สะท้อนมุมมอง “วรวีร์ มะกูดี” …. ซิโก้ คือ ต้นแบบความสำเร็จทีมชาติ

สะท้อนมุมมอง “วรวีร์ มะกูดี” …. ซิโก้ คือ ต้นแบบความสำเร็จทีมชาติ

วันพุธที่ 29 มกราคม สำนักเลขาธิการ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้ประกาศให้การรับรองผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประกอบด้วย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง (นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย : ปัจจุบัน ) และดร.ภิญโญ นิโรจน์ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเท่ากับว่าการชิงชัยในตำแหน่งนี้มีเพียง พล.ต.อ.สมยศ และดร.ภิญโญ เท่านั้น ขณะที่   วรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ที่แสดงเจตนารมณ์ลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ผ่านขั้นตอนในประเด็นของคุณสมบัติที่ถือเป็นข้อห้าม   ทั้งกรณีที่เคยถูกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฟ้องร้อง และเคยถูกลงโทษห้ามยุ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอลจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ( ฟีฟ่า)

โสภณ เพชรแท้ บรรณาธิการข่าวกีฬาเนชั่นทีวี นำเสนอมุมมองของ วรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในวันที่เสนอตัวกลับเข้าสู่วงการฟุตบอล ในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ก่อนที่จะถูกตัดสิทธิ เป็นการเปิดใจในหลายประเด็น ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกสังคมตั้งคำถาม

 

000 มองผลงานของฟุตบอลทีมชาติไทยในขณะนี้อย่างไร

เดี๋ยวนี้เราแข่งกับทีมในอาเซียนด้วยกันบางทีก็มีหวาดเสียว ไม่รู้ว่าจะแพ้ ชนะ เขาอย่างไร เราไม่ได้เป็นเจ้าอาเซียนแล้ว ซึ่งสมัยก่อนเรื่องเหล่านี้เราข้ามไปแล้ว สมัยที่ผมเป็นนายกสมาคม ทุกๆ 2 ปี จะมีแจกรางวัลวงการฟุตบอลของอาเซียน ตอนหลังมาจัดเป็นทุกปี รางวัลที่มอบให้มีทั้งนักเตะยอดเยี่ยม ทีมยอดเยี่ยมทีมชาย ทีมหญิง ทีมเยาวชน มีหลายรางวัล เชื่อไหมผมขึ้นไปรับรางวัล ขึ้นไปและก็ลงมา ขึ้นไปและก็ลงมา รางวัลทุกรางวัล คือที่ไทยได้ไป มีอยู่ปีหนึ่งที่พม่าเป็นเจ้าภาพจัดงาน เขาได้ไป 1 รางวัล ที่เหลือเป็นของไทย พวกที่นั่งอยู่ข้างล่างคือประเทศอื่นๆ ผม ก็รู้สึกเกรงใจเขาเหมือนกัน นี่คือความยิ่งใหญ่ เป็นผลงานที่เราได้ทำมา เป็นความภูมิใจ ในยุคนั้นเราทำงานกันอย่างเป็นระบบ เราสร้างเด็ก 10 ปี 12 ปี 14 16 19 ปี 21 ปี 23 ปี จนทีมชาติไทยชุดใหญ่

ยุคนั้นเด็กที่ถูกสร้างขึ้นมาคือ “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน, กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ใครต่อใครโตมาจากศูนย์ฝึกที่หนองจอก เพราะตอนนั้น สโมสรอาชีพเรายังไม่แข็งแกร่ง ภารกิจของสมาคมจึงเป็นการพัฒนาผู้เล่น และผลผลิตเหล่านี้ได้ถูกต่อยอดจนมาถึงทีมชาติไทยในปัจจุบัน นี่คือสิ่งที่สร้างกันมา 10 ปี 15 ปี ที่เราได้ทำกันมา คือการพัฒนากันจริงๆ แต่ถ้าเทียบกับตอนนี้ทีมชาติแทบไม่มีความหวัง หรือหากจะหวังก็หวังได้  แต่น้อยมาก

สมัยก่อนผมเอา “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง มาช่วยทำงาน “ซิโก้” ถือเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ “ซิโก้” และทีมงานของเขาเข้มแข็งมาก แต่ที่สำคัญคือนักฟุตบอลทีมชาติทุ่มเท เล่นให้เต็มที่ ในฐานะที่เราเป็นสมาคม เราก็ดูแลเขาเต็มที่ทุกอย่าง สิทธิประโยชน์ที่ได้มาของทีมชาติ เรียนแบบนี้ครับ สิทธิประโยชน์ของสมาคม แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือการแข่งขันลีก และลิขสิทธิ์ทีมชาติ เพราะฉะนั้นเมื่อเราได้มาจะไปบอกว่าเป็นของสมาคม เป็นของเราแบบนั้นไม่ได้ ทั้งที่ความเป็นจริงเป็นของพวกเขา คือทีมชาติ เราต้องคืนกลับไป สมัยก่อนผมให้โบนัสทีมชาติทีมละ 10–20 ล้านบาท เพราะเขาทำสิทธิประโยชน์ให้สมาคม ดังนั้นต้องให้กลับไป เพราะเขาทำรายได้

ชุดใหม่ที่เข้ามา แรกๆ เขาบอกว่าไม่ให้ เพราะต้องเล่นด้วยศักดิ์ศรี ผมเห็นว่าถ้าเป็นสมัยก่อนสมัย ที่ไม่มีสิทธิประโยชน์เราพูดได้ แต่ในยุคนี้เมื่อเขาทำรายได้ ทำสิทธิประโยชน์ให้สมาคม ก็ต้องให้กลับไปที่เขา มันถึงจะเป็นธรรม เขาก็มีกำลังใจ เล่นให้เต็มที่ ที่ผ่านมา “ซิโก้” ทำงานสบาย เพราะว่านักเตะให้ใจแบบ 100% ในการฝึกซ้อม การเตรียมทีม  จนกลายเป็นผลงานของทีมชาติ นี่คือความสำเร็จที่เราทำ รูปแบบการทำงานเช่นนี้ต้องดึงเอากลับมา

000 ประกาศตัวลงรับเลือกตั้งพร้อมแนวคิดดึง“ซิโก้”กลับมาทำงานให้ทีมชาติ

ผมว่าเขาเป็นส่วนหนึ่ง สมมุติว่า ผมได้กลับมาบริหารสมาคม ผมก็ต้องเชิญเขา เพราะเขาเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ขึ้นอยู่กับเขา แต่ผมเชื่อว่าพวกเราที่อยู่ในวงการฟุตบอลก็อยากให้เขากลับมา เขาเป็นนักฟุตบอล เป็นอดีตโค้ชทีมชาติ มีฟุตบอลอยู่ในสายเลือด ถ้าเรื่องส่วนรวมเขาต้องยินดีมาช่วยส่วนรวม เพื่อพลิกฟื้นทีมชาติไทย เราต้องการพลิกฟื้นสถานการณ์ที่มันย่ำแย่ให้กลับไปอยู่ในยุคเดิมที่เราเคยประสบความสำเร็จ

000การดึงซิโก้กลับมาเหมือนฝากความหวังให้เป็นอัศวินม้าขาว

ผมอยากให้มองแบบนี้ว่าเราต้องมีรูปแบบความสำเร็จที่เคยทำได้แล้วให้เป็นแนวทางในการทำงาน เรื่องนี้ผมไม่กลัวนะ ในอดีตผมเคยเป็นผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทยชุดเยาวชน ผมวางแผนให้ทีมเยาวชนชุดอายุ 17 ปี ได้ไปเล่นฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ผมเป็นนักฟุตบอล ผมเล่นฟุตบอลเป็น ผมเล่นให้สโมสรธนาคารกรุงเทพ เล่นฟุตบอลถ้วยสูงสุด ถ้วยพระราชทาน ก เพราะฉะนั้นผมรู้เรื่องฟุตบอล “ซิโก้” ผมเชิญเขาเพราะเขาคือส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ส่วนจะมาหรือไม่มา ก็ไม่ใช่ว่าผมจะทำงานไม่ได้ แต่ที่ผมเชิญเพราะต้องให้เกียรติเขา ต้องเชิญเขา เพราะนี่คือส่วนหนึ่งความสำเร็จ แต่ไม่ใช่ว่าไม่มีเขาและผมทำงานไม่ได้ ไม่ใช่ ย้ำว่าผมยกย่องเขาเพราะเขาคือส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ดังนั้นอะไรที่เป็นความสำเร็จเราต้องเดินตามแนวทางนั้นก่อน แต่ถ้ามีปัญหาผมก็แก้ได้ เพราะผมเป็นคนฟุตบอล ผมรู้เรื่องในการแก้ไขว่าจะทำอย่างไร เพราะผมทำสำเร็จมาแล้ว การที่ผมทำทีมชาติสำเร็จ และการเชิญซิโก้มา นี่คือแผนการทำงานของผม

000แนวทางพลิกฟื้นลีกอาชีพที่ซบเซา

สมัยก่อนลีกของเราเคยอยู่ในลำดับต้นๆ ของเอเชียนะครับ ไม่ใช่อาเซียน ในยุคนั้นไทยพรีเมียร์ลีกเราจำนวนคนดูเยอะมาก ตอนนั้นก็มีญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ และไทย โดยไทยติดอันดับท็อปเอเชียในจำนวนคนดู ดังนั้นผมเสียดายบรรยากาศที่เคยเกิดขึ้นแบบนี้ทั้งที่เราช่วยกันทำมาในอดีตแต่ต้องมาสูญสลายในยุคนี้ ต้องหาทางช่วยกันทำให้กลับคืนมาให้ได้

000หายจากวงการ 4 ปี คนภายนอกอาจจะมองว่า การบริหารงานของสมาคมชุดปัจจุบันกำลังไปได้ดี หากกลับมารับช่วงต่อการบริหารในสไตล์เดิมของคุณวรวีร์อาจไม่ทันสมัย 

คำถามที่ถูกเสียดสีเสมอว่าอายุมากแล้วควรใช้เวลาอยู่กับครอบครัวเลี้ยงหลาน หากฟุตบอลมันไปดีผมไม่มายุ่งหรอก แต่นี่มันกำลังตกต่ำ ทำให้พวกเราต้องกลับมาช่วยกัน ฟุตบอลไม่ได้เจริญก้าวหน้าเลย กำลังตกต่ำลง และพวกเราที่ประสบความสำเร็จมาด้วยกันจะนั่งอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร ผมทำไม่ได้ เพราะผมเห็นไทยไม่ได้เดินอยู่ในอาเซียน ผมเองยังต้องก้มหน้า ไม่กล้ามองทีมใหญ่ เพราะเราตำแหน่งลดลงไป  ถ้าเรามีความรักในฟุตบอลเราปล่อยได้เหรอ ผมเองให้แก่เฒ่าขนาดไหน แต่หากทำงานไหวผมก็อยากทำงาน สถานการณ์อย่างนี้ต้องกลับมาช่วย ไม่ต้องห่วงเลย ผมมั่นใจว่าคนรู้เรื่องฟุตบอลมีอีกมากที่อยากมาช่วยผมทำงาน กอบกู้สถานการณ์ให้กลับคืนมา ผมย้ำว่าถ้าหากสถานการณ์มันดีผมจะกลับมาทำไม แต่ตอนนี้มันถึงจุดที่เราทนดูไม่ได้แล้ว ถ้าเราไม่ทำช่วงนี้ก็ไม่รู้ว่าจะดึงกลับมาได้อย่างไร

000การกลับมาก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ไม่คิดว่าจะเป็นการเปลืองตัว

ไม่มีปัญหา สมัยก่อนผมยังไม่มีประสบการณ์ แต่ตอนนี้ผมรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามใครจัดตั้ง ใครอยู่เบื้องหลัง ในโซเชียลมีเดีย ผมรู้หมด แต่ถ้าไปตอบโต้มันก็ไม่รู้จบ ไม่ต้องทำงานอะไรกันเลย คนที่อยู่ในวงการรู้ดี ถึงผลงานของผมที่เคยทำไว้เราทำสำเร็จมาแล้วกับแชมป์ซีเกมส์ เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียเพื่อไปฟุตบอลโลก เที่ยวนี้ถ้าเราไม่ได้เป็นเจ้าภาพ ยู 23 ชิงแชมป์เอเชีย ผมยังไม่มั่นใจเลยว่าไทยจะได้เข้ารอบมาเล่นหรือไม่ คุณโสภณ เชื่อไหมว่ามาตรฐานฟุตบอลของเราตอนนี้ 19 ปี ที่เป็นความหวังของเรา เราแพ้แม้แต่กระทั่งกัมพูชา ทั้งที่เด็กชุดนี้จะเป็นอนาคตให้ทีมชาติไทยชุดใหญ่ เราจะอยู่กันเฉยๆ อย่างนี้เหรอ สำหรับผมมันไม่ได้หรอก ถ้าผมไม่ได้เล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก ผมไม่ได้บริหารสมาคมฟุตบอล ผมคงไม่มายุ่งหรอก ที่ผมเป็นห่วงคือ แนวทางที่เราเคยวางไว้ทำไมไม่เดินตาม

 

RELATED NEWS