ระยะหลัง โรเมลู ลูกากู กองหน้าค่าตัวแพงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกแฟนบอลทีมอื่นๆ ตั้งฉายาให้ว่า "สากกะเบือ" แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว เจ้าของค่าตัว 75 ล้านปอนด์ กระจอกขนาดนั้นจริงๆ หรอ คงไม่มั้ง ถ้ากระจอกคงไม่ซัดไปแล้วถึง 22 ประตูในฤดูกาลนี้หรอกมั้ง?

หลังจากเปิดตัวได้อย่างร้อนแรงกับทัพ "ปีศาจแดง" ซัดไป 11 ประตู จาก 10 เกมแรก อยู่ดีๆ ลูกากู ก็ช็อตไปซะดื้อๆ ฟอร์มฝืดหาตาข่ายไม่เจออยู่หลายนัด ส่วนร่วมกับเกมก็ไม่ค่อยมี จนโดนวิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย ไม่เว้นแม้กระทั่งแฟนบอลของตัวเอง ทว่าเจ้าตัวก็อดกลั้นต่อเสียงกร่นด่า และตอบแทนความไว้ใจของ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้ดี หัวหอกทีมชาติเบลเยียม เริ่มกลับมาผลิตสกอร์ได้อีกครั้ง แต่การกลับมาเรียกฟอร์มเก่งคราวนี้ ไม่ใช่มีดีแค่การยิงประตูเหมือนเดิม เพราะมีการแอสซิสต์เพิ่มเติมเข้ามา รวมถึงมีส่วนร่วมกับเกมเยอะขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตามด้วยค่าตัวที่แพงหูฉี่ 75 ล้านปอนด์ ก็ทำให้ตกเป็นเป้าล้อของแฟนบอลทีมอื่นเสมอยามที่ทัพ "ปีศาจแดง" ประสบความพ่ายแพ้ อย่างไรก็ตาม หากวัดที่จำนวนประตู ณ ตอนนี้ ลูกากู ซัดได้มากกว่า แนวรุกระดับหัวแถวของโลกอีกหลายคนนะ ไม่ว่าจะเป็น อ็องตวน กรีซมันน์ (20 ลูก), คีเลียน เอ็มบาปเป้ (16 ลูก), กอนซาโล่ อิกวาอิน (20 ลูก), ดรีส์ เมอร์เท่นส์ (21 ลูก), เปาโล ดิบาล่า (18 ลูก), ซาดิโอ มาเน่ (14 ลูก) และ คาริม เบนเซม่า (8 ลูก) เป็นต้น แถมยิงเท่ากับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ด้วย หรือแม้แต่ อเล็กซิส ซานเชซ เพื่อนร่วมทีมคนใหม่ก็เพิ่งจะยิงไปแค่ 9 ประตูเท่านั้น แต่ดันได้รับค่าเหนื่อยมากที่สุดในลีกซะงั้น นอกจากนี้ หากเทียบกับผลงานของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยอดกองหน้าชาวสวีดิช ที่สาวก "ปีศาจแดง" สถาปนาให้เป็นเทพเจ้าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ลูกากู ก็ทำได้ใกล้เคียงกับที่ "อิบรา" ทำเมื่อซีซั่นก่อนแล้วนะ เพราะ อิบรา ยิงได้ 28 ลูก ขณะที่ตอนนี้ ลูลู่ กดไปแล้ว 22 เหลืออีกแค่ 6 ลูกก็เทียบเท่า พระเจ้าแห่งโลกลูกหนัง แต่น่าแปลกที่ยังมีคนจ้องจะเรียก กองหน้าวัยแค่ 24 ปีรายนี้ว่า "สากกะเบือ"
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline