จบลงไปแล้วสำหรับเกมบิ๊กแมตช์ของศึก แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ระหว่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่เปิดบ้านเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปได้ 2-0 เมื่อค่ำคืน (28 ก.ย.) ที่ผ่านมา

ซึ่งในรายละเอียด 90 นาทีถือว่าเป็นเกมที่อุดมไปด้วยเรื่องราวมากมาย และสนุกเหมาะสมกับการรอคอยของแฟนบอลเป็นอย่างมาก  ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราเลยจัด 5 ประเด็นเด็ดๆ จากเกมบิ๊กแมตช์มหาเศรษฐีมาให้ได้ชมกัน ซึ่งจะมีอะไรบ้างไปติดตามกันได้เลย

ขุมกำลัง 11 ตัวจริง

เริ่มต้นกันที่ฝั่ง เปแอสเช ถือว่าพวกเขาจัดหนักขัดเต็มเลยทีเดียว ขนนักเตะชุดที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้ลงไปเจอกับยอดทีมจากอังกฤษ โดยเกมนี้พวกเขาได้ มาร์โก แวร์รัตติ มายืนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางคอยประสานงานร่วมกับ อิดริสซ่า เกย์ และ อันเดร์ เอร์เรร่า ส่วนแนวรุก 3 ประสานก็นำมาโดย ลิโอเนล เมสซี่ ที่สลัดอาการบาดเจ็บกลับมาลงสนามได้สำเร็จ โดยประสานงานร่วมกับ คีเลียน เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์ ส่วนทางฝั่งผู้มาเยือนเกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็ขนแนวรุกชุดใหญ่ไฟกระพริบเช่นกันแนวรุกนำมาโดย แจ็ค กรีลิช, ริยาร์ด มาห์เรซ และ เควิน เดอ บรอยน์ ส่วนหน้าเป้าที่วันนี้พวกเขาใช้บริการของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ในการยืนเป็นหัวหอกคอยทำลายเกมรับของฝั่งเจ้าถิ่น ซึ่งเมื่อกาง 11 ตัวจริงออกมาจะพบว่าประสิทธิภาพของทั้งคู่แทบไม่ได้แตกต่างกันไปเลย ที่เหลือคือการวัดกันในสนามว่าแท็คติกของใครจะได้เข้าเป้ามากกว่ากันเท่านั้นเอง 5 ประเด็นเด็ดหลังเกมบิ๊กแมตช์ เปแอสเช เปิดรังไล่ทุบ ซิตี้

เกมสนุกสมคำรำลือ

นับตั้งแต่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดเริ่มเกมเราจะเห็นได้ว่าทั้งสองทีมพยายามที่จะทำเกมรุกบุกเข้าใส่กัน แต่ทว่าจุดเปลี่ยนมาอยู่ที่ฝั่งเจ้าบ้านที่เฉียบคมกว่าในเรื่องของการจบสกอร์ เมื่อ อิดริสซ่า เกย์ ได้โอกาสซัดโล่งๆ ภายหลัง เนย์มาร์ ยิงแบบแป๊ก ๆ  มาเข้าทาง ซึ่งจุดนี้มันแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของเขาเป็นอย่างมาก ภายหลังได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องพ่วงด้วยยิงประตูเป็นกอบเป็นกำมากขึ้นในซีซั่นนี้ พลันที่ เปแอสเช ใส่สกอร์ขึ้นนำไปก่อนแล้ว ซิตี้ ก็พยายามที่จะเปิดเกมรุกบุกโหมเข้าใส่ ซึ่งก็ถือว่าพวกเขามีความหลากหลายมากพอสมควรสลับขึ้นเกมซ้ายที ขวาที ทั้ง เควิน  เดอ บรอยน์ และ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ก็มีบอลสวยๆ ในการเล่นงานเกมรับของฝั่งเจ้าถิ่นได้อยู่เรื่อยๆ  แต่อย่างเดียวที่ขาดหายคือความเฉียบขาด อย่างในจังหวะที่ แบร์นาโด้ ซิลวา ได้ซ้ำจ่อๆ หน้าปากประตูมันควรจะเป็นประตูตีเสมออย่างมากก็ดันซัดไปชนคานเสียอย่างงั้น ส่วนทางฝั่งเจ้าบ้านก็ใช่ว่าจะแพ็คเกมรับเพียงอย่างเดียวมีจังหวะตอบโต้ที่เตือนทางฝั่ง ซิตี้ ได้เหมือนกัน ส่วนอีกอย่างของความแตกต่างในเกมนี้คือ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ที่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมแทบจะเก็บกินทุกจังหวะการยิงประตูของ แมนฯ ซิตี้ ได้แบบหมดจด สรุปจบ 90 นาที ชัยชนะที่ตกเป็นของฝั่ง เปแอสเช ก็ต้องให้เครดิตแก่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ไม่ใช่น้อยทั้งเรื่องเกมรับที่รับรู้ถึงความเดือดดาลแนวรุกคู่แข่งก็จัดการใส่นักเตะในหมดผึ้งงานลงไปถึง 2 คน ส่วนเกมรุกก็ใช้ประโยชน์จาก 2 ฟูลแบ็คได้เป็นอย่างดี เลยทำให้ยกแรกพวกเขาเป็นฝ่ายเก็บ 3 คะแนนไปครองได้ก่อน

ลิโอเนล เมสซี่

ห้วงวินาทีที่แฟนบอล เปแอสเช รอคอยนั้นก็คือการเปิดซิงตุงแรกของลูกพี่ใหญ่อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ หลังจากใช้ความพยายามมาหลายนัด ก็มาบรรลุผลในเกมใหญ่ที่มีความสำคัญแบบนี้ สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับคือนี่เป็น 90 นาที ที่ เมสซี่ เองอาจจะไม่ได้โดดเด่นมากเท่าไหร่นัก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกมส่วนใหญ่เป็นฝั่ง ซิตี้ ที่เดินหน้าบุกเข้าใส่ แต่ทว่าเวลาที่บอลมาอยู่ในการครอบครองในเท้าของเขาแทบไม่มีจังหวะไหนเลยที่ทำผิดพลาด จ่ายบอลเฉียบขาด เพื่อนเล่นง่าย และแสดงให้เห็นถึงคลาสฟุตบอลโดยเฉพาะจังหวะสังหารประตู อีกอย่างที่รู้สึกเนียนตามากขึ้นคือการเล่นร่วมกับ เนย์มาร์ และ เอ็มบัปเป้ ที่ก่อนหน้านี้อาจจะยังตะกุกตะกักไม่ลงล็อค แต่ว่าเกมนี้เราได้เห็นการเชื่อมกัน การประสานงานกัน มันแสดงให้เห็นว่าพวกเขาได้ปรับตัวเข้าหากันได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนอีกประเด็นที่ฮือฮาคือการที่ เมสซี่ ลงไปนอนอยู่หลังกำแพงตอนป้องกันฟรีคิก เอาจริงไม่คิดว่าจะเห็นภาพแบบนี้เลย แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าพี่แกทุ่มเท และพร้อมทำทุกหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ต่อทีมเช่นกัน  5 ประเด็นเด็ดหลังเกมบิ๊กแมตช์ เปแอสเช เปิดรังไล่ทุบ ซิตี้

เกมรุกของ ซิตี้

อย่างที่เรารู้กันว่าหนึ่งในอาวุธเด็ดของ แมนฯ ซิตี้ ในยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นั้นก็เกมรุกที่เดินหน้าปูพรมกระหน่ำคู่แข่งแบบเลือดเย็น แต่ทว่าในความป่าเถื่อนตรงนั้นมันก็ได้ปรากฎภาพที่ชัดเจนพอสมควรคือพวกเขาเองก็มีปัญหาในเรื่องของการจบสกอร์อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว สังเกตว่าถ้าเกมไหนพวกเขาจะยิงแบบไส้แตกก็จะถล่มชนิดที่คู่แข่งหาทางกลับบ้านแทบไม่ถูก อย่างในแชมเปี้ยนส์ลีกนัดก่อนก็ถล่ม แอลเบ ไลป์ซิก 6-3 หรือในเกมลีกที่พวกเขาสอยนัดละ 5 ประตูไปถึง 2 เกมแล้วกับ อาร์เซน่อล และ นอริช ซิตี้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่อาจปฎิเสธความยอดเยี่ยมในแผงเกมรุกพวกเขาได้ แต่ทว่าถ้าเกมไหนพวกเขาจะฝืดมันก็ฝืดชนิดที่ยิงประตูคู่แข่งไม่ได้เลย อย่างในซีซั่นนี้มีถึง 3 เกมด้วยกันที่พวกเขาไม่อาจเจาะแนวรับคู่แข่งได้ประกอบไปด้วย ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์, เซาแธมป์ตัน และ เปแอสเช ฉะนั้นมันเลยเป็นภาพที่บ่งบอกได้ว่าบางทีการที่ทีมไม่มีกองหน้าขนานแท้มันก็ส่งผลในบางครั้ง และกลายเป็นมาตรฐานที่ไม่สม่ำเสมอเสียอย่างงั้น แม้ภาพรวมอาจจะดูไม่ใช่ปัญหา แต่มันก็น่ากังวลในระยะยาวไม่ใช่น้อยถ้ายังไม่มีตัวจบสกอร์ที่หวังพึ่งพาได้ เพราะบางเกมที่พวกเขาควรได้มากกว่า 0 หรือ 1 คะแนน มันอาจหายไปโดยความไม่เฉียบขาดของพวกเขาเอง

สถานการณ์กลุ่ม A

ผ่านพ้นไปแล้ว 2 นัดในกลุ่มนี้ ถือว่ามีเรื่องเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นพอสมควรอย่างในรายของ เปแอสเช แทนที่พวกเขาจะเก็บ 6 คะแนนเต็มจาก 2 นัด แต่ทว่าดันไปหลุดเสมอกับ คลับ บรูซ เสียอย่างงั้นในเกมนัดแรก ส่วน คลับ บรูซ ก็กลายเป็นม้ามืดของกลุ่มด้วยการเก็บไป 4 คะแนน จาก 2 นัด ด้วยการเปิดบ้านเสมอ เปแอสเช ต่อด้วยการบุกไปเอาชนะ แอลเบ ไลป์ซิก ถึงถิ่น 1-2 ชนิดที่เรียกได้ว่าหักปากกาเซียนกันเป็นแถบๆ  ทางฝั่งทัพ "เรือใบสีฟ้า" ความพ่ายแพ้นัดล่าสุดก็แลดูไม่ได้ส่งผลต่อพวกเขามากท่าไหร่ เพราะยังคงตาม 2 ผู้นำอยู่เพียงคะแนนเดียวเท่านั้น แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ไลป์ซิก ออกสตาร์ท 2 นัด ยังเก็บคะแนนไม่ได้เลย แถมโดนกระซวกไปแล้วถึง 8 แผล ถือว่าเป็นงานหนักของตัวแทนจากเยอรมันเลยทีเดียวในการพลิกสถานการณ์เพื่อผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

- Paolinho -

logoline