กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงอย่างมากเกี่ยวกับการย้ายทีมของ ลิโอเนล เมสซี่ ซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนติน่า ที่ได้แทงเรื่องไปยังบอร์ดบริหารของ บาร์เซโลน่า ว่าเจ้าตัวมีความประสงค์อยากจะย้ายออกจากถิ่นคัมป์ นู หลังไม่พอใจการทำงานของเหล่าผู้บริหารทั้งหลาย
ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นสื่อหลายสำนักก็ได้ทำการคาดการณ์กันว่าเต็ง 1 ในตอนนี้เป็นของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่มี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เจ้านายเก่าเป็นกุนซือ หรือเต็ง 2 อย่าง เปแอสเช ที่พร้อมทุ่มเงินเพื่อนำไปประสานงานร่วมกับ คีเลียน เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์
ซึ่งมันคงจะแปลกไม่ใช่น้อยเมื่อนักเตะที่สร้างอิมแพ็คได้มากขนาดนี้จะไม่มีชื่อของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้ามามีเอี่ยวในการล่าลายเซ็นของ เมสซี่ ด้วย โดยตอนนี้ร้านรับพนันถูกกฎหมายต่างยกให้พวกเขาคือเต็ง 5 ในการคว้าตัวแข้งชาวอาร์เจนติน่าไปครอง
ว่าแล้ว เราเลยพยายามที่จะหาเหตุผลที่เหมาะสมว่าทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงเป็นตัวเลือกที่ ลิโอเนล เมสซี่ ควรที่จะย้ายมา ซึ่งจะมีอะไรกันบ้าง ไปติดตามกันได้เลย
สปอนเซอร์ที่ชื่อ อาดิดาส
ช่วงหลังเราจะเห็นกันเยอะมาก ถ้าสมมุติสโมสรที่มีผู้สนับสนุนชุดแข่งเป็นของแบรนด์ที่นักเตะที่ตกเป็นเป้าหมายใช้ ก็มักจะถูกโยงว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ จะเข้ามามีเอี่ยว หรือช่วยออกเงินในการซื้อตัวนักเตะคนนั้นให้ ยกตัวอย่างกรณีของ ปอล ป็อกบา ที่เคยมีการประโคมข่าวกันอย่างหนักว่า อาดิดาส สปอนเซอร์เกี่ยวกับชุดแข่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วยออกเงินในการพาตัวมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสกลับมาค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้ง ส่วนหนึ่งก็เพราะว่า ป็อกบา เองก็เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับผู้ผลิตเจ้านี้อยู่แล้วมันเลยทำให้การพูดคุยนั้นมันง่ายมากยิ่งขึ้น
และกับสถานการณ์ของ ลิโอเนล เมสซี่ ในช่วงนี้ มันเลยทำให้มีสื่อบางเจ้า แฟนบอลบางกลุ่มตั้งสมมุติฐานว่าถ้าเกิด อาดิดาส จะเป็นส่วนช่วยในการดึง เมสซี่ มายังโรงละครแห่งความฝันนั้นมันเป็นไปได้มากขนาดไหน? เพราะ เมสซี่ เองก็เป็นพรีเซนเตอร์แบรนด์ 3 แถบนี้มาอย่างยาวนาน แต่ก็อย่าลืมว่าทาง อาดิดาส เขาก็ไม่ได้สนับสนุน และเป็นสปอนเซอร์ให้กับทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมเดียวซะที่ไหน เพราะถ้าชายตามองดูเหล่าทีมเต็งทั้งหลาย ยูเวนตุส เองก็ใช้แบรนด์เดียวกัน อีกทั้งยังมีซุปตาร์อีกรายอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อีก ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วก็ลองชั่งน้ำหนักดูว่า เมสซี่ หรือ อาดิดาส ควรจะเอนเอียงไปฝั่งไหน
แต่... อย่าลืมว่าโลกของฟุตบอลมันก็อาจเกิดอะไรที่ไม่คาดฝันขึ้นได้ตลอดเวลา
ความท้าทาย
ในวัย 33 ปีของ ลิโอเนล เมสซี่ เชื่อว่าเจ้าตัวยังคงมีไฟอยู่ในร่างกายอย่างเต็มเปี่ยมพร้อมที่จะไล่ล่าความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญคือการออกมาจากบ้านหลังเก่าอย่าง บาร์เซโลน่า หนึ่งในสิ่งที่ เมสซี่ ต้องเผชิญด้วยนั้นก็คือเรื่องของความท้าทาย ฉะนั้นแล้วถ้าสมมุติ "เลโอ" ได้มาลงเอยกับ แมนฯ ยูไนเต็ด นอกจากเจ้าตัวจะยังคงได้โลดแล่นในเวทีลีกใหญ่ยุโรป ความท้าทายในการพาให้ปีศาจแดงตัวนี้กลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้งถือว่าเป็นภารกิจ 10 แรงถีบที่น่าสนใจไม่ใช่น้อย
ซึ่งความท้าทายนี้เริ่มตั้งแต่การกอบกู้ให้สโมสรกลับไปยืนในจุดเดิมอย่างการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้ได้อีกครั้งภายหลังห่างหายมานานกว่า 7 ปีเข้าให้แล้ว ไหนจะเป็นเรื่องโทรฟี่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกที่ทัพ "ปีศาจแดง" คว้าแชมป์มาเชยชมได้ล่าสุดก็เมื่อปี 2008 หรือ 12 ปีที่แล้ว เห็นแล้วใช่ไหมครับว่าสิ่งที่กล่าวมามันน่าท้าทาย และลิ้มลองดูสักครั้งเหมือนกัน
ทีมกำลังมีอนาคต ไปได้สวย
ก็ต้องยอมรับว่าฟอร์มการเล่นในช่วงหลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด ดูดีมีอนาคตพอสมควรเลยทีเดียว นับตั้งแต่ได้ บรูโน่ แฟร์นานเดส เข้ามาเสริมให้กับทีม บวกกับเหล่าแข้งวัยรุ่นอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซยาล หรือ เมสัน กรีนวู้ด มันยิ่งทำให้บรรยากาศในทีมตอนนี้มีแต่เรื่องราวดีๆ ออกมา
บวกกับตอนนี้ตำแหน่งหน้าฝั่งขวาของ "ปีศาจแดง" กำลังขาดหาย เมสซี่ ก็จะเข้ามาเติมเต็มในพื้นที่ดังกล่าว ถึงแม้กุนซือของทีมอย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะเน้นแนวทางการปลุกปั้นนักเตะอายุน้อย แต่ในเคสนี้เชื่อว่าถ้ามาจริง โซลชา คงต้องยอม เพราะมันไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธดาวยิงเบอร์ต้นของโลกใบนี้
แมนยูฯ มีเงินจ่าย
ต้องบอกว่าเหตุผลข้อนี้ถือว่าเข้าท่ามากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าพูดกันตามตรงเงินในคลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีเงินให้ใช้แบบเหลือเฟือ ถึงแม้จะโดนพิษเศรษฐกิจจากโควิด-19 เล่นงานไปบ้าง แต่มันก็ไม่ได้ส่งผกระทบอะไรมากมายถึงขนาดที่ทีมไม่อาจควักค่าเหนื่อย หรือค่าตัวในการคว้าตัว เมสซี่ มาเป็นที่ครอบครอง
ซึ่งเรื่องของเงินๆ ทอง ตรงนี้อาจมีแฟนบอลบางท่านคิดว่าแล้วทำไมในดีลของ ซานโช่ ที่ทาง ดอร์ทมุนด์ เรียกมา 120 ล้านยูโร ทางบอร์ดบริหารของ "ปีศาจแดง" จึงไม่ยอมควักจ่ายเรื่องจะได้จบๆ ไป โดยประเด็นนี้ทางบอร์ด แมนฯ ยูไนเต็ด มองว่าค่าตัวของ จาดอน ซานโช่ มันไม่น่าจะถึง 100 ล้านยูโร บวกลบน่าจะอยู่ที่ประมาณ 80-90 ล้านเท่านั้น แต่ถ้าถามว่าเงินจำนวน 120 ล้านจ่ายไหวไหม? ก็คงต้องบอกว่าไหวแต่แค่ต้องการดึงเวลาในการต่อรองเท่านั้นเอง
วกกลับมาในประเด็นของ เมสซี่ ทั้งค่าเหนื่อยต่อสัปดาห์ หรือค่าตัว มันคุ้มค่าอยู่แล้วในการจะดึงตัวมาเป็นซุปเปอร์สตาร์ของทีม ลำพังการขายเสื้อก็คงทำกำไรได้มหาศาลพอควร ฉะนั้นถ้าเอาเรื่องของเงินมาพูดกันเชื่อว่าทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็สู้กับเหล่าทีมเต็งได้แบบไม่เป็นรองเลยทีเดียว
- เปา ขอบสนาม -