เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างน่าผิดหวัง พร้อมผลงานในสนามที่ต่ำเตี้ยเกินกว่าที่แฟนบอลจะรับไว้ เพราะไม่ใช่เพียงพ่ายแพ้ในเรื่องของผลการแข่งขัน แต่มันรวมไปถึงความกระหายที่นักเตะไม่ได้แสดงออกมาว่าอยากจะเป็นผู้ชนะมากพอ

ย้อนกลับไปก่อนที่ม่านฤดูกาล 2021-22 จะเปิดฉากขึ้นด้วยขุมกำลังนักเตะใหม่ๆ ที่ทัพ "ปีศาจแดง" ลงทุนควักกระเป๋านำตัวเข้ามาแต่ละคนสามารถบอกได้เลยว่านี่คือคุณภาพระดับเกรด A เจดอน ซานโช่, ราฟาเอล วาราน หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คงไม่ต้องสาธยายอะไรให้มากความว่าผลงานในช่วงที่ผ่านมาแต่ละคนสะเด่ามากขนาดไหน แต่ทว่าดูเหมือนผลงานของพวกเขาจะไม่กระเตื้องขึ้นเลยสักนิด ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราจะไปดูการเปรียบเทียบกันเสียหน่อยว่าระหว่างฤดูกาล 2020-21 ที่ผ่านไป กับซีซั่นปัจจุบันมีข้อตรงไหนที่แตกต่างกันบ้าง และทำไม โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ถึงยังไม่สามารถเข็นทีมไปได้ไกลกว่าเดิมได้เสียที

แมนฯ ยูไนเต็ด 2020-21

นั่งไทม์แมชชีนย้อนกลับไปจะพบว่าในช่วงตลาดซัมเมอร์ 2020 ของทัพ "ปีศาจแดง" ก่อนเริ่มต้นซีซั่นดังกล่าว ถ้าจะถามหาบิ๊กดีลแข้งชื่อดังคงจะเป็น เอดินสัน คาวานี่ กับ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค เพียง 2 คน เท่านั้น ที่เหลือก็ยกทัพขุมกำลังจากซีซั่นก่อนมาทั้งหมด และแน่นอนด้วยขุมกำลังแบบนี้มันก็ยังคงเป็นคำถามต่อแฟนบอล เพราะพวกเขามองว่าทีมยังขาดแคลนในนักเตะเกมรุกโดยเฉพาะตัวริมเส้น และปราการหลังตัวกลาง  ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็เริ่มฉายแววตั้งแต่เริ่มออกตัวเมื่อแพ้คาบ้านต่อ คริสตัล พาเลซ ในเกมเปิดฤดูกาล ต่อด้วยเกมที่โดน สเปอร์ส บุกมากระหน่ำถึง 1-6 แน่นอนเสียงวิจารณ์เริ่มถาโถมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเกมรับที่บอบบางยิ่งกว่ากระดาษทิชชู่เปียกน้ำ แต่นั้นมันก็เหมือนเป็นการเตือนสติให้นักเตะกลับมามีสมาธิอีกครั้ง เพราะจากนั้นผลงานของพวกเขาก็เริ่มดูดีขึ้นเรื่อยๆ  ครั้งแรกคือการติดเครื่องไม่แพ้ใครในเกมลีกติดต่อกัน 13 นัด จนมีโอกาสได้ขึ้นไปสูดลมหายใจอยู่อันดับ 1 ของตาราง แต่ทว่าด้วยความที่สะดุดเสมอบ่อยเหลือเกินทำให้สุดท้ายก็โดน แมนฯ ซิตี้ แซงไปแบบไม่ยากเย็นนัก  ส่วนอีกครั้งคือการรักษาสถิติไร้พ่ายติดต่อกันอีกครั้ง 14 เกมติดต่อกัน ยึดอันดับ 2 ของลีกมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมกราคมยันจบฤดูกาล ส่วนในเรื่องของฟุตบอลถ้วยพวกเขาร่วงตกรอบลีก คัพ ในรอบรองชนะเลิศแพ้ แมนฯ ซิตี้ ส่วนเอฟเอ คัพ ตกไปตั้งแต่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วนในรายการอย่างยูโรปาลีก คือความหวังเดียวของพวกเขา และสามารถกรุยทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่ทว่าในรอบชิงชนะเลิศดันไม่เป็นตามที่หวัง สุดท้ายเป็นพ่ายพลาดจุดโทษไปแบบเจ็บปวด ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังคงต้องรอคอยโทรฟี่แชมป์ต่อไป แมนยูฯ ปีนี้ vs ปีที่แล้ว แตกต่างกันตรงไหน ทำไม โซลชา ทำพังขนาดนี้ ?

แมนฯ ยูไนเต็ด 2021-22

จากความผิดหวังเมื่อฤดูกาลก่อนทำให้บอร์ดบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด เดินเกมไวคว้าดาวเตะฝีมือดีเพื่อเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายนั้นก็คือ ราฟาเอล วาราน และ เจดอน ซานโช่ เพื่อเป็นการอุดรอยที่แฟนบอลต่างมองเห็นว่าตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาร์ฟเป็นพื้นที่ที่ควรนำใครสักคนเข้ามาเข้าคู่กับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ เพราะขืนใช้ เอริค ไบยี่ หรือ วิคเตอร์ ลินเดเลิฟ ต่อไปคงไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมณ์เท่าไหร่นัก ส่วนตำแหน่งตัวรุกทางฝั่งขวาการได้ ซานโช่ เข้ามายิ่งทำให้เกมรุกทวีความรุนแรงมากกว่าเดิม เพราะความจี๊ดจ๊าดสมัยสวมเสื้อ ดอร์ทมุนด์ ต้องยอมรับว่านี่คือหนึ่งในดาวรุ่งฟอร์มยอดเยี่ยมแห่งยุค และเมื่อมาบวกกับดีลสุดเซอร์ไพรส์อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำให้ขุมกำลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์ได้แบบสบายๆ แต่ทว่าความจริงกับความฝันช่างเดินสวนทางกันยิ่งนัก ออกสตาร์ทเกมลีก 11 นัด แพ้ไปแล้ว 4 เกม ตามหลังจ่าฝูงไกลถึง 9 คะแนน พร้อมผลงานที่ต้องเรียกได้ว่า "ห่วยแตก" โดยเฉพาะแท็คติกที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ใส่ไปให้กับลูกทีม ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแบบแผนคืออะไรทำไมมันถึงสะเปะสะปะ ไร้ทิศทางขนาดนี้ ทั้งที่คุณภาพนักเตะแทบไม่เป็นสองรองใครในพรีเมียร์ลีกเลย

ความต่างระหว่างปีก่อน กับปีนี้

ถ้าจะถามหาความต่างระหว่างฤดูกาลก่อนกับซีซั่นนี้ บอกได้เลยว่ามีหลายอย่างที่แตกต่างออกไป และบางอย่างที่ยังคงเหมือนเดิม ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนแต่อย่างใด ประการแรกเลยคือเรื่องของขุมกำลังนักเตะ อย่างที่กล่าวไปว่าในซีซั่นนี้ถือว่าเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีพลกำลังที่ครบมือมากที่สุดเลยก็ว่านับตั้งแต่ที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ประกาศวางมือไป  ฉะนั้นไม่แปลกถ้าจะมีแฟนบอล "ปีศาจแดง" บางกลุ่มที่มีความมั่นใจว่าทีมรักของพวกเขาจะกลับมาผงาดลุ้นแชมป์อีกครั้ง แม้ตัวกุนซือจะเป็นรอง กึ๋นอาจจะสู้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, เจอร์เก้น คล็อปป์ หรือ โธมัส ทูเคิ่ล ไม่ได้ แต่ทว่าก็พร้อมสู้ด้วยคุณภาพของนักเตะที่ไม่เป็นรองใคร  แต่ทว่าด้วยนักเตะแม้จะมีฝีเท้าที่ระดับโลกขนาดไหน สุดท้ายส่วนสำคัญคือคนที่คอยบงการอยู่เบื้องหลังนั้นก็คือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่คอยกำหนดทิศทางในแต่ละเกมว่าจะลงสนามไปในรูปแบบ และวิธีไหนในการเอาชนะคู่ต่อสู้ให้ได้ แมนยูฯ ปีนี้ vs ปีที่แล้ว แตกต่างกันตรงไหน ทำไม โซลชา ทำพังขนาดนี้ ? แต่ทว่าภาพที่เห็นดูเหมือนยิ่งนับวันเขายิ่งถอยหลังลงคลอง แทนที่การได้วัตถุดิบที่ครบมือมากยิ่งขึ้น บวกกับประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งปีอะไรๆ มันควรจะเป็นรูปธรรม และชัดเจนมากกว่านี้  แต่กลายเป็นว่าไม่มีอะไรพัฒนา แถมย่ำแย่มากขึ้นเรื่อยๆ โศกนาฏกรรมที่โดน ลิเวอร์พูล บุกมาถลุง 0-5 มันไม่ควรเกิดขึ้นในหน้าประวัติศาสตร์สโมสรด้วยซ้ำ และยิ่งเกิดกับเหล่านักเตะกลุ่มนี้ยิ่งเหลือเชื่อมากขึ้นไปอีก และยิ่งกับเกมล่าสุดการโดน แมนฯ ซิตี้ บุกมาเอาชนะแบบหมดจดไร้หนทางสู้ มันยิ่งเป็นภาพตอกย้ำแบบชัดเจนว่าปีศาจตัวนี้ภายใต้การบัญชาของ โซลชา มันล้มเหลวโดยสมบูรณ์แบบ มีอย่างที่ไหนที่เจอคู่แข่งในระดับเดียวกัน แต่ต้องโดนกดแทบโงหัวไม่ขึ้น คู่แข่งสามารถกำหนดผลการแข่งขันได้เลยว่าจะยิงเพิ่ม หรือเพียงแค่ประคองทรงให้จบเกม  ซึ่งมันต่างจากฤดูกาลก่อนอย่างกับหน้ามือกับหลังเท้า แม้ซีซั่นก่อนจะมีเกมใหญ่ที่สู้ไม่ได้บ้าง แต่นั้นมันเป็นเพราะเรื่องของแท็คติกที่พอเข้าใจได้ และอีกอย่างตัวเลขบนสกอร์บอร์ดมันก็ไม่ได้ออกมาเสียสายตาขนาดที่ "เสียทรง" ขนาดนี้ สิ่งที่ยืนยันชัดเจนคือตัวเลขบนตารางคะแนน ฤดูกาล 2020-21 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ผ่านพ้นไป 11 นัด พวกเขาเก็บไปได้ 20 คะแนน พร้อมสถิติชนะ 6 เสมอ 2 แพ้ 3  ส่วนในซีซั่นนี้ "ปีศาจแดง" ลงเล่นเกมลีก 11 นัด เก็บไป 17 คะแนน ด้วยสถิติ ชนะ 5 เสมอ 2 และ แพ้ 4  ส่วนตัวเลขที่เหมือนกันแบบเป๊ะๆ ด้วยความบังเอิญคือพวกเขายิงได้เท่ากันที่ 19 ประตู และเสีย 11 ลูก  แน่นอนจากตัวเลขที่กล่าวมาจะบอกว่าโปรแกรมฤดูกาลนี้มันหนักๆ ติดต่อกัน แต่ทว่าในซีซั่นก่อนในช่วงโค้ง 11 เกมแรก พวกเขาก็ต้องดวลกับทั้ง สเปอร์ส, เชลซี, อาร์เซน่อล และ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งเก็บมาได้ 2 คะแนน  ฉะนั้นจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม กรุณายกข้ออ้างที่บอกว่า "แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดกองกลางตัวรับ" ออกไปได้เลย  ในเมื่อ โซลชา ได้ขุมกำลังที่ดีขึ้น ได้แนวรับคนใหม่เข้ามาที่มีดีกรีแชมป์ต่างๆ มากมาย บวกกับแนวรุกที่เหมือนอาวุธสงครามทั้ง โรนัลโด้ และ ซานโช่ แต่ทำไมสถิติมันถึงออกมาไม่ได้แตกต่างกันเลย  มันเลยเกิดเป็นคำถามที่ว่า โซลชา คือบ่อทำลายนักเตะเหล่านี้หรือเปล่า ? แท็คติกที่ใช้มันไม่ตอบโจทย์กับกลุ่มนักเตะหรือไม่ รวมไปถึงโอกาสของนักเตะบางคนที่สมควรได้มากกว่านี้ทั้ง เจดอน ซานโช่, เจสซี่ ลินการ์ด หรือ เจดอน ซานโช่ ทำไม โซลชา ถึงไม่สามารถเค้นศักยภาพของนักเตะอย่าง ลุค ชอว์ ให้กลับมายอดเยี่ยมอีกครั้งได้ ทั้งที่ในศึกยูโรเขาได้รับการยกย่องว่าคือฟูลแบ็คเบอร์ต้นๆ ของประเทศ รวมไปถึง แฮรรี่ แม็คไกวร์ ที่ร่างกายไม่ฟิตมากพอแต่ยังดื้อส่งลงสนาม ไม่ยอมไว้ใจลูกทีมอย่าง เอริค ไบยี่ คำถามมันมากเหลือเกินในวันที่ โซลชา มีขุมกำลังที่กุนซือหลายๆ คนอิจฉา อยากได้นักเตะคนไหนบอร์ดบริหารก็ไปสรรหาจัดมาให้ได้ แต่ทว่าสุดท้ายกลายเป็นเขาที่ไม่อาจผสมผสานให้ทุกอย่างมันออกมากลมกล่อมได้ แมนยูฯ ปีนี้ vs ปีที่แล้ว แตกต่างกันตรงไหน ทำไม โซลชา ทำพังขนาดนี้ ? ส่วนที่คาดหวังว่าผลงานจะดีขึ้นเหมือนฤดูกาลหลังผ่านช่วงร้ายๆ ขออนุญาตเบรคไว้ก่อนเลยว่าไม่อยากให้ไปนึกไกลขนาดนั้น เพราะด้วยผลงานในช่วงที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าถ้ายังทนฝืนใช้บริการของ โซลชา ต่อไป ยังไงเสียมันก็ไม่อาจเข็นทีมๆ นี้ไปได้ไกลกว่าเดิมได้มากนักหรอก เผลอๆ อาจแหกโค้งหลุดวงโคจรไปง่ายๆ เลยด้วยซ้ำ กุนซือที่จะก้าวขึ้นมาเป็นยอดโค้ชได้ พวกเขาต้องผ่านกระบวนการพัฒนาต่างๆ ผิดพลาดแล้วต้องเรียนรู้ พร้อมยกระดับผลงานของตัวเองขึ้นมา แม้ความกดดัน และความคาดหวังจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากยิ่งขึ้น แต่นั้นมันคือบททดสอบกองโตเลยว่าคุณจะจัดการกับห้วงเวลา ณ ตอนนั้นอย่างไร  สุดท้ายในเมื่อผลงานมันออกมาเต็มตาขนาดนั้นว่าคุณไม่สามารถเค้นศักยภาพของตัวเองให้สามารถไปได้ดีกว่านี้อีกแล้ว ในมือคุณมีวัตถุดิบชั้นยอดแต่ทำอาหารไม่เป็นมันก็เท่านั้น อย่าทนฝืนอะไรที่มันเป็นไปไม่ได้อีกเลย  จากวันนั้นจนถึงวันนี้ภาพของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่เคยถูกแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด มองเปลี่ยนไปได้เลยว่าจะสามารถพาทีมลุ้นความสำเร็จได้ หนำซ้ำในตอนนี้เขากลายเป็นเหมือนตัวตลกที่ให้แฟนบอลทีมคู่แข่งหยอกล้อ และย่ำยี  เหล่าสาวกของทีมก็เจ็บปวดไม่ต่างกันในวันที่เห็นตำนานของพวกเขาโดนกระทำในรูปแบบนี้ แต่ทว่ากับสิ่งที่มันเกิดขึ้น ... ด้วยความเคารพมันหาข้อแก้ตัวให้ โซลชา ดูดีขึ้นกว่านี้ไม่ได้แล้วจริงๆ  

- Paolinho -

logoline