10 ทีมยอดเยี่ยมประจำปี 2019

10 ม.ค. 2020

10 ทีมยอดเยี่ยมประจำปี 2019

ในปี 2019 ที่ผ่านมา มีหลายทีมในโลกลูกหนังที่สร้างความสุขให้กับแฟนบอล ด้วยการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองได้สำเร็จ ซึ่งถือเป็นปีทองของพวกเขาเลยก็ว่าได้ วันนี้ขอบสนามขอเสนอ 10 ทีมที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมประจำปี 2019 มีทีมไหนบ้างมาติดตามกันได้เลย

10. ทีมชาติโปรตุเกส

สำหรับทัพ ฝอยทอง กลายเป็นทีมที่น่าจับตามองหลังผงาดคว้าแชมป์ยูโร 2016 มาครอง ทว่าในศึกเวิลด์ คัพ 2018 ที่ผ่านมา พวกเขากลับทำผลงานได้น่าผิดหวัง หลังจอดเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น ทำให้ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ปี 2019 รายการอุ่นเครื่องครั้งแรกที่จัดโดย ยูฟ่า กลายเป็นเป้าหมายสำคัญของ โปรตุเกส ในฐานะเจ้าภาพหมายมั่นปั้นมือเป็นอย่างมากว่าจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ให้ได้อีกครั้งด้วยทีมที่ลงตัว นำโดย บรูโน่ แฟร์นานเดส, กอนซาโล่ กูเอเดส, วิลเลียม คาร์วัลโญ่, แบร์นาโด้ ซิลวา โดยมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์เป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งพวกเขาผ่านทะลุไปชิงชนะเลิศกับ เนเธอร์แลนด์ ได้สำเร็จ และไม่ทำให้ผิดหวัง แมตช์ดังกล่าวพวกเขาก็เป็นฝ่ายทำได้ดีกว่อย่างชัดเจน โดยเฉพาะจังหวะการต่อบอลอย่างไหลลื่นของกองกลาง กับกองหน้า ที่ทลายแนวรับอันแข็งแกร่งของ อัศวินสีส้ม ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนสุดท้ายสามารถคว้าแชมป์รายการเมเจอร์ไปครองเป็นใบที่ 2 ของทีมชาติ ต่อหน้าแฟนบอลของทีมตัวเองที่สนาม เอสตาดิโอ โด ดราเกา นอกจากนั้นยังทำสถิติเป็นยุโรปชาติแรกในรอบ 21 ปี ที่เป็นเจ้าภาพ และคว้าแชมป์เมเจอร์ นับตั้งแต่ ฝรั่งเศส เคยทำไว้ครั้งสุดท้ายในฟุตบอลโลก ปี 1998 อีกด้วย

9. ทีมชาติฮอลแลนด์

ปีที่ผ่านมา อัศวินสีส้ม เนเธอร์แลนด์ กลับมาผงาดบนทัวร์นาเม้นต์ระดับเมเจอร์อีกครั้ง หลังห่างหายเวทีระดับเมเจอร์ไปตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 2014 พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย ฟุตบอล ยูโร 2020 เป็นที่เรียบร้อย เข้ารอบเป็นที่ 2 ของกลุ่มซี ซึ่งผลงานในรอบคัดเลือกก็จัดได้ว่าดีไม่น้อย ด้วยยุคใหม่ที่สดใสกว่าเดิม จากการมีแข้งดาวรุ่งพรสวรรค์ที่ก้าวขึ้นมาหลายรายพร้อมเป็นอนาคตของทีมแทบทุกตำแหน่ง แนวรับดั่งหินผา กองกลางอันสมดุล อาวุธแนวรุกที่พร้อมผลิตสกอร์ รวมไปถึงการเข้ามาของ โรนัลด์ คูมัน ที่มารับงานต่อ ดิ๊ก อัดโวคาท ซึ่งตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหลังล้มเหลวในการพาทีมผ่านเข้ารอบไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซีย 2018 ด้วยประสบการณ์ของเขาและความเป็นยอดนักเตะระดับตำนานของทีมชาติ บารมีของเขามีส่วนในการช่วยรวมทีมให้เป็นหนึ่งเดียว เขาได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงและฟื้นฟูทีมชาติหลายอย่าง ทั้งการให้โอกาสเหล่าดาวรุ่งขึ้นมาแจ้งเกิด สไตล์ของ คูมัน นั้นระห่ำตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่นแล้วสืบทอดมาจนถึงกุนซือที่กล้าได้กล้าเสียเปิดเกมรุกทำให้ เนเธอร์แลนด์ กลับมาเป็นทีมที่คลั่งไคล้เกมบุกอีกครั้งรวมถึง โททัล ฟุตบอล อันเลื่องชื่อ แน่นอนว่าประสบการณ์การคุมทีมอันโชกโชนของเขามีโอกาสพาฮอลแลนด์กลับมาประสบความสำเร็จในเวทีระดับเมเจอร์ได้อีกครั้ง

8. เชลซี

เชลซี ในปีที่ผ่านมาสามารถคว้าแชมป์รายการยุโรปอย่าง ยูฟ่า ยูโรป้าลีก ได้สำเร็จ ด้วยการถล่ม อาร์เซน่อล ในนัดชิงชนะเลิศไปถึง 4-1 กลายเป็นทีมแรกในศตวรรษที่ 21 ที่ได้แชมป์ ยูฟ่า ยูโรป้าลีก มาครองโดยการไม่แพ้ใครเลยตลอดเส้นทางที่ผ่านมา นอกจากนี้ผู้เล่นในทีมอย่าง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ยังกลายเป็นนักเตะคนสำคัญของตัวนาเม้นต์ ครองตำแหน่งดาวซัลโวประจำทัวร์นาเม้นต์ ด้วยการยิงไปทั้งหมด 11 ประตู ถือเป็นอีกปีที่ เชลซี ทำได้อย่างยอดเยี่ยม อย่างไรก็ตามช่วงกลางปีพวกเขาก็ต้องพบกับการปลี่ยนแปลง เอแด็น อาซาร์ จอมทัพคนสำคัญย้ายออกจากทีมไปยัง เรอัล มาดริด และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เข้ามาทำหน้าที่กุนซือแทน เมาริซิโอ ซาร์รี่ แถมทีมยังต้องประสบกับปัญหาโดนแบนห้ามซื้อนักเตะเสริมทัพอีก ทว่าแม้จะเปิดหัวฤดูกาล 2019/2020 ไม่สวยเท่าไหร่ พวกเขาก็ยังคงประคองทีมให้ผ่านปี 2019 ด้วยการรั้งอันดับ 4 ตารางคะแนน และยังอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อยู่ อาจจะเจออุปสรรคขวากหนามในปีที่ผ่านมา แต่ผลงานของพวกเขาก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีไม่น้อย

7. แอลจีเรีย

ทีมชาติแอลจีเรีย นำโดยกุนซือ ฌาเมล เบลมาดี้ และกัปตันทีมสตาร์ดังยัง ริยาด มาห์เรซ สร้างประวัติศาสตร์ผงาดคว้าแชมป์ แอฟริกา เนชั่นส์ คัพ ด้วยการเฉือนชนะ เซเนกัล ได้สำเร็จในรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้เป็นสมัยที่ 2 ของทีมชาติ และเป็นการครองจ้าวแห่งทวีปแอฟริกาเป็นครั้งแรกในรอบ 29 ปี หลังก่อนหน้านี้เคยได้ไปในปี 1990 จากผลงานยอดเยี่ยมของทีมชาติส่งให้ อิสมาเอล เบนนาแซร์ กองกลางแอลจีเรีย คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์ และ กุนซือ ฌาเมล เบลมาดี้ กลายเป็นที่จับตามองของบรรดาทีมในยุโรป นอกจากนี้เขายังคว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมในงานประกาศรางวัลประจำปีของทวีปแอฟริกาไปครอง

6. ทีมชาติสหรัฐอเมริกาหญิง

กลายเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จและสร้างประวัติศาสตร์อีกทีมในปีที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาทีมหญิงผงาดคว้าแชมป์โลกหญิง 2019 ได้สำเร็จ โดยเอาชนะคู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศออย่าง ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ 2-0 ในการแข่งขันที่เมืองลียง ฝรั่งเศส แชมป์ครั้งนี้ถือเป็นแชมป์โลกฟุตบอลหญิงสมัยที่ 4 ของทีมชาติสหรัฐอเมริกา และเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากที่คว้าแชมป์ไปเมื่อ 4 ปีก่อนที่แคนาดา นอกจากนี้พวกเธอยังสร้างสถิติสามารถเอาชนะทีมจากยุโรปได้ทั้งหมดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่สวีเดน สเปน ฝรั่งเศส อังกฤษ และ เนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นแชมป์ยุโรปรายล่าสุดด้วย จากผลงานยอดเยี่ยมส่งให้ เมแกน ราปิโน แข้งสาวจอมเก๋าเจ้าของดาวซัลโวและนักเตะยอดเยี่ยมทัวร์นาเม้นต์ คว้าบัลลงดอร์หญิงประจำปีได้สำเร็จ และผู้จัดการทีมสาวอย่าง จิลล์ เอลลิส คว้ารางวัลกุนซือทีมหญิงยอดเยี่ยมประจำปีไปครอง เรียกได้ว่าพวกเธอไม่ได้มีดีแค่สวยแต่ยังเก่งอีกด้วย

5. ฟลาเมงโก้

ฟลาเมงโก้ ทีมดังจากบราซิล ภายใต้การนำทัพของกุนซือมากประสบการณ์อย่าง ชอร์เก้ เชซุส สร้างชื่อขึ้นมาอีกครั้งหลังจากผงาดคว้าแชมป์ โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส เป็นแชมป์รายการระดับเมเจอร์ได้สำเร็จในรอบ 38 ปี เที่ยบเท่ากับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ของยุโรป ด้วยการแซง ริเวอร์เพลท ในเกมรอบชิงชนะเลิศสุดดราม่า 2-1 ฟลาเมงโก้ เป็นอีกทีมที่เต็มไปด้วยเหล่านักเตะนักเตะเก๋าประสบการณ์คุ้นหน้าคุ้นตาค้าแข้งในยุโรปหลายคน นำโดย ดิเอโก้ อัลเวส อดีตนายทวาร บาเลนเซีย วัย 34 ปี จอมเซฟจุดโทษ เฝ้าเสา ฟิลิเป้ หลุยส์ แบ๊กซ้ายจอมเก๋าวัย 34 ปี อดีตแข้ง แอตเลติโก มาดริด และ เชลซี ปักหลักแนวรับเช่นเดียวกับ ราฟินญ่า อดีตแบ๊กขวาของ บาเยิร์น มิวนิค แดนกลางมี ดิเอโก้ ริบาส เดอ คุนย่า เคยค้าอยู่กับ ปอร์โต้, เบรเมน และ ยูเวนตุส เป็นกัปตันทีมทำเกมแดนกลาง ประสานงานกับ แชร์ซอน อดีตกองกลางโรม่า ช่วยตัดเกมในแดนกลาง ส่วนกองหน้า กาเบรียล บาร์โบซ่า หรือ กาบิโกล แข้งยืมตัวมาจาก อินเตอร์ มิลาน ปักหลักเป็นหน้าตัวเป้าล่าตาข่าย ซึ่งผลงานในปีที่ผ่านมาพวกเขาเป็นทีมที่แพ้ยากมาก ก่อนเกมรอบชิง โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส ฟลาเมงโก้ ไม่แพ้ใครมาทุกรายการ 25 นัดรวด น่าเสียดายที่อาจจะไม่สมหวังกับการคว้าแชมป์ สโมสรโลก แต่ทีมของพวกเขาก็ดีพอที่จะติดเป็นหนึ่งในลิสต์ทีมยอดเยี่ยมประจำปี 2019 ที่ผ่านมา

4. อาแจ็กซ์

ทีมพลังหนุ่มของกุนซือที่เนื้อหอมสุด ๆ ในยุโรปตอนนี้อย่าง เอริค เทน ฮาก พาทีมพลังหนุ่มสร้างปรากฏการณ์ทะลุถึงรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยการเขี่ย ยูเวนตุส ตกรอบ ด้วยพลังของเด็กหนุ่มในทีมที่อายุเฉลี่ยไม่เกิน 26 ปี แต่กับสู้ทีมใหญ่มีประสบการณ์อย่าง ยูเวนตุส ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้นักเตะหลายคนเป็นที่จับตามองขึ้นมาในทันที เช่น เฟรงกี้ เดอ ยอง, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค, มัทไธส์ เดอ ลิกต์, ฮาคิม ซีเย็ค หรือแม้กระทั่ง อองเดร โอนาน่า ผู้รักษาประตูของทีมก็กลายเป็นที่จับตามอง อย่างไรก็ตามแม้ว่าพวกเขาจะพลาดท่าให้กับ สเปอร์ส ในรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ อาแจ็กซ์ ชุดนี้ก็ได้รับการชื่นชมจากหลายฝ่าย ซึ่งพวกเขาอาจไปไม่ถึงฝันในการคว้าถ้วยบอลยุโรป แต่บอลในประเทศ อาแจ็กซ์ กวาดทั้งแชมป์ลีก และ แชมป์บอลถ้วยในประเทศ ได้สำเร็จ รวมถึงคว้าแชมป์ ดัตช์ ซูเปอร์ คัพ ประเดิมก่อนเริ่มฤดูกาล 2019/2020 อีกด้วย เท่ากับปี 2019 พวกเขากวาดทุกแชมป์ในประเทศได้สำเร็จ

3. ทีมชาติบราซิล

ทัพ เซเลเซา บราซิล ภายใต้การนำทีมของกุนซือมากฝีมืออย่าง ติเต้ ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางเอาไว้หลังจากคว่ำ เปรู ที่สนามเอสตาดิโอ มาราคาน่า ไป 3-1 ผงาดคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา 2019 โดยเป็นแชมป์รายการนี้ครั้งแรกในรอบ 12 ปีของประเทศ และเป็นสมัยที่ 9 ด้วย ซึ่งหากได้ติดตามพวกเขาในปีที่ผ่านมาต้องบอกว่า บราซิล กลับมาเป็น บราซิล อีกครั้ง ทีมชาติที่ประกอบด้วยสายเลือดใหม่ผสมสายเลือดเก๋าประสบการณ์ ด้วยขุนพลที่มากไปด้วยทักษะเฉพาะตัว และเล่นเพื่อทีมอย่างแท้จริง ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่น่ากลัวตั้งแต่ผู้รักษาประตูยันกองหน้า อาจจะไม่ใช่แซมบ้าสไตล์แบบอดีตที่มีลีลาพริ้วไหวฟอร์มสวยหรู แต่เป็นนิวแซมบ้า ที่เน้นผลการแข่งขันมากขึ้น อย่างไรก็ตามยังให้กลิ่นไอความเป็น บราซิล สไตล์อยู่ ถือเป็นอีกทีมที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก และมีผู้เล่นหน้าใหม่หลายคนแจ้งเกิดเพิ่มมูลค่าตัวเองหลังจากรับใช้ทีมชาติในปีที่ผ่านมา


2. แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ในช่วงปีที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การนำทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กวาดแชมป์ในประเทศได้ทั้งหมด ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และ ลีกคัพ อังกฤษ รวมไปถึง คอมมูนิตี้ ชิลด์ แชมป์การกุศลเก่าแก่ซึ่งพวกเขาเอาชนะ ลิเวอร์พูล ได้ สำเร็จ ถือเป็นปีที่พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก พวกเขาเปิดหัวปี 2019 ด้วยการเอาชนะ ลิเวอร์พูล ที่ยังไม่แพ้ทีมใดในลีกมาตลอดปี 2018 และเร่งทำผลงานจนกลับมาแซง ลิเวอร์พูล ในโค้งสุดท้าย และคว้าแชมป์ลีกได้ในที่สุด อย่างไรก็ตามแม้ว่าฤดูกาลนี้ พวกเขาจะฟอร์มตกในลีกไปบ้างเนื่องจากทีมต้องประสบกับปัญหาผู้เล่นตัวหลักมีอาการบาดเจ็บ แต่ถ้ามองฟอร์มโดยรวมในปี 2019 พวกเขายังคงเป็นทีมที่น่ากลัว และพร้อมที่จะไล่ทำคะแนนตามหลังกดดันจ่าฝูงได้ทุกเมื่อ นอกจากนี้พวกเขายังคงทำผลงานในเกมยุโรปได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

1. ลิเวอร์พูล

ไม่มีชื่อของ ลิเวอร์พูล คงจะไม่ได้ ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมอังกฤษทีมแรกที่คว้าแชมป์ระดับนานาชาติได้ถึง 3 แชมป์รายการในปีเดียวกัน ได้แก่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และ สโมสรโลก สำหรับ ลิเวอร์พูล ภายใต้ผู้จัดการทีมอย่าง เยอร์เก้น คล็อปป์ กลับมาเป็นเครื่องจักรสีแดงที่น่าเกรงขามดุดันอีกครั้ง ด้วยขุนพลที่ยอดเยี่ยมที่พวกมีตั้งแต่แนวรับไปจนถึงแนวรุก จากประสบการณ์และบทเรียนต่าง ๆ ที่ทีม ลิเวอร์พูล ชุดนี้ได้ผ่านมาช่วยทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น นักเตะหลายคนติดทีมยอดเยี่ยมทั้งพรีเมียร์ลีก และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รวมถึงมีลุ้นยันรางวัล บัลลงดอร์ โดยที่เสริมทีมเพียงไม่กี่ตำแหน่งเท่านั้น น่าเสียดายที่ในปีที่ผ่านมาพวกเขาพลาดการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ด้วยการแพ้คะแนน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปเพียง 1 แต้มเท่านั้น พวกเขากลายเป็นทีมรองแชมป์ที่เก็บคะแนนมากที่สุดอีกด้วย อย่างไรก็ตามความยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่องของ ลิเวอร์พูล ทำให้พวกเขากลายเป็นจ่าฝูงตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกในปัจจุบันด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมยังไม่แพ้ใครในพรีเมียร์ลีกมาครบ 1 ปีเต็ม ในฤดูกาลนี้พวกเขารั้งจ่าฝูงตารางคะแนนตั้งแต่เริ่มฤดูกาล นำห่างอันดับที่ 2 ถึง 13 แต้ม ถือเป็นปีทองของพวกเขา และคู่ควรกับการรั้งตำแหน่งทีมยอดเยี่ยมประจำปี 2019 อันดับที่ 1 จริง ๆ

RELATED NEWS