เรื่องราวของ เบลลิงแฮม จากคำวิจารณ์ สู่คดีอาญาที่กำลังสอบสวน
ย้อนกลับไปในเกมเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาศึก "แดร์ คลาสสิเคอร์" ที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้านพบกับ บาเยิร์น มิวนิค ถือว่าเป็นเกมที่อุดมไปด้วยความสนุกที่สู้ได้กันอย่างดุเดือดตลอด 90 นาที
ซึ่งบทสรุปสุดท้ายชัยชนะก็ตกเป็นของฝั่งผู้มาเยือนอย่างทัพ "เสือใต้" ด้วยสกอร์ 2-3 แต่ทว่าหลังจบเกมต่างมีดราม่ามากมายตามมาโดยเฉพาะจังหวะจุดโทษช่วงท้ายเกมที่นำมาซึ่งประตูชัยของ บาเยิร์น มิวนิค จนผู้เล่นของ ดอร์ทมุนด์ บางรายรับไม่ได้ทำคำตัดสินของกรรมการ
โดยในรายขออง จู๊ด เบลลิงแฮม ที่ออกมาจวกหนักใส่ผู้ตัดสินใจ จนตอนนี้เรื่องราวมันได้ลุกลามใหญ่โต จนถึงขั้นมีการสอบสวนกันแล้ว
ซึ่งเรื่องนี้ที่มาที่ไปมันเป็นอย่างไร และถ้า เบลลิงแฮม มีความผิดจริงจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างไรบ้าง ขอบสนาม ของเราได้รวบรวมไทม์ไลน์ทั้งหมดมาให้ได้ชมกันแล้ว
รายละเอียดในเกม
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่านี่คือศึก "แดร์ คลาสสิเคอร์" ที่มีอัตราความสนุกชนิดที่เรียกได้เต็มแรงถีบทั้ง 2 ฝังต่างงัดฝีเท้ามาดวลกันได้อย่างยอดเยี่ยม จนทำให้เกมนี้สนุก และตื่นเต้นแทบจะตลอด 90 นาที ผลัดกันรุก ผลัดกันรับ ผลัดกันขึ้นนำ ผลัดกันเป็นฝ่ายตามตีเสมอ
จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ดราม่าในช่วงนาทีที่ 77 เมื่อทางฝั่ง บาเยิร์น มิวนิค มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ มัทส์ ฮุมเมิ่ลส์ ใช้แขนในการเล่นฟุตบอล ซึ่งผู้ตัดสินก็ได้มีการวิ่งไปดูเหตุการณ์จากจอ VAR และยังคงยืนยันว่านี่คือการฟาลว์ และเป็นจุดโทษของทางฝั่ง "เสือใต้" แบบ 100 เปอร์เซ็นต์
ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำเอาทางฝั่ง ดอร์ทมุนด์ ไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะมองว่า ฮุมเมิ่ลส์ ไม่ได้มีเจตนา และเป็นจังหวะที่เขาโดนกระแทกจากด้านหลังทำให้มือไปสัมผัสกับลูกบอล และจากจังหวะนี้ มาร์โค โรเซ่ กุนซือของฝั่ง "เสือเหลือง" ก็ผู้ตัดสินตะเพิดออกจากสนามไปด้วย
คำสัมภาษณ์ของ เบลลิงแฮม
หลังเกิดเหตุการณ์ที่ค้านสายตา และที่สำคัญมันนำมาซึ่งความพ่ายแพ้ทำให้นักเตะของ ดอร์ทมุนด์ แสดงอาการไม่พอใจกับคำตัดสินของกรรมการ เพราะมีอีกหลายๆ จังหวะที่พวกเขาเองก็น่าจะได้รับการปกป้องด้วยเช่นกัน อย่างในรายของ มาร์โก รอยส์ ในนามกัปตันทีมทัพ "เสือเหลือง" ก็ออกมาพูดว่าทีมของเขาควรจะได้จุดโทษด้วยซ้ำในช่วงต้นครึ่งแรก แต่ทว่าผู้ตัดสินไม่แม้แต่จะเป่าหยุดเกมเพื่อดูภาพจาก VAR
"เมื่อคุณได้ดูรีเพลย์มันดูแย่จริงๆ น่าเสียดายที่เขาไม่ได้ทบทวนเรื่องนั้น มันเป็นเกมที่ดุเดือดมาก และเป็นเกมที่ยอดเยี่ยมสำหรับแฟนๆ และการแพ้แบบนั้นมันขมขื่นขึ้นเป็นสองเท่า" รอยส์ พูดถึงจังหวะที่ทีมเขาน่าจะได้จุดโทษจากจังหวะที่โดน ลูคัส เอร์นานเดซ เข้าปะทะ
แต่ทั้งนี้คนที่ดูจะออกตัวแรง และวิจารณ์แบบจวกหนักๆ ใส่ผู้ตัดสินนั้นก็คือ จู๊ด เบลลิงแฮม ที่ให้สัมภาษณ์พูดดูหมิ่นว่าให้กรรมการที่เคยล็อคผลมาเป่าเกมสำคัญแบบนี้ได้อย่างไร
"สำหรับผม มันไม่ใช่จุดโทษ ฮุมเมิลส์ ไม่ได้มองบอลด้วยซ้ำ และเขากำลังต่อสู้เพื่อให้ได้มา มันกระทบเขา และผมไม่คิดว่าเขาจะมองไปที่บอล คุณสามารถดูการตัดสินใจอื่นๆ มากมายในเกม คุณให้ผู้ตัดสินที่เคยล็อกผลการแข่งขันมาก่อน มาเป่าเกมที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมัน พวกคุณกำลังคาดหวังอะไรกันอยู่ ?"
ซึ่งเมื่อคำสัมภาษณ์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปก็มีกระแสตีกลับมามากมาย ทั้งเรื่องความเหมาะสมในคำพูด รวมไปถึงคำดูหมิ่นที่ดาวเตะรายนี้พ่นออกมาจากปาก
เรื่องถึงมือตำรวจเมืองเบียร์
หลังหล่นคำพูดไว้แบบสองแง่สองง่ามแบบนั้นทางตำรวจเยอรมันก็เข้าสอบสวน จู๊ด เบลลิงแฮม ในทันทีโทษฐานที่ไปให้สัมภาษณ์กล่าวหาว่า เฟลิกซ์ ซวาเยอร์ ผู้ตัดสินจากศึก "แดร์ คลาสสิเคอร์" เคยรับเงินใต้โต๊ะ ล็อคบอลบอลมาก่อน ทำให้ประเด็นกลายเป็นเรื่องราวบานปลายในตอนนี้
ซึ่งจุดเริ่มต้นนี้มาจากที่หัวหน้าคณะผู้ตัดสินได้ส่งเรื่องไปยังสมาคมฟุตบอลเยอรมัน ก่อนที่จะมีคำร้องส่งไปยังตำรวจให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ทำให้ ณ ตอนนี้ประเด็นดังกล่าวได้มีการสอบสวนถึงคำพูดของกองกลางดาวรุ่งรายนี้แล้ว ว่าเป็นข้อเท็จจริงขนาดไหน
ทั้งนี้ถ้าการสอบสวนมีผลออกมาว่า เบลลิงแฮม มีความผิดจริงจากคำพูดเหล่านั้น เขาอาจจะถูกปรับเงินก้อนโต หรืออาจเลวร้ายถึงขั้นถูกสั่งจำคุกเลยทีเดียว เพราะถือว่าเข้าข่ายเป็นความผิดทางคดีอาญา
ผอ. เสือเหลือง หนุนหลัง จู๊ด ไม่ผิดตามกฎหมาย
หลังจากเหตุการณ์ดูเหมือนจะเริ่มรุนแรง และถึงขั้นมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ทั้งที่ทางด้าน มิชาเอล ซอร์ก ผู้อำนวยการกีฬาของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็ได้ออกมาปกป้องเด็กในความดูแลว่าไม่ได้มีความผิดในแง่ของกฎหมายแต่อย่างใด
ซึ่งกับเรื่องนี้ ซอร์ก ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า "ผู้ตัดสินไม่ได้ตัดสินในระดับที่เหมาะสมกับเกมระดับนี้ เขาไม่ได้มีความสามารถมากพอ เบลลิงแฮม แค่พูดเรื่องที่มันผ่านไปแล้ว เรื่องที่รู้กันไปแล้วทั้งโลก อย่างไรก็ตาม เราก็จะยืนอยู่ข้างเขา ผมไม่เห็นว่ามีอะไรที่เป็นปัญหาในแง่ของกฎหมายเลย"
ซึ่งแน่นอนว่าต่อจากนี้ก็ต้องคอยติดตามว่าจากคำสัมภาษณ์ของ จู๊ด เบลลิงแฮม ในวันนั้นที่ส่งผลทำให้เรื่องราวมันใหญ่โตในวันนี้จะไปจบลงในจุดไหน
แต่ทั้งนี้เรื่องราวที่เกิดขึ้นมันกับ จู๊ด เบลลิงแฮม มันเลยเป็นเครื่องย้ำเตือน และสามารถบอกได้ชัดเจนว่าทุกๆ คำพูดที่ออกมาจากปากควรไตร่ตรองมันให้ดีที่สุด อย่าใช้เพียงอารมณ์ในการพ่นบางอย่างออกมา
เพราะถ้ามันหลุดออกมาแล้ว ก็ยากเหลือเกินกับการคอยตามแก้ไข
- Paolinho -