เกมบิ๊กแมตช์ประจำค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม จบลงแล้วผลปรากฏว่า ลิเวอร์พูล กลับมาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-1
สรุปสถานการณ์ล่าสุด ลิเวอร์พูล แซง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นไปเป็นจ่าฝูง แข่ง 32 นัดมี 79 คะแนนนำหน้าอยู่ 2 คะแนน แต่แข่งมากกว่า 1 นัด ส่วน สเปอร์ส ยังคงเป็นที่ 3 มี 61 คะแนนเท่ากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ 4
แอสซิสต์ที่ 9
แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ทำแอสซิสต์ครั้งที่ 9 ในฤดูกาลนี้หลังผ่านบอลให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ยิงประตูขึ้นนำ 1-0 แต่มี แอนดี้ ฮินช์คลิฟฟ์ (ฤดูกาล 1994-95) และ เลห์ตัน เบนส์ (ฤดูกาล 2010-11) ที่เป็นกองหลังแล้วทำแอสซิสต์ได้ 11 ครั้ง
แอนฟิลด์ ยังคงขลัง
จากผลการแข่งขันในวันนี้ทำให้ ลิเวอร์พูล ยังคงรักษาสถิติที่ดีในรั้ว แอนฟิลด์ ต่อไปหลังยากไม่แพ้ใครในลีก 37 นัด แบ่งเป็น ชนะ 27 นัด และเสมอ 10 นัด มีแค่ เชลซี ที่ทำได้มากกว่าที่ 86 นัดยามเฝ้ารัง
สถิติการเจอทีม Top 6
จากผลการแข่งขันที่เกิดขึ้นทำให้สถิติการเจอกับทีม Top 6 ของ ลิเวอร์พูล ยังคงแข็งแกร่งตามเดิม โดยแพ้แค่นัดเดียวจาก 9 เกมหลังสุดใน พรีเมียร์ลีก แม้จะเสมอไปถึง 4 นัดก็ตาม แต่พวกเขายังคงเป็นทีมที่เก็บแต้มได้มากสุดยามเจอทีมหัวตาราง ส่วน สเปอร์ส พวกเขาแพ้ 6 จาก 9 เกมในการเจอทีม Top 6 โดยแบ่งเป็น ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 6
แพ้ 4 เกมรวดในรอบ 11 ปี
ความพ่ายแพ้ในวันนี้ของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ส่งผลให้พวกเขาพ่ายเกมเยือนเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกันใน พรีเมียร์ลีก นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ธันวาคมปี 2008 ในยุคของ แฮร์รี่ เร้ดแนปป์
ประตูชัยช่วงทดเจ็บ
ประตูชัยที่พา ลิเวอร์พูล ชนะ สเปอร์ส 2-1 ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนับเป็นประตูที่ 33 ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวซึ่งมากกว่าทุกทีมที่ทำได้ในเกม พรีเมียร์ลีก โดยรองลงมาคือ อาร์เซน่อล 25 ประตู, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 22 ประตู, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 22 ประตู และ เชลซี 21 ประตู
แอสซิสต์ของ อีริคเซ่น
1 แอสซิสต์ของ คริสเตียน อีริคเซ่น ในวันนี้ทำให้เป็นเขาเป็นนักเตะคนที่ 2 ที่ทำแอสซิสต์ได้ 10 ครั้งขึ้นไปในศึก พรีเมียร์ลีก ติดต่อกัน 4 ฤดูกาล โดยคนที่ทำได้ก่อนหน้านี้คือ เดวิด เบ็คแฮม ในซีซั่น 1997-98 และ 2000-01 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม