จุดเด่น-จุดอ่อน ของอังกฤษในศึกยูโร 2020
เหลืออีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้นสำหรับทีมชาติอังกฤษพวกเขาก็จะสามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ยูโรสมัยแรกมาครองได้สำเร็จ หลังรอคอยกันมาแสนนาน
สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับเลยว่าทัวร์นาเมนต์ในครั้งนี้คือทัพ "สิงโตคำราม" มีผลงานที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก จนกระทั่งกรุยทางเข้ารอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่ทว่าทุกอย่างมันต้องมีทั้งจุดเด่น และข้อด้อยให้มาได้พูดถึงกัน
ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราจะพาไปดูจุดเด่น และจุดอ่อนของทีมชาติอังกฤษในยูโร 2020 คราวนี้กันว่าจะมีอะไรบ้างที่พวกเขาแสดงออกมาตลอดทัวร์นาเมนต์การแข่งขันในครั้งนี้
จุดเด่น
แนวรับแข็งแกร่ง
ย้อนกลับไปก่อนที่ทัวร์นาเมนต์ยูโร 2020 จะเริ่มเปิดฉากขึ้น วันที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต ได้ทำการตัดตัวนักเตะรอบสุดท้ายก่อนประกาศออกมาพร้อมกับการหิ้วเอาผู้เล่นในแผนกเกมรับมาร่วมทัพมากถึง 10 รายด้วยกัน ตอนนั้นเสียงวิจารณ์ถาโถมใส่เขามากพอควรว่าใช้โควต้าในตำแหน่งกองหลังเยอะเกินไปหรือไม่ เพราะในแต่ละตำแหน่งมีตัวเลือกให้ใช้มากกว่า 2 คนด้วยซ้ำ
แต่ทว่าในเมื่อผลงานทุกอย่างมันยังไม่ออกมา ไม่แปลกที่แฟนบอลจะหล่นเสียงวิจารณ์ และความคิดเห็นว่า เซาธ์เกต อาจจะวางหมาก และเดินเกมผิดไปหรือไม่ในการเลือกนักเตะมาสู้ศึกในครั้งนี้ ไม่เว้นแม้กระทั่งเกมนัดเปิดสนามที่เจ้าตัวเซอร์ไพรส์แฟนบอลด้วยโยก คีแรน ทริปเปียร์ ไปยืนแบ็คซ้ายเสียอย่างงั้น ทำเอาคำวิจารณ์ถาโถมแบบคูณสองแม้เกมวันนั้นจะเอาชนะ โครเอเชีย ได้ก็ตาม
หลังจากนั้นดูเหมือน เซาธ์เกต เองก็เริ่มค่อยๆ ปรับสมดุลของทีมให้มันลงตัวมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งได้แผงแบ็คโฟร์ที่แข็งแกร่งนั้นก็คือการใช้ ลุค ชอว์, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, จอห์น สโตนส์ และ ไคล์ วอล์คเกอร์ ยืนเป็นตัวหลัก และมีปรับหมากการยืนบ้างในบางเกมอย่างเช่นนัดที่เอาชนะ เยอรมัน ก็ปรับมาใช้การยืนหลังแบบ 3 คน
ซึ่งด้วยความลงตัวต่างๆ บวกด้วยความแข็งแกร่ง, ความเข้าใจ และมาตรฐานของตัวนักเตะ มันเลยกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ทุกคนในเกมรับช่วยกันสร้างกำแพงที่ยากนักในการให้ฝ่ายตรงข้ามทำลายเข้ามา จนทำให้ถึงตรงนี้พวกเขาเพิ่งเสียไปเพียงประตูเดียวเท่านั้น และเกิดจากจังหวะฟรีคิกที่ เดนมาร์ก ซัดเข้าไป ซึ่งว่ากันตามตรงมันยากนักที่จะป้องกันได้
นอกจากแผงเกมรับแล้วอีก 2 คนที่ต้องเอ่ยปากชื่นชมเลยนั้นก็คือ เดแครน ไรซ์ กับ คาลวิน ฟิลลิปส์ มิดฟิลด์คู่หูที่เข้าขา และช่วยสกรีนเกมรุกของคู่แข่งได้อย่างดีเยี่ยม จนสามารถยึดตัวจริงของทีมในทัวร์นาเมนต์นี้ได้แบบยาวๆ
ฉะนั้นแล้วเมื่อมวลรวมทุกอย่างมันผสมกันออกมา ทุกคนสามารถรีดศักยภาพออกมาเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะมีเกมรับที่แข็งแกร่ง และยอดเยี่ยม จนกระทั่งเป็นส่วนส่งเสริมให้ จอร์แดน พิคฟอร์ม นายด่านของทีมคว้ารางวัลถุงมือทองคำในทัวร์นาเมนต์นี้ไปครองได้สำเร็จ
พลังหนุ่ม
นี่แทบจะเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของพลพรรคทัพ "สิงโตคำราม" ในชุดนี้เลยก็ว่า เพราะขุมกำลังที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต เลือกมานั้นส่วนมากถูกบรรจุอยู่ในโฟเดอร์ที่เรียกว่า "นักเตะดาวรุ่ง" ไม่ว่าจะเป็น รีซ เจมส์ (21 ปี), เดแครน ไรซ์ (22 ปี), จาดอน ซานโช่ (21 ปี), ฟิล โฟเด้น (21 ปี), จู๊ด เบลลิงแฮม (18 ปี) หรือ บูกาโย่ ซาก้า (19 ปี)
ฉะนั้นแล้วด้วยนักเตะแบบนี้นอกจากจะสามารถควบคุมได้ง่าย แถมเมื่อเป็นรุ่นราวเดียวกันทำให้การปรับจูนต่างๆ มันเลยง่ายตามไปด้วย และที่สำคัญเลยคือความกระหายในการไล่ล่าความสำเร็จ การวิ่งตะบึ้งแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยคือจุดเด่นที่เรามองเห็นได้ชัดเจน
นอกจากนั้นหาใช่ว่าพวกเขาจะเป็นเพียงดาวรุ่งธรรมดา แต่พวกเขายังคงพกดีกรีมากพอสมควร รวมไปถึงประสบการณ์ของแต่ละคนที่เก็บกี่ยวในระดับสูงอย่างพรีเมียร์ลีก หรือแชมเปี้ยนส์ลีก
ยกตัวอย่าง โฟเด้น ที่กลายเป็นขุมกำลังหลักของ แมนฯ วิตี้ ชุดคว้าแชมป์ลีก รวมไปถึงการเป็นรองแชมป์ยุโรป หรือ ไรซ์ มิดฟิดล์ตัวตัดเกมจาก เวสต์แฮม ที่ยึดเป็นกองกลางตัวจริงของทีมมาตลอดในช่วงหลัง และผลงานดีจนเนื้อตัวหอมเป็นที่ต้องการของหลายสโมสรใหญ่ รวมไปถึงพวกแจ้งเกิดด้วยผลงานจี๊ดจ๊าดอย่าง จาดอน ซานโช่, เมสัน เมาท์ หรือ บูกาโย่ ซาก้า
และด้วยเหตุนี้การผสมระหว่างแข้งหนุ่ม กับเหล่านักเตะมากประสบการณ์มันเลยเป็นการเกื้อหนุนกันอย่างลึกซึ้ง ใช้ความสดบวกกับความเก๋า ทำให้พวกเขากลายเป็นสิงโตตัวใหญ่ที่ผลงานน่ากลัวอย่างที่เราได้ยลโฉมกัน
มาตรฐานแบบอังกฤษ
เชื่อว่าแฟนบอลส่วนใหญ่ที่ได้เห็นผลงานของอังกฤษในเกมนัดเปิดสนามที่พบกับ โครเอเชีย ต่างคงพูดไปในทิศทางเดียวกันว่าพวกเขาคงไปได้ไม่ไกลมากเท่าไหร่นัก เพราะผลงานที่ไม่ได้ดูน่าหวั่นเกรง รวมไปถึงรูปเกมโดยรวมมันแลดูชวนง่วงมากกว่าน่าสนุก ซึ่งมันไม่แปลกที่หลายคนจะเริ่มสบประมาทฝีมือของพวกเขา
แต่ทว่าฟุตบอลในระดับทัวร์นาเมนต์แบบนี้สิ่งสำคัญคือการรักษามาตรฐาน และค่อยๆ ไต่ระดับความน่ากลัวมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งลูกทีมของ เซาธ์เกต พวกเขาแสดงให้เห็นอย่างต่อเนื่อง จากเกมแรกที่ผลงานไม่เอาอ่าว สู่การปรับเปลี่ยน และยกศักยภาพขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดจนกระทั่งกรุยทางเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จด้วยสถิติไร้พ่าย และไม่เสียประตู แม้จะมีช่องโหว่คือเรื่องการผลิตสกอร์ที่น้อยนิดเพียงหยิบมือ
แต่พอเข้าสู่รอบน็อกเอาท์พวกเขาก็แสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมาไล่ตั้งแต่ไล่โขยกเยอรมัน 2-0 ต่อด้วยถล่ม ยูเครน 4-0 ก่อนเอาชนะ เดนมาร์ก ในช่วงต่อเวลาไปได้ 2-1 ในรูปเกมที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน
ซึ่งนี่แหละคือมาตรฐานของอังกฤษในยุคของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ที่แม้บางครั้งฟุตบอลอาจจะไม่ได้สวยงามเชื้อเชิญให้น่าหลงไหล แต่ทว่าก็สามารถเก็บผลการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม และเป็นที่ต้องการของแฟนบอลได้อย่างสวยงาม ฉะนั้นแล้วถึงตรงนี้มันคงเหลืออีกแค่ก้าวเดียวที่ยิ่งใหญ่ว่าพวกเขาจะเอาตัวรอดกลับออกมาพร้อมโทรฟี่แชมป์ได้หรือไม่
จุดอ่อน
พยามยามมองหาจุดอ่อนของพลพรรค "สิงโตคำราม" ต้องยอมรับเลยว่ายากพอสมควร เพราะด้วยมาตรฐานของทีมที่สามารถกรุยทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลศได้สำเร็จ มันแทบจะเพอร์เฟคในทุกตำแหน่งไล่ตั้งแต่หน้ายันหลัง
จริงอยู่ว่าถ้าช่วงแรกๆ ของทัวร์นาเมนต์อาจมีข้อพิพาทให้ได้พูดถึงทั้งเรื่องของรูปแบบการเล่น, แบบแผน และแท็คติกของ แกเร็ธ เซาธ์เกต รวมไปถึงปัญหากองหน้าที่ผลิตประตูได้น้อยนิด อย่างในรอบแบ่งกลุ่มต้องหวังพึ่ง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เพียงคนเดียว จะแต่ทว่าเขาก็สามารถจัดการแก้ไขกับปัญหาตรงนั้นได้แบบอยู่หมัด ชนิดที่ปิดช่องโหว่ และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม
แต่ถ้าจะมีข้อด้อยสักหนึ่งข้อที่มองเห็นคือคงเป็นเรื่องของลูกประสบการณ์ที่บางคนต้องยอมรับว่ายังไม่นิ่งพอ และยิ่งเมื่อถูกนำมาเปรียบเทียบกับคู่แข่งในนัดชิงชนะเลิศแล้ว เรียกได้ว่ามือคนละระดับชั้นกันเลยในเรื่องของ "ความเก๋า"
แน่นอนเมื่อคุณเลือกใช้นักเตะยังบลัดก็ต้องแลกมาด้วยสิ่งเหล่านี้ แม้หลายคนจะเก็บเกี่ยวมาได้เยอะ แต่ทว่าก็ปฎิเสธไม่ได้ว่ามันยังไม่มากพอ ยกตัวอย่างให้พอเห็นภาพอย่าง คาลวิน ฟิลลิปส์ แม้ผลงานจะโดดเด่น ได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก เป็นมิดฟิลด์ที่ทั้งคอยตัดเกม และมดงานช่วยแดนกลาง แต่ทว่าในเรื่องของความเก๋าเกมต้องยอมรับว่ายังไม่ได้มากมายนัก
ฉะนั้นแล้วนี่อาจเป็นข้อเสียเปรียบ หรือจุดอ่อนที่อังกฤษต้องเผชิญในการเล่นเกมนัดตัดสินกับ อิตาลี ที่มีเหล่านักเตะเขี้ยวลากดินมากเหลือเกิน ซึ่งเราได้เห็นกันแล้วในรอบรองชนะเลิศกับ สเปน ที่ความเก๋าของเขามีส่วนช่วยมากเหลือเกิน
แต่ทว่าถ้ามองในอีกมุมบางทีความสดที่ต้องบดขยี้ในเกมที่มีความหมาย อาจจะพลิกเอาชนะเหล่าแข้งมากประสบการณ์ก็เป็นได้
- Paolinho -