ราเยวัช” จะจัดสรรผู้เล่นอย่างไรให้ลงตัวและดีที่สุดต่อทีมชาติไทย

 

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ : มิดฟิลด์ไดนาโมจาก “กระต่ายแก้ว” บีจี ปทุมธานี โดย “นิว” เป็นยอดนักเตะในตำแหน่ง บ็อกซ์ทูบ็อกซ์ ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของไทยในปัจจุบัน ด้วยสไตล์การเล่นกล้าได้กล้าเสียเข้าบอลแบบไม่มีกลัวเจ็บ ทุ่มเทเกินร้อย ช่วยทีมทั้งเกมลุกและเกมรับ “นิว” จึงเป็นหนึ่งในนักเตะที่ทีมชาติไทยจะขาดไม่ได้ในเวลานี้ และน่าจะเป็นตัวเลือกที่ 2 รองจาก “เจ” ในตำแหน่งกองกลาง

 

ธนบูรณ์ เกษารัตน์ : กองกลางสารพัดประโยชน์เจ้าของฉายา “บุสเกตส์เมืองไทย” ตั้มสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองกลางตัวตัดเกม และเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แต่หลังจากที่เจ้าตัวบาดเจ็บไปนานและหายกลับมาลงเล่นให้กับต้นสังกัดอีกครั้ง หลายคนมองว่านี่ไม่ใช่ “ตั้ม” คนเดิมแต่ส่วนตัวแล้วผมยังมองว่าเข้าเป็นหนึ่งในมิดฟิลด์เกมรับที่ดีที่สุดของไทยในตอนนี้ และยังหวังว่าเขาจะเรียกความมั่นใจกลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้ง พร้อมที่จะปัดกวาดศัตรูให้ราบคาบในศึกชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้

 

ปกเกล้า อนันต์ : หากพูดถึง “ปกเกล้า” หลายคนคงนึกถึงภาพการทำประตูสวยๆของเขา ทั้งในนามทีมชาติและสโมสรโดยเฉพาะลูกยิงไกลจากนอกกรอบ 18 หลา หรือที่หลายคนชอบเรียกเขาว่ามิดฟิลด์ล่องหนที่หายจากเกมแต่อยู่ๆ โผล่มายิงซะงั้น ซึ่งถือเป็นจุดขายของเขาไปแล้ว และ ปกเกล้า เป็นนักเตะที่ทำผลงานได้สม่ำเสมอจนได้รับโอกาสติดทีมชาติมาอย่างต่อเนื่อง ใน เอเชียน คัพ ทีมชาติไทยไม่เปิดหน้าแลกตามสไตล์ของราเยวัช เราอาจจะต้องหวังพึ่งลูกยิงจากแถวสองของกองกลางรายนี้อีกครั้ง

 

สุมัญญา ปุริสาย : นักเตะใหม่ป้ายแดงของ การท่าเรือ เอฟซี อย่าง “ตั๊ก” ถือเป็นกองกลางชั้นยอดที่โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเวทีไทยลีก จนได้รับรางวัลนัักเตะยอดเยี่ยมจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย แต่ในนามทีมชาติเจ้าตัวยังไม่ค่อยได้รับโอกาสเท่าไหร่นัก แต่ทุกครั้งที่ “ตั๊ก” ได้โอกาสลงสนามเขามักจะโชว์การจ่ายบอลที่เฉียบขาดและแสดงให้ถึงความทุ่มเท แถมยังมีทีเด็ดจากลูกตั้งเตะอีกด้วย

 

 

ศศลักษณ์ ไหประโคน : เด็กหนุ่มจากแดนอีสานใต้ ในศึกไทยลีกฤดูกาลที่ผ่านมา “เจ้าพี” ได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องและเป็นหนึ่งในสำคัญที่ทำให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซิวแชมป์ไทยลีก ได้อีกครั้ง ด้วยฟอร์มที่โดดเด่นสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งปีกและ วิงแบ็คทั้งสองฝั่งทำให้เฮดโค้ชชาวเซอร์เบีย ไม่รีรอที่ใส่ชื่อเขาไปลุยศึกเอเชียน คัพ บนดินแดดเศรษฐีทะเลทราย เรามาคอยติดตามดูกันกุนซือวันดึกจะให้โอกาส “เจ้าพี” ได้สัมผัสเกมระดับเอเชียหรือไม่

 

บทความโดย : Santos (ศรายุทธ กล่ำถาวร)

ช่างภาพประจำสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย

RELATED NEWS