การแข่งขันศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้วเพราะเหลือการแข่งขันอีกแค่ 10 นัดเท่านั้น การแข่งขันลุ้นโควต้าต่างๆ กำลังเป็นไปอย่างเข้มข้น

วันนี้ทาง 'ขอบสนาม' ได้นำทุกสิ่งที่ทุกท่านควรทราบมาฝากกันเกี่ยวกับการแข่งขันในอีก 10 นัดของ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาล 2018-19 ที่เหลือว่ามีอะไรบ้างที่น่าสนใจก่อนจะปิดฉากลงในวันที่ 12 พฤษภาคม ถ้าพร้อมแล้วไปชมกันเลย...

การลุ้นแชมป์

ลิเวอร์พูล กำลังรอแชมป์ลีกสูงสุดเป็นสมัยแรกนับตั้งแต่ปี 1990 ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็กำลังรอว่าจะสามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก 2 สมัยซ้อนเป็นครั้งแรกได้หรือไม่ โดยสถานการณ์ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล รั้งจ่าฝูงมี 69 คะแนน ลูกได้เสีย +49 ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ตามหลังอยู่แต้มเดียว แต่ลูกได้เสีย +55 ส่วนคู่แข่งในอีก 10 นัดที่เหลือทั้งคู่ต่างมีคิวเจอกับ 2 ทีมใหญ่ในกลุ่ม Top 6 โดย ลิเวอร์พูล มีคิวเจอกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ เชลซี ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ยังมีคิวเจอกับ สเปอร์ส และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

การลุ้น Top 4

อันดับ 1-2 มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จองพื้นที่ดังกล่าวไว้ ส่วนอีก 2 โควต้านั่นคืออันดับ 3-4 ต้องมาลุ้นกันว่าใครจะได้ไป ซึ่งภาพตอนนี้มันชัดมากว่ามีแค่ 4 ทีมเท่านั้นที่ต้องมาลุ้นกันไม่ว่าจะเป็น สเปอร์ส 60 คะแนน, อาร์เซน่อล 56 คะแนน, แมนฯ ยูไนเต็ด 55 คะแนน และ เชลซี ที่ 53 คะแนน แต่เแข่งน้อยกว่าชาวบ้าน 1 นัด แมนฯ ยูไนเต็ด เหลือเกมในบ้านอีก 6 แต่ต้องเจอกับทีม Top 6 อีก 3 นัดด้วยกัน ขณะที่ เชลซี กับ อาร์เซน่อล เหลือเกมเยือน 6 นัดและเป็นการเจอกับทีม Top 6 ถึง 2 นัดด้วยกัน

หนีตกชั้น

ทีมที่ดูท่าจะรอดยากในฤดูกาลนี้ก็คงเป็น ฟูแล่ม กับ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ เพราะตอนนี้้ทั้งคู่มีแต้มแค่ 17 กับ 14 คะแนนตามอันดับเท่านั้นห่างจากโซนปลอดภัยอยู่ 10 และ 13 แต้มตามลำดับ ส่วน คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ที่กำลังรั้งอยู่อันดับ 18 ยังมีโอกาสรอดอยู่เพราะมี 25 คะแนนห่างจากพื้นที่โซนปลอดภัยแค่ 2 แต้มเท่านั้น และในขณะเดียวพวกทีมที่อยู่เหนือกว่าพวกเขา 5 อันดับขึ้นก็ไม่ใช่ว่าจะปลอดภัยเพราะโอกาสร่วงยังเปิดกว้าง แถมแต่ละทีมก็ยังมีโปรแกรมหนักๆ รออยู่ทั้งนั้น ไหนจะมีคิวต้องตัดแต้มกันเองอีก อันดับ 13 นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 31 คะแนน: ยังมีคิวต้องเจอ อาร์เซน่อล (เยือน), ลิเวอร์พูล (เหย้า) อันดับ 14 คริสตัล พาเลซ 30 คะแนน : ยังมีคิวต้องเจอ สเปอร์ส (เยือน), แมนฯ ซิตี้ (เหย้า), อาร์เซน่อล (เยือน) อันดับ 15 เบิร์นลี่ย์ 30 คะแนน : ยังมีคิวต้องเจอ เชลซี, แมนฯ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล ซึ่งไปเยือนทุกนัด อันดับ 16 ไบร์ทตัน 27 คะแนน : ยังมีคิวต้องเจอ สเปอร์ส (เยือน), อาร์เซน่อล (เยือน), แมนฯ ซิตี้ (เหย้า) อันดับ 17 เซาธ์แฮมป์ตัน 27 คะแนน : ยังมีคิวต้องเจอ แมนฯ ยูไนเต็ด (เยือน), สเปอร์ส (เหย้า) อันดับ 18 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 25 คะแนน : ยังมีคิวต้องเจอ เชลซี, แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้

สวรรค์ชั้น 7

ปกติทีมที่จะได้สิทธิ์ไปตะลุยในรายการอย่าง ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ก็คือทีมอันดับ 5-6 แต่ถ้ามี 1 ในทีม Top 6 คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ได้ซึ่งตอนนี้ทีมที่ได้ลุ้นก็คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถ้าใครใครคนหนึ่งได้ไปจะทำให้ทีมอันดับ 7 ได้โควต้า ยูโรปา ลีก ไปด้วย

ฟอร์มการเล่น

ถ้านับฟอร์มการเล่นตั้งแต่ โชเซ่ มูรินโญ่ โดนปลดช่วงกลางเดือนธันวาคมมาจนถึงตอนนี้ทีมที่เก็บแต้มได้มากที่สุด 6 อันดับแรกประกอบไปด้วย 1.แมนฯ ยูไนเต็ด - 26 คะแนน 2.แมนฯ ซิตี้ - 24 คะแนน 3.ลิเวอร์พูล - 21 คะแนน 4.อาร์เซน่อล - 19 คะแนน 5.สเปอร์ส - 18 คะแนน 6. เบิร์นลี่ย์ - 18 คะแนน

ส่วนทีมที่เก็บแต้มได้น้อยที่สุด 6 อันดับสุดท้ายประกอบไปด้วย

15.คาร์ดิฟฟ์ - 11 คะแนน 16.เลสเตอร์ ซิตี้ - 10 คะแนน 17.บอร์นมัธ - 8 คะแนน 18.ฟูแล่ม - 7 คะแนน 19.ไบร์ทตัน - 6 คะแนน 20.ฮัดเดอร์สฟิลด์ - 4 คะแนน

ทำเนียบการลุ้นรางวัล ดาวซัลโว ช่วง 10 เกมสุดท้าย

ถือเป็นอีก 1 สิ่งที่แฟนๆ ให้ความสนใจนั่นคือการลุ้นรางวัลดาวซัลโวประจำซีซั่นนี้ ต้องบอกเลยว่าปีนี้ลุ้นกันสนุกไม่เหมือนปีก่อนที่มีแค่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ แฮร์รี่ เคน เท่านั้นในช่วงโค้งสุดท้าย แต่ตอนนี้มันมีมากถึง 5 คนด้วยกัน 1.เซร์คิโอ อเกวโร่ : 24 นัด 18 ประตู ค่าเฉลี่ยต่อประตู : 97.94 นาทีต่อ 1 ประตู 2.โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : 28 นัด 17 ประตู ค่าเฉลี่ยต่อประตู : 139.76 นาทีต่อ 1 ประตู 3.ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมอยอง : 27 นัด 16 ประตู ค่าเฉลี่ยต่อประตู : 130.81 นาทีต่อ 1 ประตู 4.แฮร์รี่ เคน : 24 นัด 15 ประตู ค่าเฉลี่ยต่อประตู : 137.8 นาทีต่อ 1 ประตู 5.ซาดิโอ มาเน่ : 26 นัด 14 ประตู ค่าเฉลี่ยต่อประตู : 156.5 นาทีต่อ 1 ประตู

ล่าถุงมือทองคำ

เมื่อมีรางวัลของพวกยอดาวยิงแล้วถัดมาดูที่รางวัลของผู้รักษาประตูกันบ้างนั่นก็คือ 'ถุงมือทองคำ' ซึ่งดูแล้ว 2 ผู้เล่นที่ได้ลุ้นก็มาจาก 2 ทีมที่อยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์นั่นคือ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ของ ลิเวอร์พูล และ เอแดร์ซอน โมราเอส ของ แมนฯ ซิตี้ แถมยังมาชาวบราซิเลี่ยนเหมือนกันด้วยทั้งคู่ ส่วนผลงานที่ดีที่สุดตอนนี้ของนายทวาร 5 อันดับแรก ณ ตอนนี้ประกอบไปด้วย 1.อลิสซอน : ลงเล่น 28 นัด คลีนชีท 16 ค่าเฉลี่ย 0.57 ต่อเกม 2.เอแดร์ซอน : ลงเล่น 28 นัด คลีนชีท 13 ค่าเฉลี่ย 0.46 ต่อเกม 3.เกปา อาร์ริซาบาลาก้า : ลงเล่น 26 นัด คลีนชีท 11 ค่าเฉลี่ย 0.42 ต่อเกม 4.มาร์ติน ดูบราฟก้า : ลงเล่น 28 นัด คลีนชีท 9 ค่าเฉลี่ย 0.32 ต่อเกม 5.อูโก้ โยริส : ลงเล่น 24 นัด คลีนชีท 9 ค่าเฉลี่ย 0.38 ต่อเกม

สถิติเด่นๆ ประจำซีซั่น

- ลิเวอร์พูล มีโอกาสคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกในรอบ 29 ปี ถ้าดูจากองค์ประกอบและสถานการณ์ต่างๆ แน่นอนว่าจะได้ลุ้นไปจนถึงนัดสุดท้ายแน่นอน - วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ ปัจจุบันรั้งอยู่อันดับ 7 มี 40 คะแนน มีโอกาสสูงมากที่พวกเขาจะเป็นทีมน้องใหม่ที่จบอันดับสูงสุดใน พรีเมียร์ลีก พวกเขาเคยจบอันดับ 15 ตอนซีซั่น 2009-10 แต่ตอนนี้ทีมของ นูโน่ เอาปิริโต้ ซานโต้ มีแต้มมากกว่าปีนั้น 2 คะแนนและเหลืออีก 10 นัดให้เล่น ถ้าเกิดพวกเขาเกิดคว้าพื้นที่เกมยุโรปได้ขึ้นมามันจะเป็นครั้งแรกในรอบ 38 ปีเลยทีเดียว

ปัญหาอาการบาดเจ็บ

อย่างที่ทราบกันว่าการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว ใครได้ลุ้นพื้นที่อะไรก็น่าจะเห็นภาพที่ชัดเจนแล้ว แต่ถึงกระนั้นในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้มันมีหลายๆ ทีมที่เจอปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บแบบบานตะไทจะมีใครบ้างนั้นไปชมกัน.. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด - 9 คน (ตัวหลักๆ ก็จะมี มาร์โก อาร์เนาโตวิช, คาร์ลอส ซานเชซ, ฟาเบียน บัลบูเอน่า, วินสตัน รีด) แมนฯ ยูไนเต็ด - 8 คน (ตัวหลักๆ ก็จะมี อองโตนี่ มาร์กซิยาล, เนมานย่า มาติช, อันโตนิโอ วาเลนเซีย) แมนฯ ซิตี้ - 6 คน (ตัวหลักๆ ก็จะมี แฟร์นานดินโญ่, อายเมอริค ลาปอร์เต้, จอห์น สโตนส์, กาเบรียล เชซุส) สเปอร์ส - 3 คน (ตัวหลักๆ ก็จะมี เดเล่ อัลลี, แยน แฟร์ตองเก้น) ลิเวอร์พูล - 4 คน (ตัวหลักๆ ก็จะมี โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, เดยัน ลอฟเรน, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน)

ผู้จัดการทีมที่น่าจับตามอง

สกอตต์ พาร์เกอร์ ถูกดันขึ้นมารับหน้าที่คุมทีมเสียเองหลังจาก ฟูแล่ม ได้ไล่ตะเพิด เคลาดิโอ รานิเอรี่ ออกไปสดๆ ร้อนๆ ถัดมที่ โอเล กุนนาร์ โซลชา ก็ทำผลงานได้ดีกับ แมนฯ ยูไนเต็ด มาตลอดช่วงเกือบๆ 3 เดือนต้องมาดูกันว่าท้ายที่สุดแล้วเจ้าตัวจะพาทีมบรรลุเป้าหมายในการคว้าพื้นที่ Top 4 ได้หรือไม่ ทางฝั่ง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ก็มีเรื่องให้ตามเยอะอยู่ต้องมาดูกันว่าปีนี้จะคว้าความสำเร็จใดๆ ได้ไหม ? ถ้าไม่ได้จะย้ายทีมไหม ? เพราะตอนนี้กำลังมีข่าวหนักกับ แมนฯ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด ส่วนทาง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็ได้หวนคืนสู่เวที พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง มาดูกันว่าเขาจะพา เลสเตอร์ ซิตี้ ไปได้ไกลกว่าอันดับ 11 หรือไม่
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline