“พยัคฆ์ล้านนา” เอาไงต่อดี ?  

เทศกาล “สงกรานต์” กำลังจะผ่านพ้นไป วิถีชีวิตคนไทยเตรียมกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง รวมถึงฟุตบอล “ไทยลีก” ที่มีคิวคัมแบ็กตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย.เป็นต้นไป

เกมหลังสงกรานต์ถือว่าน่าสนใจทีเดียว ทุกทีมได้พักและมีเวลาปรับแต่งทีมมาสู้กันใหม่ บางทีมถึงขั้นมีการเปลี่ยนแปลงภายใน

ที่เป็นประเด็นในช่วง “ปีใหม่ไทย” คือทีมน้องใหม่ “เชียงใหม่” ที่ “สว.ก๊อง” ชูชัย เลิศพงศ์อดิศร ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานสโมสรก่อนเกม “ล้านนา ดาร์บีแมทช์”

ถึงตรงนี้ยังไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการจากสโมสร แต่ “สว.ก๊อง” บอกสื่อไปแล้ว เหตุผลคือแนวคิดไม่ตรงกับกรรมการบริหารสโมสร ไม่สามารถทำงานร่วมกันต่อไปได้ !!!

ตามข่าวว่าไว้อย่างนี้ ส่วนเบื้องลึกที่คุยกันดังลั่นเชียงใหม่มูลเหตุแห่งการทะเลาะกันคือ “ตัวผู้เล่นที่ยืมตัวมาจากเชียงราย”

“สว.ก๊อง” ต้องการให้ เชียงใหม่ ส่งนักเตะชุดที่ดีที่สุดลงสนามเจอ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด แต่ตามมารยาทแล้วคนที่ถูก “ยืมตัว” จะไม่ถูกส่งลงสนามเมื่อเจอกับต้นสังกัด “ตัวจริง”

นี่คือประเด็นเพราะนักเตะกำลังสำคัญของ “พยัคฆ์ล้านนา” ที่ยืมจาก “กว่างโซ้ง” ลงเล่นในเกม “ล้านนา ดาร์บีแมทช์” ไม่ได้

จริงๆแล้วประเด็นนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไร ทุกอย่างเป็นแนวทางที่ปฏิบัติกันมาปกติอยู่แล้ว แต่อาจเป็นเพราะ “ไม่เข้าใจ” หรือ “เข้าใจยาก” หรือ “ไม่พยายามเข้าใจ” เลยกลายเป็นปัญหา

จริงๆ แล้วการบริหารงานของ เชียงใหม่ และ สิงห์ เชียงรายฯ ล้วนเป็น “พวกเดียวกัน” คนกันเองทั้งนั้นน่าจะคุยกันเข้าใจง่ายด้วยซ้ำ

แต่เมื่อคนกันเองคุยกันไม่รู้เรื่อง ความไม่พอใจจึงบังเกิด กระทั่งกลายเป็นข่าว “สว.ก๊อง” ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งไปในที่สุด

ทิศทางของ “พยัคฆ์ล้านนา” หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรยังไม่มีความชัดเจน เพราะ “เจ้าของทีมตัวจริง” ให้อำนาจแก่บางสโมสรเป็นคนบริหารจัดการทีมเชียงใหม่ไปแล้ว

ประธานสโมสรฯ คนใหม่จะเป็นใครอยู่ที่ “ผู้บริหารตัวจริง” (กลุ่มที่มีปัญหาทะเลาะกับ “สว.ก๊อง” จน “วงแตก” นั่นละ ) พิจารณาเลือก

จริงๆ แล้ว “สว.ก๊อง” ไม่ค่อยได้บริหารทีมอยู่แล้ว แต่คอยจัดการแค่บางเรื่องหน้างาน ที่เป็นจุดขายคือ “การอัดฉีด” และงานบางอย่างที่ต้องใช้คอนเนคชั่นคนในพื้นที่ดำเนินการ

ส่วนการบริหารจัดการทีมเป็นหน้าที่ของทีมบริหารจากสโมสรจังหวัดบ้านใกล้เรือนเคียง ตรงนี้ไม่ว่าคนวงในหรือวงนอกวงการฟุตบอลไทยต่างรู้ดี

ดังนั้นการไขก๊อกของ “สว.ก๊อง” แม้จะมีผลกระทบต่อทีมแน่ ทว่าคงไม่ถึงขั้นสะเทือน แต่จะไว้วางใจเสียทีเดียวคงไม่ได้  ต้องรอดูว่าประธานคนใหม่จะเป็นใคร และได้เรื่องแค่ไหน

อย่าลืมว่า “พยัคฆ์ล้านนา” เป็น 1 ในทีมกลุ่ม “เต็งตกชั้น” เพราะเพิ่งขึ้นลีกสูงสุดครั้งแรก ทุกนัดถือว่ามีความหมายและต้องยืนระยะให้ได้

แม้จะอยู่ในกลุ่มเสี่ยง แต่สถานการณ์ของ เชียงใหม่ ตอนนี้ต้องถือว่าไม่ขี้เหร่อะไรเลย อันดับดีกว่าที่คาด แบบว่าอยู่สูงกว่าทีมที่ลงทุนด้วยงบประมาณมหาศาลมากกว่าอีก

จาก 6 นัดที่ผ่านมาบอกเลยว่าจุดเด่นคือ “ใจสู้” นักเตะสู้กันไม่ถอย ตัวไทยใส่เต็มร้อย ตัวนอกเริ่มปรับตัวได้และงัดศักยภาพของตัวเองออกมาดีขึ้นเรื่อยๆ

แต่นี่เป็นเพียงการต่อสู้เพื่ออยู่รอดในลีกสูงสุดของเชียงใหม่เท่านั้น ระยะทางอีกยาวไกล ทุกๆ ก้าวหลังจากนี้จึงถือว่าสำคัญ​ รวมถึงการบริหารจัดการทีมนอกสนามด้วย

ปีแรกบนลีกสูงสุดคงต้องพยายามเอาตัวรอดไม่ตกชั้นให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก หลังจากนั้นค่อยว่ากันอีกทีถึงการบริหารจัดการทีมและพัฒนาสโมสรแบบ “ยั่งยืน” ระยะยาว

ถ้าไม่ได้ยืนด้วยลำแข้งตัวเอง โอกาสเจริญเติบโตก็ลำบาก เอาไว้ค่อยมา “ดราม่า” หลังจบฤดูกาลแล้วกัน !!!

 

“บับเบิ้ล”

 

RELATED NEWS