วิเคราะห์ปัจจัยที่อาจทำให้ นิวคาสเซิ่ล ร่วงตกชั้นสู่ แชมเปี้ยนชิพ
กลายเป็นทีมที่สามารถยึดครองหน้าสื่อได้ตลอดในช่วงเดือนที่ผ่านมาสำหรับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เนื่องจากพวกเขากลายเป็นทีมที่ร่ำรวยที่สุดในโลกไปแล้วจากการถูกกลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบีย เข้ามาเทคโอเวอร์เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
แต่ทว่าดูเหมือนงานแรกของทีมจะไมใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว เพราะภารกิจของพวกเขาไม่ใช่การลุ้นแชมป์ หรือโควต้าลุยบอลยุโรปแต่อย่างใด แต่มันคือการดิ้นรนหนีตกชั้นให้ได้ ภายหลังรั้งอยู่ในโซนสีแดงมาอย่างยาวนาน และยังไม่มีทีท่าจะสามารถกระโดดหนีออกมาได้เลย
ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราจะพาไปดูปัจจัยต่างๆ ที่อาจทำให้ทัพ "สาลิกาดง" จะร่วงตกชั้นไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในซีซั่นหน้า จะมีอะไรบ้าง ไปติดตามกันได้เลย
สถานการณ์ปัจจุบัน
ย้อนกลับไปก่อนที่ซีซั่น 2021-22 จะรูดม่านเปิดฉากขึ้นชื่อของ นิวคาสเซิ่ล ถือว่าเป็นเต็งอันดับต้นๆ ที่ถูกมองว่าต้องดิ้นรนอย่างสุดแรงในการหนีรอดการตกชั้น เนื่องด้วยขุมกำลังของนักเตะที่ทีมเองก็ไม่ได้เสริมแข้งรายใหม่เข้ามา ซึ่งปัจจัยนี้เรารู้ดีอยู่แล้วว่าสถานะของทีมว่าเป็นอย่างไร เมื่อมีเจ้าของชื่อ ไมค์ แอชลี่ย์ ก็ยากนักที่จะลืมตาอ้าปากได้มีเงินลงทุนคว้านักเตะคุณภาพเข้ามาสู่ทีม
รวมไปถึงปัจจัยชื่อชั้นของกุนซืออย่าง สตีฟ บรูซ ที่ต้องยอมรับว่าเขาเองไม่ได้เป็นโค้ชในระดับเกรด A หรือ B ฉะนั้นจะให้คาดหวังมากไปกว่าที่กล่าวไว้ข้างต้นก็อาจจะลำบากนิดหน่อย
ซึ่งเมื่อซีซั่นเปิดขึ้นก็ตามสภาพที่คาดการณ์ 8 เกมแรกของ บรูซ พาทีมเก็บไปได้เพียง 3 คะแนน ในรูปแบบที่ไร้ชัยชนะ ประจวบเหมาะกับทีมได้นายทุนกลุ่มใหม่การเปลี่ยนแปลงแรกก็คือจัดการปลดนายใหญ่ผู้นี้ออกจากตำแหน่ง ก่อนที่จะไปตามจีบกุนซือชื่อดังหลายรายไม่ว่าจะเป็น อันโตนิโอ คอนเต้, อูไน เอเมรี่ หรือ เปาโล ฟอนเซก้า แต่ทว่าท้ายสุดก็มาลงเอยที่ เอ็ดดี้ ฮาว
แม้ ฮาว จะพาทีมเก็บชัยชนะนัดแรกได้สำเร็จ แต่ทว่าด้วยผลงานโดยรวมมันยังไม่ได้กระเตื้องขึ้นจากเดิม ทีมยังคงรั้งพื้นที่สีแดงเก็บไปได้เพียง 11 แต้มจาก 19 นัด เป็นทีมที่คว้าชัยได้น้อยที่สุดเพียงเกมเดียวครองบัลลังก์ร่วมกับ เบิร์นลี่ย์
แน่นอนกับสถานการณ์ปัจจุบันการรั้งอันดับ 19 ย่อมไม่ใช่ผลดี แต่ถ้าเงยหน้ามองขึ้นไปพวกเขาตามหลังโซนปลอดภัยเพียง 2 แต้ม ซึ่งนั้นหมายความว่าชัยชนะเพียงนัดเดียวมันอาจจะพลิกสถานการณ์ได้ แต่ถ้ามันง่ายพวกเขาก็คงจะไม่ร่วงหล่นมาอยู่พื้นที่ตรงนี้อย่างแน่นอน
เกมรับแย่ เสียประตูแทบทุกนัด
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทัพ "สาลิกาดง" ต้องมานอนจมรองบ๊วยอยู่แบบนี้ก็คือปัญหาเกมรับของพวกเขา ตัวเลขการเสียไปมากถึง 42 ประตู (มากสุดในลีกเท่ากับ นอริช) จากการลงสนาม 19 นัด มันบ่งบอกจุดอ่อนที่ชัดเจน หนำซ้ำ 19 นัดที่ผ่านมา พวกเขาเก็บคลีนชีตได้เพียงนัดเดียวเท่านั้น คือในแมตช์ที่เปิดบ้านเอาชนะ เบิร์นลี่ย์ 1-0 เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา
ส่วนเกมอื่นๆ ลูกทีมของ เอ็ดดี้ ฮาว ต้องเสียประตูทุกนัดอย่างน้อย 1 ประตู หนำซ้ำถ้าเจาะลึกลงไปเกมที่พวกเขาเสีย 4 ประตูมีมากถึง 4 นัด และเสีย 3 ประตูต่อหนึ่งเกมอีก 4 นัด ซึ่งมันเลยเป็นสาเหตุที่เราจะเห็นว่าพวกเขาพยายามมองหาแนวรับคนใหม่เข้ามาเติมเต็ม และยกระดับการเล่นให้ได้มากกว่านี้
แผงหลังชุดปัจจุบันในตำแหน่งปราการหลังตัวกลาง ฮาว สลับหมุนเวียนเปลี่ยนใช้งานอยู่ 4 คน ประกอบไปด้วย ฟาเบียน แชร์, จามาล ลาสเซลล์ส, คีแรน คลาร์ก และ เฟเดริโก้ เฟนานเดส แต่ทว่าด้วยคุณภาพก็ต้องยอมรับตามผลงานว่าไม่สามารถช่วยทีม และเป็นตัวความหวังของสโมสรได้
ซึ่งมันเลยไม่แปลกที่ชื่อของ สเวน บ็อตแมน, ดิเอโก้ คาร์ลอส หรือ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ จะตกเป็นเป้าหมายของพวกเขาที่ต้องการนำตัวเข้ามาสู่ทีมให้ได้ ภายหลังปิดดีลแข้งมากประสบการณ์อย่าง คีแรน ทริปเปียร์ มาได้แล้ว 1 คนในตำแหน่งฟูลแบ็ค
ฉะนั้นแล้วถ้าทีมสามารถแก้ปัญหาใหญ่ตรงนี้ได้ก็เท่ากับว่าเกาถูกที่คัน ทีมจะเสียประตูได้ยากมากขึ้น ซึ่งนั่นเท่ากับว่าถ้าอุดรอยรั่วได้โอกาสจะมีแต้มในเกมต่างๆ ก็มากขึ้นเช่นกัน เพราะถ้าไม่เสียประตูอย่างน้อยๆ ทีมก็มี 1 แต้มใหญ่ใส่กระเป๋ารอเอาไว้อยู่แล้ว และยิ่งในสถานการณ์ที่แต้มเบียดๆ แบบนี้คะแนนเดียวก็หลังเท้าเป็นหน้ามือได้เลย
แต่ถ้ามองย้อนกลับไปอีกมุมถ้าเกิดยังคงแก้ปัญหาจุดนี้ไม่ได้ สิ่งที่เราบอกกับพวกเขาได้คงเหมือนผู้ป่วยที่ลมหายใจรวยรินรอถอดเครื่องช่วยหายใจเพียงเท่านั้น
เกมรุกฝืด
จะว่าไปเกมรุกของทัพ "สาลิกาดง" ถ้าเทียบกับสโมสรท้ายตารางถือว่าไม่ได้ขี้เหร่นัก ภายหลังซัดไป 19 ประตู มากกว่าทั้ง นอริช (8 ประตู) และ เบิร์นลี่ย์ (16 ประตู) แต่ทว่าสิ่งที่พวกเขาควรที่จะต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วนเช่นกันคือการเปลี่ยนเปลี่ยนโอกาสทำประตู ให้เป็นประตูให้ได้
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้นอย่างในเกมเอฟเอ คัพ นัดล่าสุดที่พ่ายคาบ้านต่อ เคมบริดจ์ พวกเขามีโอกาสจบสกอร์มากกว่า 20 ครั้ง แต่ไม่อาจแปรเปลี่ยนได้ เจอสวนทีเดียวกลายเป็นตกรอบเสียอย่าง
ชายตามองไปที่ขุมกำลังในแนวรุกถ้าพูดถึงเรื่องชื่อเสียงพวกเขามีนักเตะที่สามารถสร้างความแตกต่าง และความสามารถมากกว่าทีมในโซนสีแดงตรงนั้นทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น คาลั่ม วิลสัน, โจลินตอน, อัลลัน แซงต์-แม็กซิแม็ง, มิเกล อัลเมรอน หรือ ไรอัน เฟรเซอร์ แต่ทว่าเมื่อนำมารวมกันคุณภาพนั้นไม่เป็นอย่างที่ใจหวัง ในทีมตอนนี้มีเพียง วิลสัน (6 ประตู) กับ แซงต์-แม็กซิแม็ง (4 ประตู) ที่สามารถผลิตประตูให้ทีมได้มากกว่า 1 ประตู
ซึ่งถ้าเกิดทีมได้แนวรับดีๆ มา ไม่เสียประตูพร่ำเพรื่อเหมือนที่ผ่านๆ มา มันจะเป็นการันตีอย่างน้อย 1 คะแนน แต่ทว่าถ้าทีมสามารถหาใครสักคนที่สามารถหวังพึ่งพาในการผลิตประตู จะด้วยนักเตะที่มี หรือนักเตะใหม่ที่กำลังตามจีบมันจะยิ่งส่งเสริมให้มีโอกาสคว้า 3 คะแนน ได้มากกว่าเดิม แต่ทว่าถ้าไม่อาจแก้ปัญหาได้บางทีเมื่อจบซีซั่นอาจจะต้องทางใครทางมันก็เป็นได้
เสริมตัวดังที่คาดหวังไม่ได้
จากประเด็นที่กล่าวมาทั้งหมดนี่คงเป็นหัวข้อที่สามารถรวบยอดได้ดีที่สุด จากขุมกำลังของ นิวคาสเซิ่ล ที่มีอยู่ในตอนนี้ ต้องยอมรับสภาพว่ามันไม่สามารถเข็นขึ้นให้ดีกว่านี้จริงๆ ซึ่งวิธีทางเดียวในเมื่อมีเงินแบบล้นกระเป๋าก็ต้องจัดการซื้อนักเตะระดับประสบการณ์สูง สามารถสร้างความแตกต่าง และยกระดับทีมได้เข้าสู่ทีม
นับตั้งแต่กลุ่มทุนซาอุดิอาระเบียเข้ามาเทคโอเวอร์นับตั้งแต่นิ้วมือ ลามไปนิ้วเท้าคงไม่พอที่จะไล่เรียงรายชื่อนักเตะที่พวกเขาตกเป็นข่าวด้วย เพราะมันเยอะมากจริงๆ และดีกรีแต่ละคนถือว่าน่าสนใจทั้งนั้น แต่ทว่านับจนถึงวินาทีนี้พวกเขาปิดดีลนักเตะได้เพียง คีแรน ทริปเปียร์ เท่านั้น ซึ่งมองในแง่ดีอย่างน้อยก็ได้แข้งระดับทีมชาติอังกฤษ แต่มองในอีกมุมเพียงคนเดียวมันไม่เพียงพอแน่
ฉะนั้นงานหนักของบอร์ดบริหารคือการนำนักเตะเข้าสู่ทีมให้ได้มากกว่านี้เพื่อพิชิตภารกิจหนีรอดการตกชั้น เพราะถ้าทำไม่ได้ต้องยอมรับว่าโอกาสรอดของพวกเขาถือว่ายากเลยทีเดียว แม้การทำงานจะยากสักหน่อยเพราะด้วยชื่อชั้นของ นิวคาสเซิ่ล ในตอนนี้ บวกกับสถานการณ์ที่แข้งชื่อดังไม่อยากมาเสี่ยงยิ่งเป็นการทวีปวดหัวในเหล่าทีมเจรจาของทีม
ซึ่งนี่แหละครับจุดเปลี่ยนสำคัญของทีมที่อาจตัดสินได้เลยว่าทิศทางต่อจากนี้จะไปในรูปแบบไหน
อยู่รอดเพื่อพัฒนาทีมให้แข็งแกร่ง เพื่อเป็นยอดทีมบนหัวแถวในซีซั่นหน้า... หรือกลับไปเริ่มต้นใหม่ในลีกรองที่ไม่ค่อยมีใครปรารถนาอยากจะเป็นมากนัก
- Paolinho -
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม