เปิดตัวกับ “สระแก้ว เอฟซี”ทีมฟุตบอลในไทยลีก 3 กลุ่มบน สำหรับ สันติ ทรงเต๊ะ หรือ “โค้ชบลู” ที่เข้ามารับหน้าที่ในฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอนให้กับทีมประจำฤดูกาล 2020 ที่กำลังจะออกสตาร์ท ในเดือนกุมภาพันธ์ 2563 และการเปิดตัวกับภารกิจกุนซือ ครั้งนี้ ก็คือบรรยากาศแห่งการร่วมต้อนรับที่อบอุ่น ทั้งจาก ทรงยศ เทียนทอง ประธานสโมสรสระเเก้ว เอฟซี ( นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว ) , วิโรจน์ งามสุคนธ์รัตนา รองประธานสโมสรฯ ,ไพโรจน์ เที่ยงธรรม รองประธานสโมสร, กิตติ ปักครึก ผู้จัดการทีม
การร่วมงานกับสระแก้ว เอฟซี ถือเป็นการกลับคืน สู่ชีวิตของกุนซือทีมฟุตบอลอย่างเต็มตัว ของ”โค้ชบลู”หลังจากที่ฤดูกาล 2019 คือ การพักภารกิจ กับฟุตบอลอาชีพ เพื่อไปสานต่อกับการทำทีมฟุตบอลนักเรียนให้กับโรงเรียนปทุมคงคา ในฐานะศิษย์เก่าของสถาบัน และดูแลศูนย์ฝึกฟุตบอลกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ ”โค้ชบลู” เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมา และเข้าสู่ปีที่ 7 กับศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งนี้ ที่ต้องการสร้างพื้นฐานในกีฬาฟุตบอล ให้กับเยาวชนในพระนครศรีอยุธยา
เส้นทางของ “ โค้ชบลู” ที่มีโปรไฟล์โค้ชระดับ เอไลเซนส์ ก็คือ การใช้เวลาร่วม 20 ปี อยู่กับวงการฟุตบอล เริ่มจากทีมฟุตบอลโรงเรียนปทุมคงคา 2540-2552 , สโมสรนนทบุรี เอฟซี,สโมสรอยุธยา เอฟซี , สโมสรโคปูนวอริเออร์ , สโมสรปากน้ำโพ NSRU FC 2560 ส่วนการทำงานกับทีมชาติไทย คือ ภารกิจในฐานะผู้ช่วยหัวหน้าผู้ฝึกสอนฟุตบอลเยาวชนทีมชาติไทยชุดอายุ 16,17,19,20,21,23 ปี ระหว่างปี 2548-2558
“ผมขอขอบคุณผู้บริหารสโมสรสระแก้ว เอฟซี ที่ให้ความไว้วางใจ ให้เข้าทำหน้าที่ สโมสรแห่งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งทีม ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ด้วยแนวทางที่ตรงกันกับทางสโมสร การให้อิสระและสนับสนุนปัจจัยในๆทุกด้าน ผมเชื่อว่านี่จะทำให้การทำงาน เป็นไปอย่างเกิดประสิทธิภาพ ผมอาจจะพักการทำทีมฟุตบอลไป 1 ฤดูกาล แต่ที่ผ่านมา ผมก็ติดตามความเคลื่อนไหวของฟุตบอลไทยลีก 3 อยู่ตลอดเวลา ไม่ได้ทิ้งงานไปทีเดียว ดังนั้นจึงให้ความมั่นได้ว่า เมื่อได้รับโอกาสให้เข้ามาทำทีม ก็พร้อมที่จะเดินหน้าทันที” สันติ ทรงเต๊ะ หัวหน้าผู้ฝึกสอน สระแก้ว เอฟซี แสดงความมั่นใจกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
การกลับคืนสู่สนามครั้งนี้ สำหรับ “โค้ชบลู” จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง เพราะข้อจำกัดเฉพาะหน้า ที่ต้องยอมรับก็คือ ต้นสังกัดอย่าง “ สระแก้ว เอฟซี” คือทีมฟุตบอลระดับจังหวัด ที่ไม่ได้มีฐานะทางการเงินที่ร่ำรวย ดังนั้นแนวทางการทำทีม จึงเป็นไปในแบบที่มีข้อจำกัดอยู่บ้าง และประเด็นนี้ ก็ถือเป็นการบ้านที่จะวัดประสิทธิภาพการทำงานของหัวหน้าผู้ฝึกสอน ที่จะพาทีมไปถึงเป้าหมาย ว่าด้วยปัจจัยดังกล่าว ถึงที่สุดแล้ว “ โค้ชบลู”จะรับมือ หรือหาทางออกอย่างไร
ในเส้นทางฟุตบอลอาชีพ หากประเมินจากอายุในวัย 40 เศษ ชื่อเสียงของ สันติ ทรงเต๊ะ ถือได้ว่าเป็นบุคลากรที่ เป็นดาวรุ่งคนหนึ่ง ผ่านประสบการณ์มากมายกับการคุมทีมฟุตบอล และผลงานล่าสุดที่ฝากไว้ ก็คือ อยุธยา เอฟซี ทีมในไทยลีก 3 กลุ่มบน ที่จบผลงานด้วย อันดับ 7 จาก 14 ทีม ในฤดูกาล 2018 เพียงแต่ฤดูกาล 2020 คือ การเดินทางจากอยุธยา ไปปักหลักที่สระแก้ว พร้อมกับภารกิจในการสร้างทีม
ผลงานของ สระแก้ว เอฟซี ประจำฤดูกาล 2019 คือ การจบที่อันดับ 11 จาก 13 ทีม จากการลงแข่งขัน 24 นัด ชนะ 6 เสมอ 5 แพ้ 13 ซึ่งแน่อนว่า ถือเป็นการบ้านที่หนักมาก หากมองไปถึงฤดูกาล2020 ที่กำลังจะมาถึง และนี่ก็คือภารกิจ ที่ถูกเชื่อมโยงไปยัง บทบาทของ”โค้ชบลู” กับการนำพาต้นสังกัด
โค้ชบลู กล่าวว่า สิ่งที่ให้ความสำคัญมากที่สุดในขณะนี้ เพื่อให้ทีมพร้อมสูงสุด กับภารกิจไทยลีก 3 ก็คือ การแสวงหาผู้เล่นเข้าสู่ทีม ภายใต้โครงสร้างใหม่ในฐานะผู้ดูแล คำถามก็คือทำอย่างไรที่จะให้ขุมกำลังชุดเก่า กับผู้เล่นใหม่ที่เสริมเข้ามา เกิดความลงตัวเป็นเนื้อเดียวกัน และที่สำคัญ ก็คือ การทำผลงานในอันดับของตารางในไทยลีก กลุ่มบน ให้สระแก้ว เอฟซี ได้อยู่ในพื้นที่ๆปลอดภัย
การบ้านหรือภารกิจเหล่านี้ คือสิ่งที่กำลังจะวัดการทำงานของ “ โค้ชบลู” ในวันที่กลับคืนสู่ภารกิจกุนซือ โดยมี”สระแก้ว เอฟซี” ทีมในไทยลีก 3 กลุ่มบน เป็นเกณฑ์ประเมินผลการทำงาน










