ถ้าถ้วยรางวัลคือเครื่องการันตีความสำเร็จแล้ว การเป็นนักเตะระดับตำนานของโลก จำเป็นต้องมีแชมป์ประดับบารมีหรือไม่ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ยังไม่เคยสัมผัสแชมป์ ฟุตบอลโลก คือคำตอบที่ดีที่สุด

เชื่อว่า ลิโอเนล เมสซี่ คงมีบางอย่างคับแค้นใจอยู่บ้าง เพราะการเดินอยู่บนเส้นทางค้าแข้งของเขา ที่ได้ชื่อว่าสวยหรูที่สุดคนหนึ่งของโลกยุคนี้ กลับไม่เคยได้สัมผัสถ้วยแชมป์ในระดับทีมชาติเลยแม้แต่ครั้งเดียว ย้ำว่าไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียว นักเตะที่ว่ากันว่าเป็นอันดับ 1 ของโลกในเวลานี้ คว้าแชมป์ระดับสโมสรแบบนับไม่ถ้วน กลับไม่เคยชูถ้วยกับทีมชาติเลยสักใบ สิ่งที่ เมสซี่ เผชิญไม่ใช่แค่ความสำเร็จส่วนตัว ที่ไม่ได้ชูถ้วยแชมป์ แต่กลับเป็นความไม่ประสบความสำเร็จของประเทศด้วย อาร์เจนติน่า ที่เป็นชาติยักษ์ใหญ่ คว้าแชมป์ ฟุตบอลโลกมาแล้ว 2 สมัย มีนักเตะฝีเท้าดีๆ มากมายไม่เคยขาด แต่แชมป์ระดับซีเนียร์รายการสุดท้ายที่ทำได้คือ โคปา อเมริกา ปี 1993 ยาวนานถึง 25 ปีมาแล้ว

ติดทีมชุดใหญ่ กับ ฟุตบอลโลก ครั้งแรก

ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2005-06 กุนซือทีมชาติ อาร์เจนติน่า ในตอนนั้นอย่าง โฮเซ่ เปเกร์มัน เรียกตัวเขาติดทีมเป็นครั้งแรกในวัยเพียง 18 ปี เกมนั้นเขาลงเล่นจอกับ ฮังการี และได้ลงมาในนาทีที่ 63 และใช้เวลาในสนามแค่ 2 นาทีเท่านั้น ทำประตูได้เหรอ? เปล่าโดนใบแดงไล่ออก แม้จะออกสตาร์ทได้ไม่ดีนัก แต่ฟอร์มเขาก็ยังยอดเยี่ยมพอจะถูกเรียกตัวติดทีมไปเล่นฟุตบอลโลกที่เยอรมัน ตอนท้ายฤดูกาล สถานภาพดาวรุ่งของเขา เป็นการบอกใบ้ว่าเขาประสบการณ์น้อยกว่าเพื่อน แถมยังอายุน้อยที่สุดในทีมชุดนั้นอีกต่างหาก เมสซี่ ได้ลงสนามครั้งแรกในเกมที่ 2 ที่พบกับ เซอร์เบียและมอนเตเนโกร สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่เล่นให้ อาร์เจนติน่า ในฟุตบอลโลก แถมยังทำประตูได้ กลายเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดที่ยิงได้ในการแข่งครั้งนั้น และเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดอันดับ 6 ที่ยิงใน ฟุตบอลโลก ตลอดกาล เส้นทาง ฟุตบอลโลก 2006 ของ เมสซี่ จบลงที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ตกรอบด้วยการดวลจุดโทษแพ้เจ้าภาพ เยอรมัน

เหรียญทองโอลิมปิก

ในช่วงปี 2007 เมสซี่ ติดทีมชาติไปเล่นในเวที โคปา อเมริกา พวกเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และเข้าใกล้ความสำเเร็จระดับชาติที่ร้างลามาหลายปีแค่เอื้อม ทัพ "ฟ้า-ขาว" ที่มี เมสซี่ เป็นตัวหลักร่วมกับซูเปอร์สตาร์คนอื่นๆ พาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่ก็ต้องมาเจอกับตัวเต็งอย่าง บารซิล สุดท้ายก็แพ้ไป ปีต่อมา เขาถูกเรียกติดทีมไปเล่น โอลิมปิก ที่ปักกิ่ง จะบอกว่านี่คือความสำเร็จที่เป็นชิ้นเป็นอันของ เมสซี่ ในเวทีระดับชาติก็ได้ ต่อจากแชมป์โลก ยู-20 เมื่อปี 2005 ก็ว่าได้ เมสซี่ และ อาร์เจนติน่า ที่มีดาวรุ่งชั้นดีมากมายในทีมไปได้ถึงเหรียญทอง พร้อมความหวังที่ว่านี่อาจจะเป็นเด็กที่คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ให้ประเทศในอนาคต

ฟุตบอลโลก 2010

ครั้งนั้น อาร์เจนติน่า เกือบไม่ได้ไป ฟุตบอลโลก เหมือนปี 2018 นี้ ภายใต้การคุมทีมของฮีโร่ของชาติ ดีเอโก้ มาราโดน่า โดนโจมตีหนักที่เอา เมสซี่ ไปเล่นในตำแหน่งที่เขายืนต่ำเกินไป ไม่สามารแสดงศักยภาพที่ดีออกมาได้ 8 นัดแรกเขายิงได้แค่ลูกเดียวทั้งที่เป็นตัวความหวัง แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ โดยเป็นอันดับสุดท้ายไม่ต้องเพลย์ออฟ พอทัวร์นาเมนต์รอบสุดท้ายเริ่มขึ้น อาร์เจนติน่า ก็ทำได้ดีมากๆ ในฐานะตัวเต็ง พวกเขาผ่านรอบแรกด้วย 9 แต้มเต็ม แต่สุดท้ายเส้นทางก็ยังถูกหยุดที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ด้วยน้ำมือ เยอรมัน เหมือนเดิม

ปลอกแขนกัปตัน

ต่อจากฟุตบอลโลก อาร์เจนติน่า หมายมั่นปั้นมืออีกครั้งที่จะคว้าแชมป์ใน โคปา อเมริกา 2011 ในฐานะเจ้าภาพนี่คือโอกาสดี นักเตะซูเปอร์สตาร์เต็มทีม แต่สุดท้ายกลับไปไม่ถึงไหน ได้แค่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น ก่อนจะมาแพ้ อุรุกวัย ในการดวลจุดโทษ กุนซือเปลี่ยนคน จาก เซร์คิโอ บาติสต้า มาเป็น อเลฮานโดร ซาเบย่า ซึ่งกุนซือใหม่แต่งตั้ง เมสซี่ ในวัย 24 ปีให้เป็นกัปตันทีมท่ามกลางคำวิจารณ์มากมายที่ระบุถึงวุฒิภาวะที่น้อยไปหน่อยของเขา แต่สุดท้ายก็ปิดปากคนวิจารณ์ด้วยฝีเท้าไป ในปี 2012 เมสซี่ ยิงแฮตทริกแรกในนามทีมชาติได้ในเกมเจอกับ สวิตเซอร์แลนด์ ด้วย

ฟุตบอลโลก 2014

โอกาสคว้าแชมป์โลก กลับมาอยู่ในมือ เมสซี่ อีกครั้ง ในช่วงที่เขากำลังพีคสุดๆ ในช่วงอายุนักฟุตบอล และเขาก็ "ทำได้" ดาวเตะจาก บาร์เซโลน่า แบกเพื่อนร่วมทีมที่ฟอร์มโดยรวมไม่ดีนัก ไปจนถึงเกมสุดท้าย มือข้างหนึ่งถือถ้วยแชมป์โลกไว้แล้ว ในรอบชิงฯ เขาเจอกับ เยอรมัน และแพ้อีกแล้ว ฟุตบอลโลกแพ้เยอรมันแค่ทีมเดียวเลยจริงๆ ความสำเร็จระดับชาติกลายเป็นเรื่องที่ไม่น่าจดจำของ เมสซี่ มากยิ่งขึ้น เพราะความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า จบฟุตบอลโลกที่บราซิล เขาไปต่อที่ โคปา อเมริกา ที่ชิลี ในปี 2015 สิ่งที่ไม่เกินความคาดหมายคือ เมสซี่ แบก อาร์เจนติน่า ไปจนถึงรอบชิงฯ อีกรายการแล้ว แต่ก็พ่ายแพ้ไปอีก

แขวนสตั๊ด

ปี 2016 เป็นปีพิเศษของศึก โคปา อเมริกา เพราะครบรอบ 10 ปรพอดี มันเลยถูกจัดขึ้นต่อทันทีจากปี 2015 เป็นอีกรายการที่ เมสซี่ พยายามคว้าแชมป์ให้ได้ ร่วมกับนักเตะอาร์เจนติน่า ทุกคนที่หวังคว้าแชมป์ให้บ้านเกิดเสียที หลังห่างหายไปกว่า 20 ปีแล้ว ทุกคนสู้ไม่หยุด โดยเฉพาะ เมสซี่ และทะลุไปถึงรอบชิงชนะเลิศเป็นไปรายการที่ 3 ติดต่อกัน และเหมือนเดิม คืออกหักอีกแล้ว มาถึงตรงนี้รู้ศึกได้ถึงคำสาป ที่ทัพ "ฟ้า-ขาว" ต้องเผชิญ ไม่ใช่นักเตะไม่เก่ง ไม่ใช่เล่นไม่ดี แต่สุดท้ายก็ยังผิดหวังซ้ำซาก จน เมสซี่ เองก็หมดและไปต่อไม่ไหว ประกอบกับการโดนสื่อในประเทศโจมตีมากมาย เขาประกาศแขวนสตั๊ด ไม่รับใช้ทีมชาติอีกต่อไป แต่การประกาศแขวนสตั๊ดของเขากลายเป็นวาระแห่งชาติของ อาร์เจนติน่า เมื่อแฟนบอล หรือแม้แตประธานาธิบดี ก็พยายามทำทุกวิถีทางที่ทำได้ เพื่อขอร้องให้ เมสซี่ กลับใจกลับมาช่วยชาติอีกครั้ง ทั้งการรณรงค์ เดินขบวน รวบรวมรายชื่อ ทุกอย่างที่นึกออก ให้ เมสซี่ กลับมา แต่ดูเหมือนจะได้ผล เพราะแค่ไม่กี่สัปดาห์ต่อมา เมสซี่ ก็ประกาศกลับลำมารับใช้ชาติอีกครั้ง

ประกาศแขวนสตั๊ดล่วงหน้า

การกลับมารับใช้ชาติของ เมสซี่ ครั้งนี้ แน่นอนว่าความหวังของเขาอยู่ที่การคว้าแชมป์โลกที่รัสเซียให้ได้ แต่เส้นทางก็ลำบากเสียเหลือเกิน เกือบตกรอบคัดเลือก สุดท้ายก็เอาตัวรอดมาได้อย่างทุลักทุเล และความสามารถของ "เดอะ แบก" คนเดิม และล่าสุดก่อนที่ทัวร์นาเมนต์จะเริ่ม เขาก็ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า นี่จะเป็นโอกาสสุดท้ายของเขาแล้วที่จะไล่ตามความสำเร็จในระดับชาติ ฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย ถ้าไม่ได้ ก็จบกัน โบกมือลาจริงๆ แล้ว “ผมร้องไห้หลายต่อหลายครั้ง หลังแพ้ในเกมนัดชิงชนะเลิศ เพราะมันหมายความว่าพวกเราไม่สามารถบรรลุเป้าหมายซึ่งเป็นเหมือนความฝันของประเทศได้ การแข่งขันนัดชิงชนะเลิศทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา มันเป็นอะไรที่ยากลำบากเหลือเกิน ดูเหมือนการผ่านเข้าไปถึงรอบชิง มันแทบจะไม่มีความหมายอะไรเลย” “บางทีพวกเราอาจรู้สึกยอมแพ้ ถ้าไม่สามารถคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก ที่รัสเซีย มันคงไม่มีทางเลือกอื่นมากไปกว่านี้" สุดท้ายนักเตะมากมายที่ไม่ได้คว้าความสำเร็จในบางรายการ ลิโอเนล เมสซี่ กับแชมป์ระดับชาติ, ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ฟรานเชสโก้ ต็อตติ กับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, สตีเว่น เจอร์ราร์ด กับ พรีเมียร์ลีก แต่เราก็กล้าพูดได้เต็มปากว่าพวกเขาคือตำนานลูกหนัง แชมป์คือเครื่องหมายบ่งบอกความสำเร็จ แต่การเป็นแชมป์ ไม่ใช่คำตอบเสมอไป ขอให้ เมสซี่ ได้แชมป์โลกติดมือบ้างสักครั้งก็น่าจะดี

- เทพเฟี๊ยต -

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline