ถ้าไม่นับ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คุณคิดว่ามีใครกันบ้างในยุคนี้ที่ทำให้คุณได้สัมผัสถึงความรู้สึกแบบนั้น
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
ถึงปัจจุบันอายุอานามจะปาเข้าไป 40 ปีแล้วแต่สำหรับ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เฮียแกยังได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกลูกหนังยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะสถิติการพังประตูที่ถล่มทลาย พูดได้เลยว่าถ้าได้ปรากฏตัวอยู่ในสนามเมื่อไหร่คุณสามารถหวังผลถึงการมีชื่อพี่แกบนสกอร์บอร์ดได้เลย ถึงแม้ฤดูกาลนี้จะเจอปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานอยู่บ่อยครั้งแต่การซัลโวไป 8 ประตูจากการลงเล่น 19 นัดก็เป็นสิ่งที่ยืนยันการันตีเรื่องศักยภาพของเขาได้เป็นอย่างดี และการที่ เอซี มิลาน กลายเป็นทีมที่กลับมาลุ้นความสำเร็จอีกครั้งส่วนหนึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้กับผู้ชายคนนี้จริงๆ
หนึ่งในสิ่งที่เป็นเสน่ห์ของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่ชวนให้แฟนๆ รู้สึกหลงใหลและชื่นชอบเขามากๆ ก็คือเรื่องของฝีปากที่กล้าแกร่ง จริงอยู่ที่คำพูดคำจาที่ออกมาจากปากของคนที่เรียกตัวเองว่าเป็น "พระเจ้า" อาจจะดูขี้คุยขี้โม้เกินเบอร์ไปจริงๆ แต่ก็ไม่มีใครกล้าตั้งข้อกังขาในตัวเขากับสิ่งมหัศจรรย์มากมายที่เกิดขึ้นบนสังเวียนฟลอร์หญ้าซึ่งเป็นเครื่องยืนยันการันตี และนั่นถึงทำให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กลายเป็นนักเตะที่ชวนให้คุณรู้สึกตื่นเต้นทุกๆ ครั้งเวลาอยู่ในสนาม
เควิน เดอ บรอยน์
นี่คือนักเตะที่ได้รับการยกย่องจากทุกคนบนโลกลูกหนังว่าเก่งกาจ มากพรสวรรค์ และก้าวขึ้นระดับสู่ เวิลด์ คลาส ไปแล้วสำหรับมิดฟิลด์ทีมชาติเบลยี่ยมอย่าง เควิน เดอ บรอยน์ พี่แกคือฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ช่วยช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จนกลายเป็นสโมสรเบอร์ 1 ของอังกฤษในยุคนี้เช่นเดียวกับเรื่องของความสำเร็จ จุดที่เป็นทีเด็ดของผู้ชายคนนี้ก็คือทักษะในการขับเคลื่อนเกมและสร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนๆ โดยมีบทพิสูจน์ให้เห็นอยู่แล้วบ่อยๆ นั่นก็คือการสร้างสถิติทำแอสซิสต์มากที่สุดเป็นเบอร์ต้นๆ ของ พรีเมียร์ลีก แทบจะทุกซีซั่น
บอลที่ออกจากเท้าของ เควิน เดอ บรอยน์ มีความแม่นยำสูงราวกับจับวางได้ตามใจชอบ นี่คือสิ่งมหัศจรรย์ที่พี่แกยลโฉมให้เราได้เห็นกันอยู่บ่อยๆ จนกลายเป็นขวัญใจของแฟนๆ แมนฯ ซิตี้ ตั้งแต่ปีแรกที่กดเช็คอินที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม และแน่นอนว่าทุกๆ ครั้งที่ เดอ บรอยน์ ถูกส่งลงสนามและได้สัมผัสกับบอลแฟนบอลแทบทั้งสเตเดี้ยมแทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้เพื่อที่จะลุ้นกันว่าจะได้เล่นจังหวะและช็อตสวยๆ อเมซิ่งจากผู้ชายคนนี้หรือไม่ เพราะนี่คือหัวใจสำคัญในแดนกลางที่ทีมจะขาดไปไม่ได้จริงๆ
โมฮาเหม็ด ซาลาห์
เจ้าของฉายา "ลิโอเนล เมสซี่ แห่งอียิปต์" ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ไม่ใช่สิ่งที่ถูกพูดขึ้นมาลอยๆ หรือมโนกันไปเอง เพราะโปรไฟล์และทุกสิ่งทุกอย่างที่พี่ท่านสร้างนับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล มันสุดเกินจะบรรยายจริงๆ ด้วยลีลาและความพลิ้วไหวเวลาลากเลื้อยไปกับบอลที่ชวนให้รู้สึกตื่นเต้นเร้าใจ ทักษะพรสวรรค์ในระดับสูงและเซนส์บอลชั้นเยี่ยมมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่เขาจะถูกมองว่าเป็นนักเตะเบอร์ 1 ของ ลิเวอร์พูล ในยุคนี้ ตลอดจนสถิติการถล่มประตูที่ลุ้นรางวัลดาวซัลโวทุกปีก็เป็นสิ่งที่ทำให้คนทั้งโลกต่างยกย่องว่า ลิเวอร์พูล คือทีมที่มีแนวรุกน่ากลัวที่สุดในโลกเช่นกัน
นับตั้งแต่ย้ายมาเมื่อปี 2017 จนถึงตอนนี้เราไม่เห็นว่ามาตรฐานของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จะตกลงเลย มิหนำซ้ำนับวันจะยิ่งทวีคูณความน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ ด้วย และตอนนี้มันก็มีกระแสจากโซเชี่ยลที่ต่างเชิดชู กัปตันทีมชาติอียิปต์ คนนี้ว่าพี่แกได้ก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับ 2 นักเตะที่ดีที่สุดในโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เรียบร้อยแล้ว
คิเลียน เอ็มบัปเป้
นี่คือคนที่ขึ้นแท่นว่าจะเป็นกลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกคนต่อไปหลังหมดยุค ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สำหรับ คิเลียน เอ็มบัปเป้ ไม่มีใครตั้งข้อสงสัยอะไรในศักยภาพของเด็กคนนี้ เพราะสิ่งที่ไอ้หมอนี่ได้วาดลวดลายบนสนามก็ประจักษ์แก่สายตาทุกท่านอยู่แล้วว่าโหดแค่ไหน มันเก่งเกินเด็กจริงๆ นี่คงจะเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดที่ได้รับฉายาว่า "นิว เธียร์รี่ อองรี" ที่สุดแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถิติการพังประตูที่ถล่มทลายตั้งแต่อายุยังน้อย ตลอดจนเรื่องความคล่องตัวและความว่องไวดั่งปีศาจที่เล่นกระชากแผงกองหลังคู่แข่งมาไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่แล้ว
ด้วยความที่ คิเลียน เอ็มบัปเป้ ได้ชื่อว่าเป็นเด็กมหัศจรรย์แน่นอนว่าเราจะได้เห็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นจาจากเขาอยู่เสมอยามอยู่ในสนาม เชื่อว่าเหล่าแฟนบอลของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เองก็รู้สึกแบบนั้น การย้ายมาของ ลิโอเนล เมสซี่ แทบจะไม่ได้ทำให้ไอ้เด็กคนนี้ถูกกลืนกินหรือดูดร็อปลงเลย และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่โคตรอภิมหาสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด จะอยากได้ตัวไปร่วมทีมแบบใจจะขาด
เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์
อีกหนึ่งดาวรุ่งที่ว่ากันว่าเก่งที่สุดในโลกตอนนี้นอกจาก คิเลียน เอ็มบัปเป้ แล้วก็ยังมี เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ อีกคนที่จะก้าวขึ้นมาท้าชิงบัลลังก์การเป็นเบอร์ 1 ของวงการในอนาคต นี่คือเด็กที่ฉายแววได้เห็นตั้งแต่อายุยังน้อยถึงความเป็น "ปีศาจ" และเป็น "เครื่องจักรสังหาร" กับสถิติการระเบิดสกอร์ที่โหดเหี้ยม มีนักเตะไม่กี่คนบนหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังที่สามารถทำประตูได้มากกว่าจำนวนนัดที่ลงเล่นซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีชื่อของ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ อยู่ด้วย ย้อนกลับไปตอนอยู่กับ เร้ดบูลส์ ซัลซ์บวร์ก ก็กดไป 28 ประตูจากการลงเล่น 22 นัด ส่วนตอนนี้กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็เล่นซัดไปอีก 80 ประตูจากการลงเล่น 79 นัด
ฟอร์มการเล่นอันร้อนแรงได้สร้างความประทับใจและความตื่นเต้นให้แฟนบอลทั่วทั้งโลก ตลอดจนเหล่าบรรรดาทีมยักษ์ใหญ่ต่างจ้องตากันเป็นมันส์และอยากเจ้าข้าวเจ้าของเด็กมหัศจรรย์คนนี้ มั่นใจได้เลยว่าหลังจากหมดยุคของ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เราก็จะยังได้เห็นภาพยนตร์เรื่อง "เอเลี่ยน ปะทะ พรีเดเตอร์" ในเวอร์ชั่นของ เอ็มบัปเป้ และ ฮาแลนด์ อย่างแน่นอน ส่วนใครจะเป็น นัมเบอร์ วัน คนต่อไป อันนี้น่าจะลุ้นกันสนุกเลยแหละ
HaMu Dos Santos










