ความพ่ายแพ้แบบย่อยยับขบวนล่าสุดของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เชื่อว่ามันสร้างความโกรธแค้นให้กับแฟนบอลของเขาไม่ใช่น้อย เพราะไม่ใช่แค่ตัวเลขบนสกอร์บอร์ด แต่รวมไปถึงผลงานในสนามที่ห่วยแตกแบบไร้ข้อแก้ตัว

ย้อนกลับไปก่อนที่เกมแดงเดือดจะเริ่มต้นขึ้นพูดกันตามภาษาฟุตบอล ลดละ และวางความเป็นแฟนบอล หรือความเป็นเจ้าพ่อคีย์บอร์ดไว้จะพบว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นรอง ลิเวอร์พูล อยู่หลายช่วงตัว เนื่องด้วยฝั่งผู้มาเยือนกำลังอยู่ในสภาวะความมั่นใจแบบสุดขีด เดินหน้าล่าตาข่ายคู่แข่งแบบสนุกเท้า แต่ทว่าภาพตัดกลับมาที่ "ปีศาจแดง" ความห่อเหี่ยวกำลังกัดกินหัวใจแม้จะเพิ่งพลิกนรกกลับมาเอาชนะ อตาลันต้า ได้ แต่ทว่าผลงานในลีกก่อนหน้านั้นเรียกได้ว่าเลวร้ายถึงขั้นโคม่า บอลไร้ทรง, ไร้ความกระหาย และ ก่อความผิดพลาดในรูปแบบเดิมซ้ำๆ ซากๆ คล้ายฉายภาพซ้ำ แม้ที่ผ่านมา โซลชา มักจะได้รับการยกยอว่าชื่นชอบเหลือเกินกับการดวลกับทีมใหญ่ๆ หรือในห้วงเวลาที่เขาตูดร้อนใกล้โดนตะเพิดพ้นเก้าอี้กุนซือก็มักจะมีพลังแฝงในการฮึดกลับมาอยู่ในสถานการณ์ที่ปลอดภัย เข็มขัดรัดแน่นอยู่เหมือนเดิม  แต่ทว่าสิ่งที่กล่าวมามันไม่ใช่กับโศกนาฏกรรมครั้งล่าสุดที่โดนฆ่าเรียบตายหมู่คาโอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งความพ่ายแพ้แบบย่อยยับคราวนี้คนที่ได้รับแรงกระแทกมากที่สุดคงหนีไม่พ้น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้สวมบทผู้นำที่แสดงความน่าผิดหวังให้กับแฟนบอลในช่วงหลังจนเกิดกระแส #OleOut อย่างต่อเนื่อง  จ่าหน้าซองถึงน้าโอเล่... เวลาของคุณมันสมควรหมดไปได้แล้ว แน่นอนกลุ่มแฟนผีจำนวนไม่น้อยทนไม่ไหวแล้วกับสิ่งที่ตำนานผู้นี้กำลังแปรสภาพ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ครั้งหนึ่งเคยยิ่งใหญ่ ให้ค่อยๆ ลดระดับเป็นเพียงทีมดาดๆ แม้จะมีซูเปอร์สตาร์อยู่เต็มทีมก็ตาม ย้อนกลับไปในเกมล่าสุดที่พบกับ ลิเวอร์พูล เมื่อคุณกางรายชื่อออกมาวัดกันมันแทบไม่ต่างกัน แต่ทว่าสิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนคือเรื่องของกุนซือ คล็อปป์ อยู่คนละระดับชั้นกับ โซลชา แบบชัดเจน ทั้งเรื่องแท็คติก, กึ๋น และ ความสามารถ โอเคแหละครับส่วนหนึ่งต้องยกมือชี้นิ้วไปที่แนวรับของ "ปีศาจแดง" ที่แสดงอาการปวกเปียกเชื้อเชิญให้แนวรุกของ ลิเวอร์พูล ดาหน้าเล่นเกมรุกบุกเข้าใส่แบบสบายๆ รวมไปถึงความผิดพลาดส่วนบุคคลที่ไม่น่าเกิดขึ้นขออนุญาตเอ่ยชื่อของกัปตันอย่าง แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ที่กลายเป็นบ่อน้ำมันในการโจมตี ชิงจังหวะไม่ได้, กะจังหวะบอลพลาด และไม่ได้แสดงอาการของความเป็นผู้นำออกมาเลยสักนิดเดียว ที่กล่าวมายังไม่รวมไปถึงแข้งในแผนกกองกลางอย่าง เฟร็ด ที่ได้จับคู่กับ แม็คโทมิเนย์ พลางว่าน้าโอเล่มั่นใจแบบเต็มประดาว่าคู่หูมหาประลัยนี่แหละจะหยุดยั้งเกมรุกของคู่แข่งที่ร้อนแรงให้จงได้ แต่ทว่าที่สุดแล้วใครละคือคนสั่งการจากเบื้องหลัง ... ฉะนั้นแล้วคนที่ควรถูกตำหนิมากที่สุดก็คงหนีไม่พ้น โซลชา ทั้งในเรื่องของการจัดตัว และวางแท็คติกลงไปในสนาม ที่กลายเป็นหลุมพรางที่หวนกลับมาทำร้ายตัวเอง แน่นอนความพ่ายแพ้สามารถเกิดขึ้น และที่ผ่านมาก็ใช่ว่าสโมสรแห่งนี้จะไม่เคยพ่ายแพ้ ยับกว่านี้ก็เคยมาแล้ว แต่ทว่าสิ่งที่แตกต่างออกไปคือคู่แข่งที่เจอ และสถานการณ์ของสโมสรที่มันวิกฤตไปทุกจุดโดยเฉพาะตัวผู้นำที่นับวันยิ่งหมดความชอบธรรมในการนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้นเหลือเกิน ไม่เถียงเลยครับว่าเขาคือคนที่แฟนบอล ยูไนเต็ด รักแบบหมดขั้วหัวใจ แต่นั้นมันคือช่วงเวลาที่เขาคือนักเตะวิ่งวาดลวดลายอยู่ในสนาม เขาคือฮีโร่ของทีมในค่ำคืนสุดมหัศจรรย์ที่มิวนิค เขาคือสุดยอดกองหน้าที่มีความอดทนแบบขั้นสุดไม่เคยปริปากบ่นถึงการนั่งตูดด้านอยู่ที่ข้างสนาม และมีความจงรักภักดีต่อตราสโมสรแห่งนี้มากที่สุดคนหนึ่ง ไม่แปลกเช่นกันในวันที่นำสตั๊ดขึ้นไปแขวนเขาจะถูกสถาปนาว่าเป็นตำนานของสโมสรแห่งนี้แบบที่ไม่ต้องร้องขอ เพราะเหล่ากองเชียร์ทุกหัวระแหงชื่นชอบ และรักชายผู้นี้แบบใจจริง จ่าหน้าซองถึงน้าโอเล่... เวลาของคุณมันสมควรหมดไปได้แล้ว ในวันที่เขากลับมารับตำแหน่งแน่นอนผู้จัดการทีมย่อมมีเสียงวิจารณ์เกิดขึ้น แต่ทว่าคนที่คอยหนุนหลังเขาก็คือแฟนบอลกลุ่มเดิมในวันที่เชิดชูเขาดั่งฮีโร่ ช่วงเวลาฮันนีมูนสุดคลาสสิคช่างหอมหวานยิ่งกว่าน้ำหอมราคาแพง เพราะชัยชนะที่สวยงาม เพราะค่ำคืนที่เหนือความคาดหมายที่ปารีส มันเลยยิ่งส่งให้เขากลายเป็นคนใช่ "ปลุกปีศาจแดง ต้องใช้ปีศาจ" กลายเป็นวลีที่แสดงออกได้อย่างชัดเจนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ผ่านมาตกไปอยู่ในมือของคนนอกทั้ง มอยส์, ฟาน กัล หรือ มูรินโญ่ ฉะนั้น โซลชา กับ "ปีศาจแดง" อาจเป็นความธรรมดาที่แสนจะลงตัวก็เป็นได้ แต่วันเวลาผ่านไปเรื่องรายละเอียดต่างๆ ตลอด 3 ปีแฟนบอลคงสามารถหาคำตอบกันได้เองว่ามันเป็นอย่างไร มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และกับสถานการณ์ที่เลวร้ายตอนนี้มันยากมากจริงๆ ที่แฟนบอลโดยเฉพาะตัวผมเองที่จะยืนเคียงข้าง และตบบ่า โซลชา ว่าสู้ๆ นะ  ไม่ต้องนับนิ้วให้เสียเวลาถึง 7 ปีแบบใครบางคนที่ชิบหายวายป่วงกันไปหมด ... ระยะเวลา 3 ปี กับเงินลงทุนระดับมหาศาลมันเพียงพอมากแล้วจริงๆ กับการเสกให้สโมสรแห่งนี้กลับมาลืมตาอ้าปาก มีโทรฟี่ความสำเร็จมาเชยชม ไม่จำเป็นต้องพรีเมียร์ลีกก็ได้ แต่อย่างน้อยวันนี้เพียงลีก คัพ ที่ถูกบัญญัติว่าเป็นเพียงถ้วยมิคกี้เมาส์ก็ยังพอทำให้แฟนบอล "เร้ด เดวิลล์" กระชุ่มกระชวยหัวใจได้เลย นักเตะที่อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, บรูโน่ แฟร์นานเดส, ปอล ป็อกบา, เจดอน ซานโช่, ราฟาเอล วาราน หรือ เอดินสัน คาวานี่ นี่คืออาวุธทำลายล้างชั้นดี ที่พร้อมโขยกคู่แข่งให้ราบเป็นหน้ากลอง แต่ความอนิจจา ณ วันนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แทบจะยังไม่ได้ยกขาเดินแม้แต่ก้าวแรกเลยด้วยซ้ำ กับผลงานที่ผ่านมาอย่าใช้คำว่าต้องใช้เวลาสร้าง อย่าเอาเรื่องรองแชมป์ยูโรปาลีก หรือรองแชมป์ลีกมาเป็นเกราะกำบัง เพราะสิ่งเหล่านั้นมันไม่ใช่เรื่องที่น่าเยินยอ และจดจำ รวมไปถึงประเด็นการแก้เกมของ โซลชา ที่ต่างบอกว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยมพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วตั้งหลายครั้ง ฉะนั้นแล้วขออนุญาตถามหน่อยว่าแก้เกม 10 ครั้ง แต่ได้ผลเพียง 5-6 ครั้ง มันเพียงพอแล้วหรอกับสโมสรที่ต้องการความสำเร็จมาเป็นเครื่องบูชาอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ? จ่าหน้าซองถึงน้าโอเล่... เวลาของคุณมันสมควรหมดไปได้แล้ว บนชัยชนะที่พลิกนรกแตกกับ บียาร์เรอัล หรือ อตาลันต้า แฟนบอลกำลังหลงระเริงกับชัยชนะจนลืมไปหรือเปล่าว่านั้นควรที่จะเป็นเกมที่เก็บคะแนนได้แบบไม่ต้องลุ้นจนถึงวินาทีสุดท้าย การลงเล่นในโรงละครพวกคุณควรเดินหน้าล่าคู่แข่งไม่ใช่หรือ แต่สิ่งที่สะท้อนเข้าลูกตามันดันไม่ใช่แบบนั้น ที่ร่ายมาทั้งหมดเดียวจะหาว่าเอาแต่ด่าเพียงอย่างเดียว ถามว่าข้อดีของ โซลชา มีไหม? คำตอบคือ "มี" โดยเฉพาะเรื่องการปกครอง เขาไม่เคยด่าลูกทีมผ่านสื่อ หนำซ้ำยังยกปีกกางแขนเป็นคนรับเสียงวิจารณ์ทั้งหมดไว้เอง รวมไปถึงบรรยากาศในทีมมันก็ดีขึ้นจากยุคของ มูรินโญ่ แต่ทว่าข้อดีต่างๆ เหล่านี้มันไม่ยั่งยืนเสมอไป โดยเฉพาะกับช่วงเวลาแบบนี้ คุณไม่ชนะใครเลยในเกมลีก 4 นัด ห้องแต่งตัวจะยังมีความสุขได้หรือไม่ นักเตะจะยังคงให้ใจในตัวกุนซือมากขนาดไหน แน่นอนเราตอบแทนใจของนักเตะไม่ได้ แต่กับที่ผ่านมาทั้งบทสัมภาษณ์ของ ป็อกบา เมื่อสัปดาห์ก่อน หรือล่าสุดของ เด เคอา มันกำลังบ่งบอกว่าบรรยากาศในทีมไม่ได้สวยงามดั่งภาพที่เราเคยเห็นแล้ว สุดท้ายจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ในวันนี้ตัวของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เขาได้กดระเบิดเวลาทำลายความศรัทธาของแฟนบอลกลุ่มใหญ่ไปแล้ว ชื่อเสียงที่กอบโกยสมัยเป็นนักเตะได้ป่นปี้ไปไม่มากก็น้อย เราไม่รู้ว่าในหัวของน้าเขากำลังคิดถึงสิ่งใดอยู่ แต่ทว่าถ้าจะให้คาดเดาน้าเองก็คงรู้ซึ้งถึงวัฒนธรรมของสโมสรเป็นอย่างดี เข้าใจขนบธรรมเนียมของสโมสรว่าต้องการอะไร และความสำเร็จมันคู่ควรกับทีมตราปีศาจมากขนาดไหน ณ วันนี้แฟนบอลไม่ได้ต้องการคำพูดหล่อๆ เท่ๆ หรือรอยยิ้มพิมพ์ใจอะไรทั้งนั้น  และสิ่งที่แฟนบอลต้องการในห้วงวินาทีนี้มันก็ไม่ใช่โทรฟี่แชมป์จากตัวของน้าอีกต่อไปแล้ว  การแยกทางในวันนี้คือเรื่องที่สมควรเกิดขึ้นมากที่สุด และมันคงจะสวยงามราวนางสาวไทย… ถ้าน้าจะบอกกล่าวลาเก้าอี้ตัวนั้นด้วยปากของตัวเอง 

- Paolinho -

logoline