บีจี ปทุม ยูไนเต็ด หรือชื่อเดิม บางกอกกล๊าส เอฟซี ประสบความสำเร็จเมื่อใช้ระยะเวลาเพียง 1 ฤดูกาล เท่านั้นในการเลื่อนชั้นจากไทยลีก 2 กลับขึ้นมาสู่ไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020  การตกชั้นจากไทยลีก 1 ฤดูกาล 2018 ลงไปยังไทยลีก 2 และใช้เวลาในฤดูกาล 2019 ทำผลงานเพื่อเลื่อนชั้นกลับขึ้นมา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมี นิพนธ์ มาลานนท์ หรือ “โค้ชโต” โค้ชผู้รักษาประตู ร่วมอยู่ด้วยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  จึงเป็นการเห็นถึงบรรยากาศในช่วงที่ทีมอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก จนมาถึงช่วงนาทีแห่งความสุข ที่ทีมทำสำเร็จในการกลับคืนสู่ลีกสูงสุด

อย่างไรก็ดีฤดูกาล 2020 เส้นทางการทำงาน ในฐานะ”โค้ชผู้รักษาประตู”ที่มีบทบาทออกแบบการฝึกสอนในตำแหน่งแนวรับขั้นสุดท้าย ระหว่าง “โค้ชโต” กับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เป็นอันต้องยุติลง เมื่อสโมสรตัดสินใจไม่ต่อสัญญาการทำงาน ถือเป็นการปิดฉาก 2 ปี ในภารกิจ   ให้สิ้นสุดลง ถือเป็นการก้าวออกมาเพื่อรอโอกาสในการกลับคืนสู่สนามกับต้นสังกัดใหม่   หากการเจรจาระหว่างสโมสรและอดีตผู้รักษาประตูทีมชาติไทยรายนี้ลงตัว เส้นทางของ “โค้ชโต” นิพนธ์ มาลานนท์ คือการนำเอาประสบการณ์ในฐานะผู้รักษาประตูสโมสรฟุตบอล ธนาคารกสิกรไทย จนมาถึงทีมชาติไทย ในยุคปี 2535 จนถึงปี 2538 กระทั่งแขวนถุงมือ และหันไปเอาดีในงานในตำแหน่งโค้ชผู้รักษาประตูนับตั้งแต่ปี 2554 เรื่อยมา เขาร่วมงานกับหลายสโมสรไม่ว่าจะเป็น เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด, การท่าเรือแห่งประเทศไทย, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, สุพรรณบุรี เอฟซี, ราชบุรี มิตรผล เอฟซี จนมาถึงบีจี ปทุม ยูไนเต็ด   รายงานพิเศษ  :   “โค้ชโต”... นิพนธ์ มาลานนท์  ในวันที่กลับมานับหนึ่ง   “เป้าหมายผม อยากใช้เวลาทำงานภาคสนามในฐานะโค้ชผู้รักษาประตูอีก 2 ปี ส่วนอนาคตต่อไปที่วางเอาไว้ คือการออกไปทำหน้าที่โค้ชเทรนนิ่ง สร้างความรู้ให้บุคลากรที่จะก้าวขึ้นมาทำงานด้านนี้ ที่ผ่านมาผมใช้เวลาส่วนหนึ่งจากที่ทำงานประจำในอดีตควบคู่ไปกับการให้ความรู้ขึ้นพื้นฐานแก่โค้ชผู้รักษาประตู หรือผู้สนใจการทำหน้าที่ผู้รักษาประตู โดยสื่อสารในเรื่องนี้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แต่งานด้านนี้ก็ตอบโจทย์ได้ไม่มากนัก ผมจึงอยากจะลงพื้นที่ไปเป็นวิทยากรในแบบให้ความรู้กับผู้เรียนอย่างแท้จริง” นิพนธ์ มาลานนท์ อดีตโค้ชผู้รักษาประตู บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เล่าถึงเป้าหมายที่วางไว้ในอนาคต เดือนธันวาคม  “โค้ชโต” ใช้เวลาว่างในช่วงที่กำลังหาต้นสังกัดใหม่ด้วยการทำหน้าที่วิทยากรฝึกอบรมโค้ชผู้รักษาประตู  โดยร่วมมือกับมูลนิธิไทยคม และอัลไพน์ ฟุตบอลแคมป์เทรนนิ่ง กรุงเทพฯ ทำหลักสูตรอบรมผู้รักษาประตูขั้นพื้นฐานแบบไม่มีค่าใช้จ่าย แบ่งการอบรมออกเป็น 2 รุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นมีผู้ให้ความสนใจเข้าอบรมไม่ต่ำกว่า 30 คน โดยผู้อบรมมีทั้งครูพลศึกษา รวมทั้งโค้ชผู้รักษาประตู ที่ต่างมีเป้าหมายเดียวกัน คือนำองค์ความรู้ที่ได้ไปต่อยอด “มันคือประสบการณ์ที่ดีในการทำหน้าที่วิทยากร สร้างความรู้เฉพาะทางให้ผู้สนใจ ผมเห็นได้ถึงความกระตือรือร้นของผู้อบรม มีคำถามเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา คือสิ่งที่จุดประกายให้ผมเห็นความสำคัญต่อการทำหน้าที่วิทยากรฝึกอบรมอย่างจริงจัง แน่นอนงานด้านนี้ผมทำคนเดียวไม่ได้ ต้องได้รับการช่วยเหลือจากผู้ที่เห็นถึงคุณค่า อยากให้ผู้ใหญ่ที่มีความพร้อม มองโครงการนี้ว่าคือการสร้างคน หรือสร้างบุคลากรเพื่อที่จะไปเพาะเมล็ดพันธุ์ อันหมายถึงการสร้างผู้รักษาประตูเข้าสู่วงการกีฬาฟุตบอล ผมเองพร้อมที่จะทำหน้าที่ตรงนั้นในแบบของการอุทิศเวลา แต่โครงการนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีคนเห็นถึงคุณค่า เข้ามาให้การช่วยเหลือ เพื่อขับเคลื่อนแนวทาง”

นิพนธ์ กล่าวด้วยว่า การแยกทางกับบีจี ปทุม ยูไนเต็ด คือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นบนวิถีของฟุตบอล ไม่ช้าก็เร็ว เป็นเรื่องที่ต้องยอมรับ เพราะในระบบอาชีพงานด้านนี้คือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา “วิกฤติเป็นโอกาส ผมมองแบบนี้ ทำให้เราเรียนรู้ว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ผมยังคงมีไฟอยู่ ยังคงพร้อมที่จะทำงานในงานภาคสนามในฐานะโค้ชผู้รักษาประตู อยากจะสู้ต่อกับวงการนี้ไปอีก 2 ปี พร้อมจะพิสูจน์ความสามารถในการพัฒนาผู้รักษาประตูให้ต้นสังกัด ความมั่นใจในหน้าที่ของผมไม่ได้ลดลงเลย ชีวิตกับงานทางด้านนี้คือการต้องพิสูจน์เพื่อให้ผู้อื่นเห็นว่าเรายังมีศักยภาพ มีความสำคัญในการที่จะพัฒนาคน ทำให้เห็นว่าเรายังเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมขับเคลื่อนทีมฟุตบอล ที่มีความเชื่อมั่นในตัวเรา” นิพนธ์  ระบุ

เป็นบทสรุป 2 ปี ในการร่วมงานในถิ่นบีจี ปทุม ยูไนเต็ด และก้าวต่อไปของ “โค้ชโต” นิพนธ์ มาลานนท์ ในวัย 50 เศษ ที่อยากไปให้ถึง

  รายงานพิเศษ  :   “โค้ชโต”... นิพนธ์ มาลานนท์  ในวันที่กลับมานับหนึ่ง

  รายงานพิเศษ  :   “โค้ชโต”... นิพนธ์ มาลานนท์  ในวันที่กลับมานับหนึ่ง

รายงานพิเศษ  :   “โค้ชโต”... นิพนธ์ มาลานนท์  ในวันที่กลับมานับหนึ่ง   รายงานพิเศษ  :   “โค้ชโต”... นิพนธ์ มาลานนท์  ในวันที่กลับมานับหนึ่ง  

รายงานพิเศษ  :   “โค้ชโต”... นิพนธ์ มาลานนท์  ในวันที่กลับมานับหนึ่ง

logoline