4 ความสุดยอด อลิสซอน กับผลงานลุ้นติดลิสต์ บัลลง ดอร์

4 ความสุดยอด อลิสซอน กับผลงานลุ้นติดลิสต์ บัลลง ดอร์

ภายหลังจากทีมชาติบราซิล ประกาศศักดาคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา 2019 มาครอง ด้วยการเอาชนะ เปรู 3-1 หนึ่งในแข้งที่มีหลายคนให้การยอมรับ และ มีส่วนสำคัญช่วยทัพ “แซมบ้า” ซิวโทรฟี่ นั่นก็คือ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูแห่งค่าย ลิเวอร์พูล

มีหลายๆเหตุผลที่ “พ่อหมี” ของเหล่า สาวก “หงส์แดง” ดีพอกับการมีชื่อติด 1 ใน 5 ของการลุ้นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี หรือ บัลลง ดอร์ ถึงแม้มันจะเป็นเรื่องยากดั่งเข็นครกขึ้นภูเขา กับการคว้าโทรฟี่ เพราะนายด่านคนสุดท้ายและคนเดียว ที่ซิวโทรฟี่ส่วนตัวชิ้นนี้ได้ ต้องย้อนไปเมื่อปี 1963คือ เลฟ ยาชิน เจ้าของฉายา “ไอ้ปลาหมึกยักษ์ดำ” โคตรตำนานผู้รักษาประตูชาวโซเวียต

อย่างไรก็ตาม บางทีเรื่องราวต่อไปนี้ ก็คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ กับผลงานอันสุดยอดที่ อลิสซอน ก้าวเข้ามาเป็นแคนดิเดตกับการลุ้น “บัลลง ดอร์”

1. มีส่วนสำคัญพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

แน่นอนว่าการจะมีชื่อติดโผรางวัล บัลลง ดอร์ คุณจะต้องมีโทรฟี่มาประดับบารมี เพื่อจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ ซึ่งสำหรับ อลิสซอน เบ็คเกอร์ เขาก็ประกาศศักดาด้วยการเป็นส่วนสำคัญพาทัพ “หงส์แดง” คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครองเป็นสมัยที่ 6 หลายคนอาจจะยกย่องให้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เป็นคีย์แมนคนนั้น แต่อย่าลืมว่า อลิสซอน ก็โชว์วิชา “คัมภีร์หยุดกระสุน” ให้เห็นมานักต่อนัก

เริ่มตั้งแต่ผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่ม แบบเส้นยาแดงผ่าแปด ด้วยการเซฟลูกยิงจ่อๆหน้าปากประตูของ อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค แบบเหลือเชื่อ ช่วงนาทีสุดท้าย ทำให้ ลิเวอร์พูล เฉือนชนะ นาโปลี 1-0 รวมไปถึงแมตช์คัมแบ็กอันลือโลก พลิกชนะ บาร์เซโลน่า 4-0 หลังจากแพ้มาก่อน 0-3 ด้วยการเซฟแล้วเซฟอีก จนกระทั่งถึงนัดชิงดำ “ยูซีแอล” ที่ตบ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-0 ช่วงท้ายเกม บอกเลยว่า อลิสซอน เซฟมือแตก จึงไม่แปลกเลยว่าผลงานแบบนี้ จะเข้าตากรรมการไปเต็มๆ

2. ต่อยอดด้วยการซิวโทรฟี่ โคปา อเมริกา

อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ ที่จะมีลุ้นว่าใครมีโอกาสคว้ารางวัล บัลลง ดอร์ นั่นก็คือทัวร์นาเมนต์ทีมชาติ โดยซัมเมอร์นี้ เรียกว่าคอบอลไม่ต้องนอนเหงา เพราะมีการศึกชิงแชมป์ทวีปมากมาย ทั้ง แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์, คอนคาเคฟ โกลด์ คัพ และ รายการ โคปา อเมริกา ที่มีถ่ายทอดสดให้ได้รับชมทางบ้านเรา

ต้องบอกว่า ชิงแชมป์ทวีปอเมริกาใต้ ครั้งนี้ อลิสซอน โชว์ฟอร์มได้เจิดจรัสมากๆ เป็นอีกหนึ่งคนสำคัญ พา บราซิล เถลิงแชมป์ โคปา อเมริกา เพราะนับตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม จนถึงนัดชิงชนะเลิศ “พ่อหมี” เสียซิงให้กับผู้ชายไปแค่ 1 คน ซึ่งมาจากลูกจุดโทษด้วยซ้ำ เรียกว่ารักษาคลีนชีตได้ถึง 5 นัด แน่นอนว่ามันต้องมีช็อตเข้าตา ถึงจะโดนใจกรรมการ ฉะนั้นดาวเตะทีมชาติบราซิล ก็เลยโชว์ไปหลายครั้ง โดยเฉพาะการเซฟลูกฟรีคิกที่กำลังมุดสามเหลี่ยมของ ลิโอเนล เมสซี่ ชนิดที่ไม่มีกระฉอกให้เห็น แมตช์ที่ “แซมบ้า” ตบเอาชนะ “ฟ้า-ขาว” 2-0 รอบรองชนะเลิศ

3. คว้ารางวัล ถุงมือทองคำ 3 รายการ ในฤดูกาลเดียว

ไม่เพียงแต่การคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ กับ โคปา อเมริกา 2019 มาครองเท่านั้น ต้องไม่ลืมว่า อลิสซอน เป็นปราการด่านสุดท้าย ที่เป็นเหมือนอาจารย์ผู้ขลังวิชา คอยขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ให้ย่างกลายหายไปจากหน้าปากประตูตัวเอง

เริ่มจากการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถึงแม้ว่า ลิเวอร์พูล จะต้องรอคอยแชมป์ลีกเป็นปีที่ 30 ทั้งๆที่ทำคะแนนได้มากสุดในประวัติศาสตร์สโมสร 97 คะแนน แต่ก็แพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป 1 แต้ม กระนั้นก็มีสถิติหลายๆอย่างที่น่าจดใจ เพราะตลอด 38 เกม เมื่อฤดูกาล 2018-19 อลิสซอน โดนยิงผ่านมือเข้าไปซุกตาข่าย เพียงแค่ 22 เม็ด พร้อมเก็บคลีนชีตได้มากที่สุด 21 นัด ผงาดคว้ารางวัล “ถุงมือทองคำ” มาครอง

จากนั้น จากผลงานอันยอดเยี่ยม คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็สามารถซิวรางวัล “โกลเด้น โกลฟ” ได้อีก หลังจากรักษาคลีนชีตได้มากถึง 6 นัด และ ล่าสุด อลิสซอน ยังคงรักษาฟอร์มได้อย่างต่อเนื่อง รักษาคลีนชีตในศึก โคปา อเมริกา 2019 ได้ถึง 5 จาก 6 นัด พร้อมกับไม่เสียประตูจากจังหวะโอเพ่นเพลย์เลยแม้แต่เม็ดเดียว โดยถูกยิงผ่านมือแค่จุดโทษ ในเกมนัดชิงชนะเลิศที่ บราซิล ชนะ เปรู 3-1

เท่ากับว่า อลิสซอน กลายเป็นผู้รักษาประตูคนแรกของโลก ที่สามารถคว้ารางวัล “ถุงมือทองคำ” ได้ถึง 3 รายการ นับเฉพาะแค่ฤดูกาลเดียว สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เพราะตัวเลขมันบ่งบอกไว้ชัดเจนแล้วว่ายอดเยี่ยมแค่ไหน โดยลงเล่นไปทั้งสิ้น 62 นัด เก็บคลีนชีตมากถึง 36 เกม

4. เข้ามาเปลี่ยนแปลงจุดอ่อน ลิเวอร์พูล

ก่อนที่ อลิสซอน เบ็คเกอร์ จะเซ็นสัญญาย้ายจาก อาแอส โรม่า มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ความทรงจำช่วงหลังๆเกี่ยวกับผู้รักษาประตูแห่งค่าย “หงส์แดง” ดูไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ จะมีก็ เปเป้ เรน่า ที่สามารถเชิดหน้าชูตาขึ้นมาหน่อย แต่ถ้าเป็น ซิมงต์ มิโญเล่ต์ กับ ลอริส คาริอุส พูดไปเดี๋ยวก็อารมณ์บ่จอยกันเปล่าๆ

อย่างไรก็ตาม เพียงแค่ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ย้ายเข้ามา เขาไม่ต้องปรับตัวอะไรทั้งสิ้น กลับกลายเป็นคนที่ทำให้ ลิเวอร์พูล เสียประตูยากมากขึ้น พร้อมกับมีจุดเด่น ทั้งการเปิดบอลอันแม่นยำ ที่ทำให้ทีมได้เปรียบในการเล่นแบบต่อเนื่อง รวมถึง การตัดสินใจการออกมาเล่นลูกอากาศ ก็ทำได้ดีเยี่ยม จะมีก็แค่ช็อตชอบเล่นเสี่ยงๆหน้าประตูตัวเอง แบบเคยพลาดง่ายๆมาแล้ว แต่เขาก็ปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น จนไม่มีเล่นลูกอันตรายอีกแล้ว

RELATED NEWS